<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982</id><updated>2009-11-16T21:24:56.917+07:00</updated><title type='text'>Thoughts</title><subtitle type='html'>บันทึกความคิดเพื่อระบายความเครียด</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>31</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-4181672691544428648</id><published>2009-11-16T20:55:00.004+07:00</published><updated>2009-11-16T21:23:28.455+07:00</updated><title type='text'>ความชั่วคือความโง่ในกฏของโลก</title><content type='html'>โลกนี้วุ่นวายเพราะคนมันโง่ มันไม่ฉลาด&lt;br /&gt;ไม่ใช่ฉลาดเรื่องการอินทิเกรต ไม่ใช่ฉลาดเรื่องกฏของเคอร์ชอฟหรือเกาส์&lt;br /&gt;เป็นฉลาดเรื่องกฏของโลก นั่นคือกฏแห่งกรรม (หรือชื่ออื่น ๆ ที่มีความหมายเดียวกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โกหกเพราะโง่&lt;br /&gt;ขี้เกียจเพราะโง่&lt;br /&gt;เอาเปรียบเพื่อนเพราะโง่&lt;br /&gt;ทุจริตเพราะโง่&lt;br /&gt;มักง่ายเพราะโง่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราทุกคนมีความโง่อยู่ในตัวทั้งนั้น เช่นบางคนอาจจะขี้เกียจ หากรู้ตัวก็ฉลาด (ขยัน) ขึ้นมาได้ หากลืมตัวก็กลับไปโง่ (ขี้เกียจ) อีก แต่เรื่องโง่ถึงที่สุดจนกระทั้งเรียนรู้อะไรไม่ได้เลยนั้น...คิดแล้วหงุดหงิด (อ้าว ผมก็โง่นะนี่ มาหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนโง่ทำชั่วได้ ทำผิดได้ เพราะไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ ในกฏแห่งกรรม&lt;br /&gt;ทำลงไปแล้วยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าได้ทำผิดไปแล้ว&lt;br /&gt;ได้รับผลของมันแล้วก็ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังรับผลของอะไรอยู่ คิดเข้าข้างตนเองว่าโชคร้ายหรือถูกคนอื่นกลั่นแกล้งตลอด เรื่องราวทำนองนี้ก็พบเห็นได้ในหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน ณ วันนี้ก็มี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นคนพวกนี้แล้วน่าสงสาร สงสารตรงที่ดูเหมือนเขาจะไม่ทราบเลยว่า เขาได้ทำผิดอะไร&lt;br /&gt;การที่ต้องรับกรรม และเจ็บปวดจากการกระทำของตนเอง โดยที่ตนเองไม่ทราบว่าตัวได้ทำผิดอะไร มันเจ็บว่าที่เจ็บจริงหลายเท่านัก และไม่เลิกเจ็บง่าย ๆ ด้วย เพราะเจ้าตัวยังไม่เลิกทำผิด (เพราะยังไม่รู้ว่าที่ทำอยู่นั้น มีอะไรผิด) อย่างนี้เรียกว่าโง่ถึงที่สุด และน่าสงสารที่สุด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-4181672691544428648?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/4181672691544428648/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=4181672691544428648' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/4181672691544428648'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/4181672691544428648'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2009/11/blog-post_16.html' title='ความชั่วคือความโง่ในกฏของโลก'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-3004504987640563132</id><published>2009-11-12T18:54:00.004+07:00</published><updated>2009-11-12T19:33:36.235+07:00</updated><title type='text'>ฝรั่งเป็นของสูง เพราะมันอยู่บนต้นไม้</title><content type='html'>เมื่อวานดูละคร จำชื่อเรื่องไม่ได้ เนื้อความเกี่ยวกับพระเอกเป็นลูกเศรษฐี แล้วจะไปทำงานเป็นเชฟ&lt;br /&gt;พอที่บ้านทราบ ดูเหมือนว่าพี่น้องจะรับไม่ได้ บ่นว่า&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;"หากใครรู้ว่าลูกพระยา...ตกอับจนถึงกับจะไปทำงานก้นครัว ก็อายเขา" &lt;/blockquote&gt;แต่ในบรรดาคนที่บ้านก็มีผู้ชายตนหนึ่งที่ดูจะเข้าอกเข้าใจพระเอก เขาพูดว่า&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;"อาชีพเชฟก็ไม่ได้กระจอกงอกง่อยอะไร &lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);"&gt;ฝรั่งทำตั้งเยอะ&lt;/span&gt;"&lt;/blockquote&gt;ฝรั่งทำตั้งเยอะ เพราะฝรั่งทำอาชีพนี้เยอะ มันจึงไม่ใช่อาชีพกระจอกงอกง่อย? ช่างสะท้อนความคิดของคนดีแท้ ถามว่าผิดไหม? มันก็ไม่ผิดหรอก มันก็สะท้อนความคิดคน ที่บางทีแม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือผมอยากจะบอกว่าคนพูดก็ไม่ผิดหรอก คนเขียนบทก็ไม่ผิด มันแค่สะท้อนความคิดคนเฉย ๆ และผมก็เชื่อ จากประสบการณ์ที่ได้พบปะกับคนในที่ต่าง ๆ ว่า ในสังคมไทยแล้ว ความคิดลักษณะที่ว่าฝรั่งเหนือกว่า มันเป็นไปโดยปริยาย ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในระดับมหาวิทยาลัยก็คงมีความคิดลักษณะนี้อยู่บ้าง เพราะเห็นบางมหาวิทยาลัยดูจะเน้นให้นักศึกษาเขียนภาษาอังกฤษได้ พูดภาษาอังกฤษเป็น อย่างมาก ดูจากงบประมาณที่ทุ่มเทลงไปในการพัฒนาภาษาอังกฤษของนักศึกษา แต่กลับละเลยการเขียนภาษาไทยและการอ่านภาษาไทยของนักศึกษาเสียนี่ ทั้ง ๆ ที่นักศึกษาหลายคนอ่านจับใจความไม่ได้ หลายคนเรียบเรียงความคิดและถ่ายทอดในภาษาของตนเองไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือเพราะไม่ใช่ภาษา&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;ฝรั่ง&lt;/span&gt; จึงเป็นภาษาที่มีวรรณะต่ำกว่าและไม่น่าสนใจ?&lt;br /&gt;น่าสนใจว่าภาษาฝรั่งที่นักศึกษาจะได้ ทั้ง ๆ ที่ยังจับใจความไม่เป็น และยังเรียบเรียงความคิดเพื่อถ่ายทอดไม่ได้ มันจะเป็นภาษาฝรั่งแบบไหนกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-3004504987640563132?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/3004504987640563132/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=3004504987640563132' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/3004504987640563132'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/3004504987640563132'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2009/11/blog-post.html' title='ฝรั่งเป็นของสูง เพราะมันอยู่บนต้นไม้'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-5656110966182616255</id><published>2009-10-08T20:02:00.004+07:00</published><updated>2009-10-08T21:10:49.044+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มหาวิทยาลัย'/><title type='text'>KPI - Key Performance Index ในมหาวิทยาลัย</title><content type='html'>KPI หรือ Key Performance Index หมายถึงดัชนีชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของงานของหน่วยงาน ซึ่งจำแนกแยกแยะกันไปตามเนื้องาน เช่น KPI ของหน่วยบริการประชาชนก็อาจเป็นจำนวนประชาชนที่ได้รับบริการ ถ้ามากแสดงว่าหน่วยงานมีผลงานดี ถ้าน้อยแสดงว่าหน่วยงานมีผลงานไม่ดี เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน่วยงานของรัฐในยุคนี้ ก็จะถูกประเมินกันโดยใช้ KPI เป็นหลัก และแน่นอนมหาวิทยาลัยก็ไม่เว้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันที่จริง KPI นี้ถ้าใช้อย่างเข้าใจ ใช้เป็น ก็จะเป็นของดี เพราะมันช่วยให้มองเห็นเป้าหมายของหน่วยงานเป็นรูปธรรม ทำให้มองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนได้ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เมื่อมันเข้ามาในระบบราชการบางหน่วยงาน KPI นี้แทนที่จะเป็นตัวชี้วัด เป็นตัว &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;สะท้อน&lt;/span&gt; ผลงาน ตัว KPI มันกลับกลายเป็น &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;เนื้องาน&lt;/span&gt; ของหน่วยงานแทน และมันทำให้เป้าหมายที่แท้จริงของหน่วยงานถูกบดบังโดยการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างตัวเลข KPI เหล่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องตลกก็เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ ต้องกันงบเป็นกรณีพิเศษ เพื่อ KPI เรื่องการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งกิจกรรมที่จัดได้ก็เช่นจัดงานทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ในขณะที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ต้องพยายามทำวิจัยเพิ่มเพื่อพัฒนา KPI เรื่องการวิจัย เป็นต้น ถ้าถามว่า KPI ดีไหม ตอบว่าดีแน่ แต่ต้องใช้ให้เป็น รู้ให้ทัน แต่จากตัวอย่างที่ยกมานั้น มันเป็น KPI แบบบ้าจี้ เป็น KPI แบบไม่รู้เรื่อง รับกันมาเป็นทอด ๆ มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ หากเราเชื่อว่า KPI มีไว้เพื่อให้มองเห็นจุดแข็ง และจุดอ่อนของหน่วยงาน เพื่อที่จะพัฒนาตนเองต่อไปได้ มันก็ยังอุตส่าห์มี KPI บางตัวที่ไม่รู้ว่าจะรู้ไปทำไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่น จำนวนศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลในระดับชาติและนานาชาติ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศิษย์เก่านะครับ ไม่ใช่ศิษย์ปัจจุบัน เขาจะได้รับรางวัลมากหรือน้อย มหาวิทยาลัยทำอะไรไม่ได้แล้ว เขาจบไปแล้ว เราจะพัฒนาตนเองยังไงหรือครับ &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ศิษย์เก่า&lt;/span&gt; ถึงจะได้รับรางวัลเพิ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ทำกันก็มีนะ เช่นจัดงานกันเอง แจกรางวัลกันเอง แล้วก็นับ KPI กันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมว่าเลิกเหอะ KPI ข้อนี้ แล้วไปเน้นเรื่องการพัฒนานักเรียนนักศึกษาของเราดีกว่า ถือเอา Feedback ที่ไม่มี Delay Time เช่นจำนวนศิษย์ปัจจุบันที่เข้าร่วมการแข่งขันทางวิชาการต่าง ๆ ดีกว่า ได้รางวัลก็แสดงว่าสอนมาดี ไปแข่งแล้วไม่ชนะเขาสักที แสดงว่าต้องปรับปรุง เป็น Feedback ที่ตรงไปตรงมาและรวดเร็วดี เป็น KPI ที่จะช่วยให้เรามองเห็นจุดอ่อนของตนเองได้ดี และเปิดโอกาสให้เราพัฒนาตนเองได้จริง ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่หลอกตัวเองไปวัน ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับการทักท้วงจากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยไหม? คำตอบคือจริง ๆ แล้วมีการตั้งคำถาม และมีการทักท้วงอยู่ตลอดมา แต่คำตอบที่ได้มันน่าผิดหวังมาก สิ่งที่เขาตอบเราได้ก็มีแค่ ก.พ.ร. เป็นผู้กำหนด ดังนั้นเปลี่ยนไม่ได้!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริง ๆ ผมก็ทราบนะ ว่าตัวชี้วัดพวกนี้ ก.พ.ร. ท่านกำหนดมาสำหรับหน่วยงานราชการทั่วประเทศ โดยใช้เกณฑ์ต่าง ๆ กัน เช่นมหาวิทยาลัยก็จะมีเกณฑ์อย่างหนึ่ง โรงพยาบาลก็มีเกณฑ์อีกอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ผมว่าเกณฑ์สำหรับมหาวิทยาลัยนั้น ไม่น่าจะใช่ว่า ก.พ.ร. ส่งเกณฑ์มาใด้ 40 ข้อ มหาวิทยาลัยก็โยนให้คณะ 40 ข้อดิบ ๆ อย่างนั้น ระดับบนมันต้องช่วยย่อยบ้าง สิ่งใดเป็นภาพรวม ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยก็ทำไปเลย เช่นจำนวนนักศึกษาต่างชาติ ทำไมสำนักทะเบียนจะไม่รู้ ไม่ใช่มาถามเอาที่ระดับคณะ หรือที่ระดับภาควิชา เกณฑ์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมก็ยกให้คณะศิลปกรรมศาสตร์เขาไปเลย แล้วไม่ต้องไปคาดคั้นเอานวัตกรรมจากเขา มาคาดคั้นเอากับคณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์นี่ แล้วไม่ต้องเรียกร้องให้เราไปส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้คือ ใช้ KPI ไม่เป็นไง&lt;br /&gt;เจ้านายอยากได้ตัวเลข ก็เอาตัวเลขให้ ใช้แบบไม่ได้คิด มันเลยดูบ้าบอ แล้วก็ &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ถ่วง&lt;/span&gt; ประสิทธิภาพในหน้าที่หลักของเราคือการสอนไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือเราอยากได้ KPI สูง ๆ (และได้มาจริง ๆ ด้วย) ในขณะที่นักศึกษาของเราแข่งอะไรยังไม่เคยชนะเลย?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรคือของจริงและอะไรคือภาพลวงตากันแน่?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-5656110966182616255?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/5656110966182616255/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=5656110966182616255' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/5656110966182616255'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/5656110966182616255'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2009/10/kpi-key-performance-index.html' title='KPI - Key Performance Index ในมหาวิทยาลัย'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-5038380980666874717</id><published>2009-04-18T18:05:00.004+07:00</published><updated>2009-04-19T18:33:21.623+07:00</updated><title type='text'>อะไรคือสองมาตรฐานในเรื่องเสื้อเหลือเสื้อแดง</title><content type='html'>ผมคิดว่าผมเข้าใจความคิดและความรู้สึกของคนเสื้อแดง "บางส่วน" เท่าที่มีโอกาสได้พูดคุยสอบถามกับเพื่อน ๆ ที่เปิดตัวว่าสวมเสื้อแดง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ชัดที่สุด ถาม 10 คน ได้คำตอบคล้าย ๆ กัน 10 คน ในเวลานี้ คือเรื่อง สองมาตรฐาน เพื่อน ๆ ผมหลายคนไม่เข้าใจว่า ทำไมเสื้อเหลืองทำม๊อบได้ แล้วเสื้อแดงทำม๊อบไม่ได้ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนเสื้อแดง (ที่ไม่ได้ไปม๊อบ) ที่ผมคุยด้วย คับข้องใจอย่างที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมเสื้อเหลืองปิดถนน ไม่เป็นไร ทำไมเสื้อแดงปิดถนนแล้วมีปัญหา?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดว่าความคับข้องใจอันนี้หากไม่ได้รับคำชี้แจง ที่กระจ่าง และเข้าใจได้ง่าย โดยเร็ว ผมคิดว่าสังคมไทยจะตกอยู่ในอันตรายอย่างร้ายรายต่อไป เพราะคนเสื้อแดงจะปักใจว่าเขาไม่ได้รับความยุติธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคับข้องใจอันนี้ผมคิดว่าเข้าใจได้ ผมเคยอ่านนิตยสารต่วยตูนเล่มเก่ามาก ๆ (ของพ่อ) เรื่องที่จำได้มีอยู่ว่าสมัยก่อน (ทีวียังเป็นขาวดำ มีราคาแพง และไม่แพร่หลาย) เคยมีข้าราชการจากในเมือง ไปเล่นฟุตบอลเชื่อมสามัคคีกับชาวบ้าน ปรากฏว่า พอข้าราชการเตะลูกเข้าประตู กรรมการให้เป็นประตู แต่พอชาวบ้านเตะลูกเข้าประตู กรรมการไม่ให้เป็นประตู ชาวบ้านก็โวยวาย ว่าสองมาตรฐาน แม้กรรมการพยายามอธิบายให้ฟังว่าที่ไม่ได้ประตู ก็เพราะล้ำหน้า ชาวบ้านก็ไม่ฟังและก็โกรธมาก เพราะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สาเหตุก็เพราะสำหรับชาวบ้านแล้ว กติกาฟุตบอลมันไม่ยุ่งยาก มีลูกเข้า กับลูกออก แล้วก็ห้ามให้มือ พอปักใจเชื่อเช่นนั้นแล้ว เรื่องล้ำหน้าอะไรนั่น มันก็ไม่มีความหมาย เพราะเขาไม่เข้าใจ และไม่รู้จัก สุดท้ายก็ทะเลาะกัน ผิดใจกัน เพราะเข้าใจกติกาไม่ตรงกันตั้งแต่แรก บทสรุปตอนนั้นดูเหมือนว่าเขายอมเปลี่ยนกติกา ให้เป็นกติกาชาวบ้าน คือมีแค่ลูกเข้า ลูกออก แล้วก็ห้ามใช้มือนอกจากผู้รักษาประตู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับเรื่องเสื้อเหลืองเสื้อแดง ผมก็อยากให้สื่อมวลชน รัฐบาล และพวกเสื้อเหลืองเอง ช่วยกันอธิบาย และปฏิบัติ ให้มันกระจ่างว่าจริง ๆ แล้วมันมีเรื่องสองมาตรฐานหรือไม่ และเรื่องนี้ต้องทำให้เร็ว หากทิ้งช้าไป ความรู้สึกคับแค้นคับข้องใจ มันจะซืมลึกลงไปจนกลายเป็นความเคียดแค้นต่อสังคมได้ ซึ่งมันอันตรายมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเด็นหลัก ๆ ที่นึกออกก็มี (ผมไม่บังอาจสั่งสอนผู้ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่บังอาจสั่งสอนท่านนายกและทีมงาน บางส่วนที่นึกออกและตอบไว้ อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกก็ได้ แต่ก็จะเป็นคำตอบที่หากมีคนมาถามผม ผมก็จะตอบอย่างนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1. ทำไมเสื้อเหลืองก่อม๊อบ ไม่โดนจับ เสื้อแดงก่อม๊อบ โดนจับ?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผมอ่านข่าวทุกวัน แต่ผมจำข่าวไม่ได้ทุกวัน ผมจำได้ว่าแกนนำม๊อบเสื้อเหลืองก็ถูกหมายจับเหมือนกัน คือถูกจับดำเนินคดีเหมือนกันแต่เขาให้ประกันตัวออกมา สำหรับแกนนำเสื้อแดง ถูกจับดำเนินคดี แต่ไม่ได้ประกันตัว เพราะฉะนั้นจึงถูกจับทั้งคู่ ไม่ใช่จับฝ่ายเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2. ทำไมเสื้อเหลืองได้ประกันตัว เสื้อแดงไม่ได้ประกันตัว?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;นายกบอกว่าเพราะแกนนำเสื้อแดงมีพฤติกรรมที่จะกลับไปก่อความวุ่นวายต่อ แกนนำเสื้อเหลืองไม่มี (?) ผมคิดว่าอธิบายแบบนี้ มันไม่สิ้นสงสัย มันไม่กระจ่าง ไม่หายคับข้องใจครับ ชาวบ้านเขาก็เห็นว่าเสื้อเหลืองยังไม่เลิกด่าทักษิณ สำหรับเสื้อแดง การด่าทักษิณไม่เลิกถือเป็นการก่อความวุ่นวายอย่างหนึ่ง จริง ๆ แล้วผมคิดว่ามันอาจเป็นเพราะมันเกิดความวุ่นวาย เผาบ้าน เผาเมือง หรือเปล่า ถึงได้ไม่ให้ประกันตัว ตอนเสื้อเหลืองมันไม่มีการเผาบ้านเผาเมือง สถานการณ์มันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ก็น่าจะอธิบายไปตามนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3. ทำไมตอนเสื้อเหลืองชุมนุม พอรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ทหารไม่ออกมา แต่ตอนเสื้อแดงชุมนุม พอรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ทหารถึงออกมา?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้สินะ แต่ตอนเสื้อเหลืองชุมนุมนั่น นายกไม่ใช่อภิสิทธิ์นี่ (หว่า) คนประกาศคือนายกสมัคร ให้ พล.อ. อนุพงศ์ รับผิดชอบ แต่ พล. อ. อนุพงศ์ แกเฉย ๆ&lt;br /&gt;ส่วนตอนเสื้อแดงชุมนุม นายกคืออภิสิทธิ์เป็นผู้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ให้ ผบ.สส. พล.อ. ทรงกิตติ เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ พล.อ. ทรงกิตติ แกไม่เฉยไง&lt;br /&gt;คือมันเป็นปฏิกริยาต่อเหตุการณ์คล้ายกันจากคนสองกลุ่ม คือกลุ่มสมัคร กับกลุ่มอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ว่าตอนนั้นอภิสิทธิ์เป็นนายกแล้วปล่อยปละละเลยม๊อบ พอมาเป็นสีแดงแล้วจะมาเข้มงวดสักหน่อย?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมว่าใครสงสัยเรื่องนี้ แทนที่จะถามนายกอภิสิทธิ์ น่าจะไปถาม นายกสมัคร ว่าทำไมสั่งทหารแล้วทหารไม่ทำ แล้วก็ไปถาม พล.อ.อนุพงศ์ ว่าทำไมไม่ดำเนินการตามที่นายกสมัครสั่ง แล้วก็ไปถาม พล.อ. ทรงกิตติ ว่าทำไมทำตามที่นายกอภิสิทธิ์สั่งมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;4. ทำไมตอนตำรวจปราบเสื้อเหลือง หาว่ารุนแรง ทหารปราบเสื้อแดงไม่เห็นบอกว่ารุนแรง?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;อันนี้คงต้องระบุให้ชัดว่าถามใคร เพราะถ้าถามนักวิชาการสีขาว ท่านก็ว่ามันรุนแรงทั้งตำรวจและทหารนั่นแหละ ท่านไม่สองมาตรฐานหรอก&lt;br /&gt;สำหรับผม ผมคิดว่าเมื่อตอนตำรวจดำเนินการ อาจจะด้วยขาดวิธีการ และประสบการณ์ รวมไปถึงใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสม มันก็เลยกลายเป็นความรุนแรง ในคราวนี้เมื่อทหารออกมา พร้อมด้วยวิธีการ และเห็นบทเรียนจากตำรวจมาแล้ว จึงไม่ผิดซ้ำอีก รวมถึงผลของมันก็แตกต่างกัน คือมีผู้เสียชีวิต กับ ไม่มีผู้เสียชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;5. ทำไมแกนนำเสื้อเหลืองได้เป็นรัฐมนตรี แกนนำเสื้อแดงถูกจับ?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;อืม...ตอนนายกสมัคร นายกสมชายอยู่ในตำแหน่ง แกนนำเสื้อแดงก็มีตำแหน่งนะ ผมจำผิดหรือเปล่าว่าณัฐวุฒิแกเป็นโฆษกอะไรสักอย่างในรัฐบาลไหนสักรัฐบาลนึงนี่แหละ &lt;br /&gt;ในฝั่งของเสื้อเหลือง เขาชี้แจงว่าท่านกษิต ไม่ใช่แกนนำ แต่เป็นวิทยากร ผู้อภิปรายบนเวทีเฉย ๆ &lt;br /&gt;จะคุยเรื่องนี้เราคงต้องมานิยามกันก่อนว่า แกนนำ หมายถึงใคร ที่มีบทบาทและหน้าที่อย่างไรในการชุมนุมบ้างก่อน ถึงจะไปต่อได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมว่ามันคงมีอีกหลายคำถามนั่นแหละ แต่ผมเชื่อว่ามันตอบได้ อย่างมีเหตุมีผลทุกคำถาม เพียงแต่คนตอบอย่าไปนึกว่าคำถามพวกนี้มันไร้สาระเสียก่อนเท่านั้นเอง แล้วเวลาตอบ ก็ตอบให้มันฟังง่าย ๆ อย่าใช้คำที่มันฟังแล้วต้องแปลแล้วแปลอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกเหนือจากเรื่องสองมาตรฐานที่ต้องรีบชี้แจงแล้วที่สำคัญ ผมคิดว่ารัฐบาลควรประชาสัมพันธ์ความผิดของทักษิณให้ทราบทั่วกัน บางเรื่องไม่ผิดกฏหมาย แต่เป็นเรื่องที่ผิดหลักการผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ต้องเอามาอธิบายกันให้ทราบ ให้เข้าใจว่าแข่งฟุตบอลกับกรรมการ มันเป็นเรื่องไม่ปกติอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องสุดท้าย แต่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในความคิดของผมก็คือเรื่องบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบบการเมืองการปกครองของไทย ที่จะต้องทำความเข้าใจกับทุก ๆ คนที่สงสัยอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย หากกระซิบกันไปกระซิบกันมา มันจะยิ่งสร้างคนที่สงสัยขึ้นมามากขึ้น ยิ่งคนที่สงสัยถูกด่าว่าเพราะไม่จงรักภักดีจึงสงสัยนั้น ก็จะยิ่งเป็นการผลักดันคนที่สงสัยไปอยู่ฝั่งเดียวกันกับคนที่ปฏิเสธ ซึ่งผมเชื่อว่าไม่เป็นผลดีต่อสังคมเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เริ่มเขียนหลังจากจลาจลวันสงกรานต์สงบวันสองวัน เขียนเสร็จตอนที่นายกอภิสิทธิ์พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องสองมาตรฐานเกือบเสร็จแล้ว)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-5038380980666874717?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/5038380980666874717/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=5038380980666874717' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/5038380980666874717'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/5038380980666874717'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='อะไรคือสองมาตรฐานในเรื่องเสื้อเหลือเสื้อแดง'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-8535268732495848029</id><published>2008-12-14T00:44:00.003+07:00</published><updated>2008-12-14T01:15:24.192+07:00</updated><title type='text'>ลาจันทร์</title><content type='html'>เหม่อมองพระจันทร์บนฝากฟ้า&lt;br /&gt;ลมหนาวพัดมาพาใจเหงา&lt;br /&gt;เราไม่ลิขิตชีวิตเรา&lt;br /&gt;เราจะยังหวัง หวังอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอ้จันทร์เจ้ากระจ่าง กลางฟ้า&lt;br /&gt;บังบดแสงดารา ราวรอบ&lt;br /&gt;ดาวมิสิ้นกำลัง ส่งประกาย&lt;br /&gt;ประดับจันทร์ให้งามฉายด้วยแสงดาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนไม่ลิขิตชีวิตคน&lt;br /&gt;คนจะยังเป็นคนอยู่ได้หรือ&lt;br /&gt;คนปล่อยชีวิตให้หลุดมือ&lt;br /&gt;คนจะถือ เป็นคนได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จันทร์ลับจากฟ้าไปนานแล้ว&lt;br /&gt;จันทร์หายไปแล้วโอ้จันทร์เจ้า&lt;br /&gt;จันทร์ลาลับไปไม่เหลือเงา&lt;br /&gt;ลาแล้วจันทร์เจ้าข้าขอลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังเพียงจันทร์ยังเป็นจันทร์เช่นดังเดิม&lt;br /&gt;หวังเพียงดาวจะยังเสริมประดับเจ้า&lt;br /&gt;หวังนภาจะไม่เหงาเช่นดังเรา&lt;br /&gt;หวังเพียงเจ้าจะเป็นจันทร์เช่นดังเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style:italic;"&gt;จากวันที่พระจันทร์เข้าใกล้โลกมากที่สุด&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-8535268732495848029?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/8535268732495848029/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=8535268732495848029' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/8535268732495848029'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/8535268732495848029'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2008/12/blog-post.html' title='ลาจันทร์'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-967598095165898687</id><published>2008-11-04T01:42:00.011+07:00</published><updated>2008-11-04T09:50:12.400+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทัศนะต่อสังคม'/><title type='text'>ทำไมกว่าจะซื้อโทรศัพท์ได้สักเครื่องมันยากนักนะ</title><content type='html'>ในที่สุดก็สามารถต่อ Notebook เข้ากับโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ Internet ได้&lt;br /&gt;เรื่องนี้ยาวมาก ไม่ใช่เรื่องทางเทคนิคหรอก แต่เป็นเรื่องความไม่รู้ของเราเองบวกกับความไม่รู้ของคนขายบางคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องก็คือเราไม่เคยรู้เลยว่าการต่อ Internet ผ่านโทรศัพท์มือถือมันทำได้จริง (มานาน) แล้ว พอเรารู้ด้วยโฆษณาของ Internet SIM ของ DTAC เราก็เลยสนใจขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ปรกติเราใช้โทรศัพท์รุ่นพื้นฐานเท่านั้น ราคาเครื่องต่ำกว่า 1000 บาท มาตลอด ก็เลยไม่รู้ว่าโทรศัพท์มือถือสมัยนี้มีรายละเอียด option เยอะมาก เยอะมากจนเรางง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้นตอนที่เราไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่เพื่อนำมาต่อกับ Internet เราจึงคุยกับคนขายไม่รู้เรื่องเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรา :&gt; ขอซื้อโทรศัพท์หน่อยครับ&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; รับรุ่นไหนดีคะ&lt;br /&gt;เรา :&gt; รุ่นที่ต่อกับ Notebook แล้วใช้ Internet ได้ น่ะครับ&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; รุ่นนี้เลยค่ะ ราคา 4xxx บาท&lt;br /&gt;เรา :&gt; ดู spec เครื่องตรงไหนหรือครับ จึงจะทราบว่ารุ่นนี้ใช้ Internet ได้&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; รุ่นนี้แหละค่ะ ใคร ๆ เขาก็ใช้กันได้&lt;br /&gt;เรา :&gt; ???&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเดินหนีเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรา :&gt; ขอซื้อโทรศัพท์หน่อยครับ&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; รับรุ่นไหนดีคะ&lt;br /&gt;เรา :&gt; รุ่นที่ต่อกับ Notebook แล้วใช้ Internet ได้ น่ะครับ&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; รุ่นนี้เลยค่ะ ราคา 5xxx บาท&lt;br /&gt;เรา :&gt; ดู spec เครื่องตรงไหนหรือครับ จึงจะทราบว่ารุ่นนี้ใช้ Internet ได้&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; ดูที่ Bluetooth ค่ะ ถ้ามีแปลว่าใช้ได้&lt;br /&gt;เรา :&gt; ???&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเลยเลี่ยงไปดูร้านอื่น ที่ร้านอื่นก็จะเจอประสบการณ์คล้าย ๆ กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรา :&gt; ขอซื้อโทรศัพท์หน่อยครับ&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; รับรุ่นไหนดีครับ&lt;br /&gt;เรา :&gt; รุ่นที่ต่อกับ Notebook แล้วใช้ Internet ได้ น่ะครับ&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; รุ่นนี้เลยครับ ราคา 6xxx บาท&lt;br /&gt;เรา :&gt; ดู spec เครื่องตรงไหนหรือครับ จึงจะทราบว่ารุ่นนี้ใช้ Internet ได้&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; ดูที่ GPRS/EDGE ถ้ามีแปลว่าใช้ได้&lt;br /&gt;ฟังดูเข้าที&lt;br /&gt;เราก็เลยดูเครื่องอื่น ๆ ในตู้เพื่อหาตัวเลือก สายตาไปเจอเครื่องหนึ่งราคา 3xxx เครื่องนี้ล่ะครับ มี GPRS เหมือนกันใช้ได้ไหม&lt;br /&gt;คนขาย :&gt; ไม่ได้ครับ&lt;br /&gt;เรา :&gt; อ้าว ??? (เรามาเดา+เข้าใจเอาทีหลังว่าเครื่องอาจจะใช้ WAP ผ่าน GPRS ได้เท่านั้น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายเราเลยเลิกซื้อจากตู้เลย เดินเข้าศูนย์ DTAC ทันที และบทสนทนาทั้งหมดก็เริ่มขึ้นอีกครับ โชคดีคราวนี้เจ้าหน้าที่ของ DTAC มีความอดทนสูงมากและมีความเข้าใจในสิ่งที่ตนทำเป็นอย่างดีจึงสามารถอธิบายให้เราฟังไปทีละขั้น ๆ จนเราเข้าใจ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอเข้าใจแล้วก็เลยซื้อเลย ได้ NOKIA 3110 Classic มา 1 เครื่อง ราคาก็ไม่สูงมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องที่ติดใจเราก็คือ คนขายที่ร้านตามตู้ บางทีดูไม่มีความรู้ในสินค้าที่ขายเลย บางคนก็มีความรู้ แต่เป็นความรู้ที่ผิด (เป็นความเชื่อ ไม่ใช่ความรู้) แต่เขาก็ขายของกันได้ และก็มีคนซื้อของเขาเยอะแยะเสียด้วย ก็คือประสบความสำเร็จในการขายเป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น สำหรับสังคมของเราแล้ว การพัฒนาตนเองอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นก็ได้ เพราะดูจะไม่มีใครสนใจว่าตนจะได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส.ส. ก็เหมือนกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-967598095165898687?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/967598095165898687/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=967598095165898687' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/967598095165898687'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/967598095165898687'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2008/11/blog-post.html' title='ทำไมกว่าจะซื้อโทรศัพท์ได้สักเครื่องมันยากนักนะ'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-269713202587561528</id><published>2008-07-31T12:09:00.010+07:00</published><updated>2008-10-12T00:39:02.902+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเมือง'/><title type='text'>นักการเมืองและข้าราชการ (บางคน) นั่นแหละ ที่สร้างคนอย่างทักษิณขึ้นมา</title><content type='html'>ขอบันทึกความคิดเกี่ยวกับคุณทักษิณสักหน่อย แม้ว่าจะช้าไปหลายปี เพราะเพิ่งคิดออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงจะมีหลายสำนักได้วิเคราะห์ไว้แล้วว่าคนอย่างคุณทักษิณนั้นเป็นอย่างไร และเกิดขึ้นมาในสังคมไทยได้อย่างไร เราเองก็ได้อ่านบ้าง ไม่ได้อ่านครบ แต่คำสำคัญที่มักจะเจอบ่อย ๆ ก็เช่น ทุนนิยมสามานย์ อำนาจเหนือทรัพยากรของชนชั้น คิดไวทำไว ฯลฯ รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านมาขนาดนี้ เรากลับคิดว่าคุณทักษิณแม้ไม่ใช่คนดี แต่ก็มิได้ผิดปรกติไปจากนักการเมืองคนอื่น ๆ คือไม่ได้เลวมากกว่ากันหรือน้อยกว่ากันสักเท่าไร&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ถามง่าย ๆ ว่าเมื่อสมัยยังไม่มีคนอย่างคุณทักษิณ ประเทศไทยของเรามันไม่มีการฉ้อราษฏร์ บังหลวงหรือ?&lt;/li&gt;&lt;li&gt;นักการเมือง หรือแม้แต่ผู้มีบารมีทางการเมืองรุ่นเก่า ๆ ไม่เคยมีเรื่องอื้อฉาวที่กระซิบกระซาบกันทั่วไปหรือ? ไม่ว่าจะเป็น ป๋าเปรม น้าชาติ บรรหาร หรือแม้แต่คุณชวน บางเรื่องท่านเหล่านี้มิได้ลงมือเอง แต่เรื่องเหล่านั้นก็ไม่พ้นจากความรับผิดชอบของท่านไปได้&lt;br /&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;แล้วคุณทักษิณต่างจากนักการเมืองคนอื่นตรงไหน? คนทุจริตสมัยก่อนมีตั้งเยอะ คุณทักษิณไม่ใช่คนแรก ทำไมจึงถูกรุมเกลียด? ถ้าตอบเท่าที่เห็นก็คือ คุณทักษิณเวลาจะทำอะไรไม่ค่อยเกรงใจใคร ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองค่ายไหน เก่าหรือใหม่ก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะนิสัยของคนไทยที่ผมรู้จัก มักจะรักหน้าและรู้ว่าคนอื่นก็รักหน้า เป็นศัตรูกันยังไว้หน้ากัน เวลาถูกไม่ไว้หน้าแล้วมันเคืองนาน และผมคิดว่านั่นเป็นจุดสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดว่าเป็นเพราะคุณทักษิณเป็นนักธุรกิจมาก่อน และทำธุรกิจ เป็นที่รู้กัน (และน่าอายที่เราไม่รู้สึกว่ามันผิดปรกติ) การทำธุรกิจในประเทศไทยมันไม่สะอาด หากเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ระดับความไม่สะอาดมันก็เล็ก ๆ เช่น &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ระดับเทศกิจ หรือระดับตำรวจ&lt;/span&gt; หากธุรกิจมันใหญ่ขึ้นความไม่สะอาดมันก็มากขึ้นเช่น &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ระดับนักการเมือง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณทักษิณคงโดนมาหมดแล้ว ทั้งนักการเมืองในยุคป๋าเปรม นักการเมืองในยุคน้าชาติ และนักการเมืองในยุคคุณชวน ส่งผลให้คุณทักษิณ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หมดศรัทธานักการเมืองทั้งระบบ นักการเมืองเองนั่นแหละที่ทำให้คุณทักษิณดูถูกนักการเมืองทั้งระบบได้ &lt;/span&gt;นักการเมืองเองนั่นแหละที่ไม่ทำตัวให้น่านับถือและศรัทธาเองตั้งแต่แรก!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกประเด็นหนึ่งก็คือระบบราชการก็ถูกข้าราชการและนักการเมืองบางคนใช้เป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์ ทั้งคุกคามคนสุจริต และอำนวยประโยชน์ให้คนทุจริต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวระบบราชการเองก็น่าจะมีส่วนรับผิดชอบต่อปรากฏการณ์นี้ เพราะระบบราชการนั้นออกแบบมาให้รัดกุมและปฏิบัติตามได้ยาก หรือปฏิบัติตามไม่ได้เลยตามความเป็นจริง (หรือใครจะว่าผมโง่ หรือด้อยสามารถที่ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบราชการบางข้อได้ ก็ได้ ผมไม่ถือ เรื่องบางเรื่องจะต้องเจอด้วยตนเองเท่านั้นจึงจะเชื่อได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอปฏิบัติตามจริง ๆ ไม่ได้ คนก็ไม่ให้ความสำคัญ สัก ๆ แต่ว่าเซ็น ๆ ไปตามขั้นตอน ซึ่งเป็นเสมือน&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;พิธีกรรม&lt;/span&gt;เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ระบบที่เข้มงวดมากจึงกลายเป็นระบบที่ไม่เข้มงวดเลย ระบบที่มีกฏเกณฑ์มากจึงกลายเป็นระบบที่หละหลวมที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณทักษิณก็เป็นคนหนึ่งที่ หมดศรัทธาต่อระบบ ไม่เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของระบบเห็นกระบวนการตามระเบียบราชการเป็นเพียงพิธีกรรมและเห็นช่องโหว่ของระบบ เรื่องมันจึงเป็นเรื่องขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดว่าต่อให้จับคุณทักษิณมาติดคุกได้ คนอย่างคุณทักษิณก็ยังจะมีเกิดขึ้นใหม่อีกมาก เหมือนกับในนิยายหรือการ์ตูน ที่จอมมารมักจะเกิดขึ้นจากคนธรรมดา ที่โดนคนเลวชั้นต่ำ ๆ รังแกก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้านักการเมืองยังทำตัวให้น่าดูถูก ถ้าระเบียบราชการยังถูกบังคับใช้โดยคนที่ไม่เข้าใจและยังถูกหาประโยชน์จากช่องว่างโดยคนที่ฉลาดที่ฉ้อฉล คนอย่างทักษิณก็จะเกิดขึ้นอีก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-269713202587561528?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/269713202587561528/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=269713202587561528' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/269713202587561528'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/269713202587561528'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2008/07/blog-post.html' title='นักการเมืองและข้าราชการ (บางคน) นั่นแหละ ที่สร้างคนอย่างทักษิณขึ้นมา'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-1098744919860127588</id><published>2008-03-23T23:27:00.006+07:00</published><updated>2008-07-31T12:05:32.062+07:00</updated><title type='text'>สังคมอุดมอวิชชา</title><content type='html'>เมื่อวานซืน เอาเครื่องเล่น MP3 ไปให้ร้านเขาซ่อม (ในประกัน) ร้านออกใบรับสินค้าให้ และขอเบอร์โทรศัพท์เราไว้ เราถามว่าเมื่อไรเสร็จ ร้านตอบว่า ให้โทรไปถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเราเห็นว่าผิดตรรก เพราะว่าเราไม่มีทางรู้ว่าเครื่องของเราจะซ่อมเสร็จเมื่อไร แต่ร้านจะรู้ทันทีเมื่อเครื่องซ่อมเสร็จ ทำไมร้านไม่โทรหาเรา แล้วก็โทรทีเดียว จะคิดค่าโทรก็ได้ เพราะเข้าใจอยู่ว่าถ้าต้องโทรหาลูกค้าหลาย ๆ คนมันก็มีค่าใช้จ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าให้เราโทร เราอาจต้องโทรไปหลายครั้ง เพื่อฟังคำตอบว่า ยังซ่อมไม่เสร็จ !!??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตรรกแบบนี้คือตรรกที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ (?) เพราะถ้าคนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ร้านนี้คงขายของอยู่ไม่ได้ แต่ร้านนี้ก็อยู่ของมันมาได้ จากการสังเกต เราก็พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะมีพฤติกรรมทำนองนี้ คือคิดแบบตรรกไม่ได้ หรือไม่ก็คิดได้แต่ไม่คิด และผู้บริโภคจำนวนหนึ่งก็ไม่คิดเหมือนกัน ผู้บริโภคอีกจำนวนหนึ่ง (รวมเราด้วย) ก็ไม่อยากมีปัญหา เพราะกลัวร้านเขาจะแกล้งไม่ซ่อมให้ หรือซ่อมให้ช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------&lt;br /&gt;เดินต่อมาอีกสักหน่อย ชักอยากจะซื้อแผ่น DVD แบบที่เขียนลงไปได้ (คงจะมีหลายชนิด) เห็นมีอยู่ชนิดหนึ่ง DVD-R x16 ยี่ห้อ PRINCO เห็นเขียนข้างกล่องว่า ต้องใช้กับตัวเขียนที่ผ่านมาตรฐานใหม่เท่านั้น หาไม่แล้ว แผ่นอาจจะเสีย หรือร้ายแรงกว่านั้น ตัวเขียนก็จะเสียไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามคนขาย คนขายยืนยันว่าใช้ได้แน่นอน ไม่เคยได้ยินว่าจะใช้ไม่ได้ เราก็ลำบากใจที่จะเชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------&lt;br /&gt;เมื่อตอนต้นปี เราไปเที่ยวเชียงรายกับเพื่อน ขากลับขอลงที่เชียงใหม่เพื่อต่อรถ บขส. กลับบ้านเอง เพราะว่าไปคนละทางกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถที่ได้ มีสภาพแย่มาก คนขับรถรับจ้างขนพัสดุด้วย และพัสดุก็กินที่นั่งผู้โดยสายไปร่วม 10 กว่าที่ แต่คนขับก็ยืนยันที่จะรับผู้โดยสารจำนวนเท่าเดิม ทำให้โดยสารกันอย่างแออัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอรถขึ้นเขา ก็ไปตายอยู่บนเขาในกลางดึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้หลายปี เราเคยซื้อแบตเตอรี่แบบอัดประจุซ้ำได้ พร้อมเครื่องอัดประจุ ปรากฎว่าตัวแบตเตอรี่กับตัวอัดประจุ มันเป็นคนละชนิดกัน ซึ่งคู่มือก็ไม่ได้เขียนว่ามันจะใช้ด้วยกันได้ เราก็เลยถามคนขายว่าเครื่องอัดประจุที่ใช้อัดประจุแบตเตอรีชนิดนี้มีหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนขายทำท่าทาง งง และหงุดหงิดมาก ถามเราว่า นี่ถ่านชาร์จ! นี่เครื่องชาร์จถ่าน! ทำไมจะใช้ไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริง ๆ แล้วจะใช้กันได้หรือไม่ เราก็ไม่รู้หรอก แต่คู่มือเขียนว่าให้ใช้กับแบตเตอรีชนิดนี้เท่านั้น ต่อให้คนขายยืนยันว่าใช้ได้ เราก็ลำบากใจที่จะเชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราไม่รู้ว่าคนขายอ่านคู่มือหรือเปล่า เราไม่รู้ว่าลูกค้าคนอื่นเขารู้ว่ามันใช้ได้แน่ ๆ หรือว่าเขาแค่เชื่อคนขายเฉยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------&lt;br /&gt;หรือแม้แต่กระทั่งเว็บไซต์ยอดนิยม ก็มีการออกแบบหน้าเว็บที่ในสายตาผมถือว่าแย่ เช่นการบรรจุทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในหน้าแรก เลอะเทอะ และใช้เวลาโหลดนาน สำหรับคนที่มีแบนด์วิทธ์น้อย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีก็เอาเรื่องใต้สะดือมาล่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เป็นเว็บไซต์ที่ยอดนิยม (จนได้) [แล้วก็บ่นว่าวัยรุ่นไทยสนใจแต่เรื่องใต้สะดือ]&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------&lt;br /&gt;เราคิดว่าผู้ประกอบวิชาชีพหลายวิชาชีพขาดความรู้ในสิ่งที่คนเองทำ และผู้บริโภคก็ไม่รู้ว่าผู้ที่ประกอบวิชาชีพเหล่านี้ขาดความรู้ที่จะให้บริการผู้บริโภคอย่างถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคนให้บริการ คนขาย ไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี และผู้บริโภคไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี&lt;br /&gt;บริการดี ๆ หรือสินค้าดี ๆ จะขายได้อย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดคือสิ่งนี้ ผู้บริโภครู้ว่าอะไรดีมีคุณภาพ และถูกต้อง รู้ว่าอะไรแย่ ไร้คุณภาพ และผิด จะกระตุ้นให้ ผู้ขาย และผู้ให้บริการพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถ้าแรงขับเคลื่อนนี้ไม่ทำงาน จะมีใครที่ตั้งใจจะพัฒนาสินค้า และบริการ เพื่อผู้บริโภค ก็ในเมื่อตั้งใจทำก็ขายได้ ไม่ตั้งใจทำก็ขายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอไม่มีการพัฒนา มันก็แข่งขันกับนานาชาติไม่ได้ ถ้าอยากจะแข่งให้ได้ ก็ใช้ข้อได้เปรียบเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว พอค่าเงินมันขึ้น ก็หมดความสามารถในการแข่งขันกันเป็นแถว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่ไม่ใช่เรื่องของผู้ผลิตหรือผู้ขายอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะถ้าผู้บริโภคไม่มีความรู้ และไม่รู้จักเลือกและแยกแยะสิ่งที่มีคุณภาพออกจากสิ่งที่ไม่มีคุณภาพ ไม่แยกแยะบริการที่ดีออกจากบริการที่ห่วย ผู้ประกอบการที่ไหนมันจะปรับตัว!?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมไทยก็เต็มไปด้วยสินค้าและบริการที่ด้อยคุณภาพ หลอกได้ก็แต่กับคนไทยด้วยกันเอง ไปขายใครที่อื่นก็ไม่ได้ หมดสิ้นซึ่งความสามารถในการแข่งขัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้ว่าจะโทษใครดี เพราะ&lt;br /&gt;- จากมุมมองของคนขาย ตั้งใจทำก็ขายได้ ไม่ตั้งใจทำก็ขายได้ จะตั้งใจให้เหนื่อยทำไม มันก็ไม่น่าจะผิด&lt;br /&gt;- จากมุมมองของคนซื้อ ในเมื่อไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ซื้ออะไรมาก็เหมือนกัน มันก็ไม่น่าจะผิดเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะผิด ก็คงต้องว่าลูกค้าบางคนผิดที่เสือกรู้มาก เพราะถ้าไม่รู้ซะว่ามันไม่ดีก็อาจจะไม่เป็นทุกข์ก็ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-1098744919860127588?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/1098744919860127588/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=1098744919860127588' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/1098744919860127588'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/1098744919860127588'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2008/03/blog-post.html' title='สังคมอุดมอวิชชา'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-8518851492987613570</id><published>2008-02-22T00:06:00.001+07:00</published><updated>2008-05-11T02:48:21.676+07:00</updated><title type='text'>อย่างได้อย่างไร ให้ทำอย่างนั้น</title><content type='html'>ไม่ใช่เอาแต่บ่น ๆ ๆ&lt;br /&gt;โทษโน่น โทษนี่ โทษฟ้า โทษดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราอย่าได้หวังความสมบูรณ์แบบจากใครคนอื่น ไม่มีหรอก แม้แต่กับตนเองก็ไม่มี มัวแต่โวยวายเรียกร้องโน่นนี่ เสียเวลาทำมาหากินเปล่า ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าคิดว่าที่เป็นอยู่นั้นไม่ดี อะไรที่จะทำให้มันดีได้ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ก็ทำซะ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-8518851492987613570?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/8518851492987613570/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=8518851492987613570' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/8518851492987613570'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/8518851492987613570'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2008/02/blog-post.html' title='อย่างได้อย่างไร ให้ทำอย่างนั้น'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-8955092799831420997</id><published>2007-11-16T13:55:00.000+07:00</published><updated>2007-11-16T14:27:51.119+07:00</updated><title type='text'>เสรีนิยมจอมปลอม</title><content type='html'>เสรีนิยมจอมปลอมคือเสรินิยมที่คนอื่น ๆ ต้อง &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ขบถ&lt;/span&gt; เหมือนกู&lt;br /&gt;ถ้าไม่ขบถเหมือนกู แปลว่าเป็นพวกโง่เง่า ถูกล้างสมอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ค่อยต่างไปจาก อนุรักษ์นิยมแบบเผด็จการความดี ซักเท่าไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่า ไม่ได้หมายความว่า เสรีนิยมทุกคน ต้องจอมปลอมเสมอไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมัยก่อน กลไกทางสังคม ใช้ลัทธิบูชาผี เป็นเครื่องกำกับศีลธรรม&lt;br /&gt;ต่อมาวิทยาศาสตร์ทำลายลัทธิบูชาผีหมดสิ้น แต่ไม่ได้สร้างเครื่องกำกับศีลธรรมขึ้นมาใหม่&lt;br /&gt;สังคมที่มันครึ่ง ๆ กลาง ๆ มันเลยวุ่นวายไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ณ เวลานั้น วิทยาศาสตร์คือ ขบถ (ณ เวลานี้ พวกที่ตำหนิวิทยาศาสตร์อย่างนั้น ก็คือ ขบถ เหมือนกัน) เมื่อใจมุ่งไปยังเป้าหมายที่ต้องการ อาจทำให้มิได้ใตร่ตรองผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากแนวคิด ขบถ ของเรา มันก็ไม่ใช่ความผิดบาปอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เมื่อมีบทเรียนมาแล้ว ก็ไม่อยากให้คนรุ่นใหม่ ๆ ทำผิดเหมือนคนที่งมงายในวิทยาศาสตร์เมื่อ 40 -50 ปี ที่แล้วได้กระทำมาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางสิ่งที่เป็นอยู่ในสังคม คือสิ่งที่ผ่านวิวัฒณาการทางสังคมมาแล้ว มันมีคุณค่าของมันอยู่ การทำลายสิ่งนั้นเพื่อตอบสนองความเชื่อ (หรือความงมงาย) ในลัทธิบางอย่างของตน อาจส่งผลต่อสังคมโดยรวมมากกว่าที่คิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเสรีนิยม ก็เสรีจริง ๆ อย่าเสรีปลอม ๆ ความเชื่อของท่านอาจจะถูกก็ได้ แต่ก่อนจะปักใจ อยากให้พิจารณาใตร่ตรองให้รอบคอบ สิ่งหลายสิ่ง เสียไปแล้วเสียไปเลย เรียกคืนไม่ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลาย ๆ สิ่ง เมื่อเริ่มต้นแล้ว ควบคุมไม่ได้ และผลของมันอาจไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดก็ได้ ถ้าเราไม่รอบคอบพอ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-8955092799831420997?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/8955092799831420997/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=8955092799831420997' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/8955092799831420997'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/8955092799831420997'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2007/11/blog-post.html' title='เสรีนิยมจอมปลอม'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-2299302144555521194</id><published>2007-08-07T00:36:00.000+07:00</published><updated>2007-08-07T00:36:09.789+07:00</updated><title type='text'>ภูมิใจไหม? คนไทยทำงานหนัก (เกือบ) ที่สุดในโลก !!! - ก.พ. จะเอายังไง</title><content type='html'>วันนี้อ่านมติชนรายสัปดาห์ฉบับประจำที่ 1407 ประจำวันที่ 3-9 สิงหาคม 2550 คอลัมน์กระแสคน กระแสโลก โดย ดร. ภาณุภาคย์ พงศ์อติชาต &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;สำนักงาน ก.พ.&lt;/span&gt; เรื่องภูมิใจไหม? คนไทยทำงานหนัก (เกือบ) ที่สุดในโลก !!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้ความว่าประเทศไทยมีสัดส่วนคนทำงานมากชั่วโมงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกคือ ร้อยละ 46.7 ชั่วโมง ทำงานมากกว่า 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รองจากอันดับหนึ่ง เปรู ร้อยละ 50.9 และ เกาหลีใต้ ร้อยละ 49.5&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วท่านก็ตั้งประเด็นว่า เรื่องนี้มองแง่ดีก็คือ คนไทยขยัน มองแง่ร้ายก็คือค่าจ้างของเราต่ำทำให้ต้องทำงานมาก และน่าจะส่งผลเสียหลายประการเช่น เมื่อใช้เวลาทำงานมากก็จะมีเวลาสำหรับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตน้อยลง ทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ผมกลับรู้สึกว่า ที่ต้องทำงานอย่างหนักหนาสาหัส (ณ เวลานี้ 00:09:00 น. และยังต้องทำงานอยู่) ส่วนหนึ่งก็เพราะไอ้การประเมิน KPI ของ ก.พ. นั่นแหละ ท่านอาจจะไม่ทราบว่า KPI ที่เราต้องเตรียมนั้นรวมกันได้ตั้ง 86 ตัวชี้วัดไล่ลงมาถึงหน่วยงานระดับเล็กที่สุดในมหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ผมไม่ได้รังเกียจ KPI การมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนย่อมส่งผลดีต่อการพัฒนางาน แต่ตำราก็บอกว่า จำนวน KPI สำหรับหน่วยงานที่ไม่มีระบบฐานข้อมูลที่ดี ควรจะไม่เกิน 20 ตัวชี้วัด ! สำหรับหน่วยงานที่มีระบบฐานข้อมูลอย่างดี ก็ไม่ควรจะเกิน 40 ตัวชี้วัด !! เพราะถ้าเกินไปกว่านี้หน่วยงานจะต้องเสียเวลาอย่างมากในการรวบรวมข้อมูลซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานประจำ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วคุณรู้ไหมว่าหน่วยงานเล็กที่สุดในมหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อรับการประเมินโดยใช้ตัวชี้วัดถึง 86 ตัวชี้วัด !!! &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาควิชาฯ น่ะ แค่เตรียม สอน วิจัย บริการวิชาการ ก็หมดเวลา 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แล้ว ใน 86 ตัวชี้วัดยังเรียกร้องให้มีการทำแผน "ลดขั้นตอน" การทำงาน แผน "ประหยัดพลังงาน" อยู่เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องตลกของแผน "ลดขั้นตอน" ก็คือ ขั้นตอนราชการมันลดไม่ได้ครับท่าน เพราะผู้ปฏิบัติไม่มีใครกล้าทำผิดไปจากความเคยชิน ทุกคนกลัวความผิดพลาด กลัวความผิดจากระเบียบราชการทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าท่านอยากลดขั้นตอน ท่านก็ออกระเบียบราชการมาให้มันมีขั้นตอนน้อย ๆ ตั้งแต่แรกสิครับ อย่ามาเรียกร้องเอากับหน่วยงานปลายทางอย่างภาควิชาอย่างนี้ เราน่ะ ท่านให้ทำอย่างไร เราก็ทำอย่างนั้นทั้งนั้นแหละ ไม่อยากแหกกฏแหกระเบียบหรอก ต่อให้ระเบียบมันงี่เง่าขนาดไหนก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าท่านอยากให้พวกเรามีคุณภาพชีวิตดีกว่านี้ มีชั่วโมงทำงานไม่แตกต่างไปจากนานาอารยประเทศแล้วละก็ ขอแค่ท่านลดจำนวน KPI ของท่านลงบ้าง หรือคุยกับหน่วยงานอื่นที่เขาจะต้องประเมินเราบ้าง อันไหนรวมกันได้ก็รวมกันเสีย เราต้องถูกประเมินจากหลายหน่วยงาน ถ้าต้องเตรียมให้ทุกท่านมาประเมินเราได้อย่างดี ก็ต้องจัดสรรกำลังคนส่วนหนึ่งไปกับเรื่องนี้ แต่คนเราเท่าเดิมเพราะอัตราราชการมันไม่มีอีกแล้ว มันก็ทำให้เราต้องทำงานเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจะช่วยได้มากยิ่งขึ้นหากท่านจะอธิบายให้แต่ละหน่วยงานมีความเข้าใจการประเมินอย่างถ่องแท้ ไม่ใช่แค่ต้องการปั่นตัวเลขเฉย ๆ ผู้ใหญ่รับงานมา ผู้น้อยมันเหนื่อย...โว้ย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-2299302144555521194?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/2299302144555521194/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=2299302144555521194' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/2299302144555521194'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/2299302144555521194'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2007/08/blog-post_07.html' title='ภูมิใจไหม? คนไทยทำงานหนัก (เกือบ) ที่สุดในโลก !!! - ก.พ. จะเอายังไง'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-9217798450216674279</id><published>2007-06-13T20:07:00.001+07:00</published><updated>2007-06-13T20:07:56.337+07:00</updated><title type='text'>โทษคนอื่นมันง่าย</title><content type='html'>วันนี้มีปัญหาที่ทำงาน ใจหนึ่งก็นึกโกรธเพื่อนร่วมงานและลูกน้องที่ทำงานผิดพลาด (มีคำอื่นแทนคำว่าลูกน้องไหม?) นึกว่าทำไมถึงได้ฉลาดน้อยนัก (ตอนที่นึกนั้นใช้อีกคำหนึ่ง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่นึกถึงประโยคหนึ่งได้จากหนังสืออะไรสักเล่ม เขาบอกว่า&lt;br /&gt;เจ้านายที่โทษว่าลูกน้องโง่จึงทำให้งานล้มเหลว เป็นเจ้านายที่โง่มากจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลยกลับมามองตัวเอง เห็นจริงดังที่เขาว่ากันว่า &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;โทษคนอื่นมันง่าย&lt;/span&gt; ก็ต้องอโหสิกรรมท่านทั้งหลายไว้ ณ ที่นี้ด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-9217798450216674279?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/9217798450216674279/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=9217798450216674279' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/9217798450216674279'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/9217798450216674279'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2007/06/blog-post.html' title='โทษคนอื่นมันง่าย'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-4781609470390895551</id><published>2007-06-08T11:02:00.000+07:00</published><updated>2007-06-08T11:02:30.052+07:00</updated><title type='text'>เหตุผลคือสิ่งที่ไม่มีเหตุผล</title><content type='html'>เมื่อสองวันก่อนได้อ่านคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งคอลัมนิสต์ท่านสามารถหากเหตุผลมาสนับสนุนความคิดเห็นของท่านได้ทุกเรื่อง ไม่ว่ามันจะไร้เหตุผลเท่าไรก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านว่าตำรวจดูจะเข้มงวดกับความผิดกฏจราจรมากไปซักหน่อยแล้ว โจรมีทำไมไม่จับ มาจับประชาชน (ที่ทำผิดกฏหมาย) ทำไม?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจำไม่ผิดหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันเคยหาเหตุผลมาสนับสนุน คาสิโน ในประเทศได้ หนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันเคยหาเหตุผลมาคัดค้าน คาสิโนในประเทศได้ แล้วแต่ว่าเวลานั้น ๆ หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นต้องการอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาเข้าจริงแล้ว หากค้นดูดี ๆ ดีไม่ดีอาจจะค้นเจอว่าหนังสือพิมพ์ฉบับเดิมอาจเคยให้เหตุผลตำหนิตำรวจที่ไม่ จับคนที่ทำผิดกฏจราจรมาแล้วก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำให้ผมตระหนักถึงข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า อันที่จริงแล้วเหตุผลคือสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ที่ว่าคุยกันด้วยเหตุด้วยผลนั้น ก็คือใครพูดเก่งกว่า ทำให้คนเชื่อได้มากกว่า พูดได้ดูดีกว่าเท่านั้นเอง เพราะในเมื่อเรื่องราวในโลกนี้ไม่ใช่ขาวดำ เหตุผลจึงมาตัดสินไม่ได้ว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ใกล้ตัวหน่อยก็เรื่องรัฐธรรมนูญ คนที่อยากให้ผ่านก็มีเหตุผล คนที่ไม่อยากให้ผ่านก็มีเหตุผล ทุก ๆ คนมีเหตุผลกันหมด ในบางกรณีก็ว่าอีกฝ่ายไม่คุยกันด้วยเหตุด้วยผลเมื่อเขาแสดงเหตุผลของเขาออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รุ่นพี่แนะนำว่าอย่าไปยึดติดกับเหตุผลนักเลย ท่านให้ยึดธรรมนำหน้า เป็นธรรม หรือไม่เป็นธรรม มันชัดเจนกว่าเหตุผลเยอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขียนไปเขียนมาก็งงเอง เอาเป็นว่าอยากบันทึกไว้ว่าอย่าไปเชื่อสิ่งที่เรียกว่าเหตุผลนัก &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;อยู่ที่ว่าใครพูด แล้วเขาต้องการอะไร &lt;u&gt;ถ้าเขาต้องการมาก ๆ เขาก็หาเหตุผลมารองรับได้ทั้งนั้นแหละ&lt;/u&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็ก ๆ บางคนทุจริตในการสอบ ยังมีเหตุผลอ้างว่าสิ่งที่ตนทำนั้นถูกต้องเลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-4781609470390895551?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/4781609470390895551/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=4781609470390895551' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/4781609470390895551'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/4781609470390895551'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2007/05/blog-post_27.html' title='เหตุผลคือสิ่งที่ไม่มีเหตุผล'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-6803880397884455603</id><published>2007-05-21T17:34:00.000+07:00</published><updated>2007-05-21T17:34:00.233+07:00</updated><title type='text'>ความคาดหวังจากภาคธุรกิจต่อมหาวิทยาลัย -- มากไปไหม?</title><content type='html'>เมื่อสักหลายเดือนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสคุยกับตัวแทนของภาครัฐที่มีหน้าที่ส่งเสริมเศรษฐกิจท่านหนึ่ง โดยที่ท่านเป็นผู้ที่เคยทำงานในภาคธุรกิจมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านบอกว่ามหาวิทยาลัยต้องผลิตบัณฑิตที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งเราเองก็ไม่ขัดข้องคัดค้านท่านในประเด็นนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ดูเหมือนท่านคาดหวังว่านักศึกษาจบใหม่ ๆ จะต้องสามารถทำงานได้ทันที รู้จักเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในโรงงานทันที ไม่ต้องให้มีคนสอน ผมก็ว่าท่านคาดหวังผิด และคาดหวังสูงไปสักหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ว่าผิดคือผมคิดว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้มีหน้าที่ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;รับใช้&lt;/span&gt; ภาคธุรกิจ พอโรงงานของท่านใช้โปรแกรม ก. ไก่ นักศึกษาของเราก็ต้องใช้โปรแกรม ก. ไก่ เป็น พอโรงงานของท่านใช้โปรแกรม ข. ไข่ นักศึกษาของเราก็ต้องใช้โปรแกรม ข. ไข่ เป็น ไม่ต้องพูดถึงว่าภาคธุรกิจของท่านเคยตอบแทนอะไรให้สังคม หรือแม้แต่แบ่งปันอะไรให้มหาวิทยาลัยบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่ามหาวิทยาลัยมีหน้าที่ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;รับใช้สังคม &lt;/span&gt;เราต้องการผลิตบัณฑิตที่ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;คิดเป็น&lt;/span&gt; มากกว่าบัณฑิตที่ใช้โปรแกรมนั้น โปรแกรมนี้เป็น เพราะผมเชื่อว่าหากบัณฑิตมีพื้นฐานที่ดีแล้ว และคิดเป็นแล้ว ไม่ว่าโรงงานจะใช้โปรแกรมอะไรทำงาน บัณฑิตของเราก็สามารถเรียนรู้และทำงานกับระบบนั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมลองนึกย้อนดูว่า สมัยผมเรียนวิชา Computer Programming ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานสมัยผมเรียนระดับปริญญาตรี ตอนนั้นเขาใช้ภาษา Fortran สอน ปัจจุบันงานของผมใช้ PHP เป็นหลักซึ่งไม่ได้มีสอนในสมัยนั้น ผมก็สามารถเรียนรู้ได้ เพราะหลักการใหญ่ ๆ มันเหมือนกัน แล้วการเรียนรู้ PHP ที่ว่านี้ก็เกิดขึ้นในที่ทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางท่านยกตัวอย่าง 7-11 ที่ผลิตบัณฑิตตรงตามความต้องการของตัวเอง ผมก็ต้องถามกลับเหมือนกันว่า ก็นั่น 7-11 ลงทุนเอง มันก็ไม่แปลกตรงไหน แต่หากฝ่ายธุรกิจอื่นต้องการบัณฑิตสำเร็จรูปขนาดนั้น ต้องถามกลับไปด้วยว่า แล้วท่านให้อะไรกับฝ่ายการศึกษาบ้างถึงได้คาดหวังผลสำเร็จรูปสูงขนาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็เป็นความเห็นของผมคนเดียว ผมคิดว่ามันคงพิลึกดีที่จะต้องสอนนักศึกษาถึง ระบบใดระบบหนึ่งให้เชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ เพื่อตอบสนองบริษัทบางบริษัท ทั้ง ๆ ที่ในตลาดมีให้เลือกหลายระบบ และในประวัติศาสตร์ก็มีวิวัฒนาการมาหลายระบบ แทนที่จะสอนให้นักศึกษารู้จัก และเข้าใจหลักการใหญ่ของระบบ &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ประเภท&lt;/span&gt; นั้น ๆ แล้วมีศักยภาพที่จะไปเรียนรู้ระบบใด ๆ ในประเภทนั้น ๆ ก็ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-6803880397884455603?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/6803880397884455603'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/6803880397884455603'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2007/05/blog-post.html' title='ความคาดหวังจากภาคธุรกิจต่อมหาวิทยาลัย -- มากไปไหม?'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-1815641612025851824</id><published>2007-01-17T11:01:00.001+07:00</published><updated>2007-01-17T11:01:40.505+07:00</updated><title type='text'>กองทัพมีหลายทัพ หน้าที่ต่างกัน</title><content type='html'>กองทัพประกอบด้วยทัพน้อยหลายทัพ แต่ละทัพมีหน้าที่ต่างกัน ฉันใด&lt;br /&gt;การทำงาน ก็ประกอบด้วยคนหลายฝ่าย มีหน้าที่ต่างกัน ฉันนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความที่คนมีหลายประเภท เช่น คนที่มีอุปนิสัยเชิงรุก คนที่มีอุปนิสัยเชิงรับ เป็นต้น คนเหล่านั้ก็รับหน้าที่ต่าง ๆ กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้น คนบางคน ทำงานบางอย่าง แล้วเห็นคน ๆ อื่น ไม่ได้ทำงานที่เหมือนกัน ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้ทำงาน หรือ ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำ เพียงแต่หน้าที่เขามันเน้นส่วนอื่นเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นถ้าคุณเป็นคนมีนิสัยเชิงรุก คุณลุยไปข้างหน้า คุณอย่าลืมว่าคุณต้องอาศัยคนที่มีนิสัยเชิงรับ คอยคุมกันอยู่ หรือคุณต้องอาศัยคนที่มีนิสัยละเอียด คอยเก็บรายละเอียดให้คุณ เพราะการลุยไปข้างหน้าบางทีมันเก็บรายละเอียดไม่หมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนเหมือนกองเสบียง เขาก็เตรียมอาหาร เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ เตรียมอาวุธให้คุณ แค่นั้นเขาก็ยุ่งจะตายแล้ว ถ้าคุณไม่เห็นคุณค่าของงานของเขา แล้วเอาแต่ลุยไปข้างหน้า คนอื่นตามไม่ทัน เก็บรายละเอียดให้ไม่ทัน มันก็เดือดร้อนกันไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีเราก็เห็นความตั้งใจดีของคุณเหมือนกัน ที่อยากจะเดินไปข้างหน้าไว ๆ แต่ขอให้เห็นหัวเห็นหางกองหลัง กองเสบียงอย่างเราบ้าง เราตามไม่ทันจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งคุณรุกไปข้างหน้ามากเท่าไร งานที่เราต้องคอยเก็บให้คุณก็มีมากเท่านั้น การเก็บรายละเอียด กับการลุยไปข้างหน้า ใช้ทักษะต่างกัน และต้องการเวลาไม่เท่ากัน ขอให้เข้าใจด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-1815641612025851824?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/1815641612025851824/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=1815641612025851824' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/1815641612025851824'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/1815641612025851824'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2007/01/blog-post.html' title='กองทัพมีหลายทัพ หน้าที่ต่างกัน'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-115055209676249560</id><published>2006-06-17T20:38:00.000+07:00</published><updated>2006-06-17T20:48:16.776+07:00</updated><title type='text'>ทำไมการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยจึงไม่ประสบความสำเร็จ</title><content type='html'>ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า ความรู้สึกที่ว่าการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยนั้นไม่ประสบความสำเร็จ เป็นความรู้สึกส่วนตัว ไม่มีการประเมินอย่างถูกหลักวิชาแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ เพราะคนไทยเราไม่ได้มองศิลปวัฒนธรรมไทยเหล่านั้นอย่างคน &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"ใน"&lt;/span&gt; วัฒนธรรมนั้น ๆ แต่อย่างใด &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หากแต่มองศิลปวัฒนธรรมของตนเองอย่างที่คนแปลกหน้ามองต่างหาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดง่าย ๆ ก็คือ พวกเราล้วนต่างเป็นคนแปลกหน้าในวัฒนธรรมของตนเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นความรู้สึกร่วมที่ว่าสิ่งนี้ ๆ คือของ ๆ เรา เรามีสิทธิ์ที่จะใช้ ที่จะรักษา ที่จะพัฒนา นั้นก็หายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มีอยู่ก็อาจเพียงความรู้สึก เหมือนว่าเราเป็นคนนอก เป็นฝรั่งมาเห็น วัฒนธรรมไทย แล้วก็อุทานว่า โอ้วมายก๊อด พระเจ้ามันช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ สิ่งนี้ต้องรักษาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าใจว่ารู้สึกกันแค่นั้นจริง ๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-115055209676249560?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/115055209676249560/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=115055209676249560' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/115055209676249560'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/115055209676249560'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2006/06/blog-post.html' title='ทำไมการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยจึงไม่ประสบความสำเร็จ'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-114345738311944141</id><published>2006-03-27T17:51:00.000+07:00</published><updated>2006-03-27T18:03:03.130+07:00</updated><title type='text'>ประชาชนไทยควรรับผิดชอบตัวเองเสียที</title><content type='html'>ใคร ๆ ก็บอกว่าปัญหาการเมืองในขณะนี้คือทักษิณ และจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ (แปลว่ารัฐธรรมนูญก็มีปัญหา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญนี้ใครเขียนครับ? ใครครับที่อยากได้พรรคการเมืองใหญ่ ๆ ? ใครครับที่อยากได้ระบบพรรคการเมืองแบบสองพรรคเหมือนของอเมริกา? ใครครับที่หมั่นไส้พวกนักการเมืองที่ชอบย้ายพรรค?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็พวกที่มาตะโกนไล่ทักษิณและขอพระราชทานรัฐบาล (อันเป็นกลไกนอกรัฐธรรมนูญที่ตนเองเขียนขึ้นมากับมือ) นั่นแหละครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดัดจริตอยากได้พรรคการเมืองแบบอเมริกากันเอง ก็รับผิดชอบกันเองด้วยการแก้ไขกันเองครับ ไปหาเรื่องให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาททำไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางที่จะไม่ยอมสยบต่อระบอบทักษิณยังมีอีกครับ อาจจะยืดเยื้อยาวนาน แต่ตราบใดที่ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ (แก้ไขได้นะ แต่ต้องเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องของมัน) ผมก็เอาด้วยเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ผมจะทำแน่ ๆ คือ ไปเลือกตั้งครับ แต่ กาในช่องไม่เลือกใคร ผมไม่เชื่อหรอกว่าประชาชนคนไทยคนอื่น ๆ เขาจะคิดเองไม่เป็น ถ้าเขาชอบทักษิณ ทำไมเขาถึงจะไม่มีสิทธิ์เลือกทักษิณล่ะครับ? และถ้าบอกว่าเขาด้อยโอกาสทำให้หลงเชื่อทักษิณ แล้วใครล่ะครับที่ใช้โอกาสที่มันยังขาดแคลนอยู่ในประเทศนี้อย่างฟุ่มเฟือย จนมีคนต้องด้อยโอกาส (ตามความเชื่อของท่าน) มากมายขนาดนี้?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็พวกเรากันเองทั้งนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้น รับผิดชอบการกระทำและผลกรรมของตนเองด้วยตนเองเถิดครับ อย่าเรียกร้องอำนาจพิเศษจากเบื้องบนให้ต้องทรงตรากตรำคอยแก้ปัญหาให้ประชาชน ของพระองค์เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปเลือกตั้งซะ แล้วก็แสดงออกมาให้เห็นชัด ๆ ว่าท่านคิดอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงเวลานั้นแล้ว ทางออกจากปัญหานี้จะปรากฏขึ้นเองครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-114345738311944141?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/114345738311944141/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=114345738311944141' title='5 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/114345738311944141'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/114345738311944141'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2006/03/blog-post.html' title='ประชาชนไทยควรรับผิดชอบตัวเองเสียที'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-113387036006002931</id><published>2005-12-06T18:47:00.000+07:00</published><updated>2005-12-06T19:14:21.686+07:00</updated><title type='text'>ระบบราชการสอนให้คนโกหก ฟุ่มเฟือย และตุกติกคดโกง!</title><content type='html'>ระบบระเบียบว่าด้วยการใช้เงินของหน่วยงานราชการอย่างน้อยหนึ่งแห่ง (เท่าที่ได้ประสบด้วยตนเอง - เชื่อว่าหน่วยงานราชการทุกแห่งไม่ต่างกัน) สอนให้คนโกหก สอนให้คนโกง สอนให้คนฟุ่มเฟือย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมอธิบายไม่ถูก เล่าเป็นเรื่องๆ ไปน่าจะเข้าใจง่ายกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;๑. การสอนให้คนโกหก&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผมจำเป็นต้องขออนุมัติใช้รถไปราชการ ทางหน่วยงานก็ให้ระบุไปในคำร้องว่าจะขอใช้รถตั้งแต่วันที่เท่าไร กี่โมง จนถึงวันที่เท่าไร กี่โมง ซึ่งผมก็ระบุไปโดยการประมาณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเดินทางจริง และเป็นการเดินทางระยะไกล แม้ความคลาดเคลื่อนเพียงช่วงละหนึ่งส่วน เมื่อประกอบกันหลายส่วนก็คลาดเคลื่อนไปหลายชั่วโมง ทำให้เวลาเดินทางกลับไปตรงกับที่ขอไว้ กล่าวคือ ช่วงเวลาที่ขออนุมัติคือ จากวันจันทร์ เวลา ๐๖.๐๐ จนถึงวันศุกร์ เวลา ๑๗.๐๐ ปรากฏว่าผมกลับถึงหน่วยงานวันศุกร์ เวลา ๒๒.๐๐ ซึ่งผมก็รายงานการเดินทางไปตามจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏว่าฝ่ายการเงินส่งรายงานผมกลับคืนมาด้วยเหตุผลว่า เวลาที่กลับจริง ไม่ตรงกับที่ขอไป!!??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็งง เพราะเรารายงานไปตามจริง ทำไมต้องเขียนรายงานใหม่ให้มันไม่ตรงกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงด้วย อีกทั้งหากการเขียนรายงาน สามารถที่จะเขียนโดยไม่ตรงกับความเป็นจริงได้แล้ว ขอเพียงให้ตรงกับที่ขออนุมัติเพียงประการเดียวโดยไม่สนใจว่าจะเป็นความจริงความเท็จอย่างไร &lt;strong&gt;แล้วจะให้เขียนรายงานไปทำไม!!??&lt;/strong&gt; พูดตามตรง ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่าคนที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน ณ เวลานี้ เข้าใจจุดมุ่งหมายของการเขียนรายงานการเดินทางไปราชการจริงๆหรือเปล่า หรือเพียงจำๆเอามาว่า เลขนี้ต้องเท่ากับเลขนั้น โดยไม่เข้าใจความหมายและที่มาที่ไปของมันเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายผมก็ต้อง &lt;strong&gt;โกหก&lt;/strong&gt; ตามความต้องการของฝ่ายการเงินเพราะไม่รู้จะเอาอะไรไปงัดข้อกับเขา เนื่องจากเราเป็นพนักงานใหม่ ค่าใช้จ่ายก็ชำระไปหมดแล้ว ถ้าเบิกไม่ได้ก็ต้องจ่ายเองซึ่งเป็นเรื่องที่บั่นทอนกำลังใจอย่างแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เอาเถอะ อย่างไรเสีย ผมก็กลายเป็นคนโกหกไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;๒. การสอนให้คนฟุ่มเฟือย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ในการเดินทางครั้งนี้ ผมต้องเตรียมการให้ข้าราชการอาวุโสไปด้วย เนื่องจากระยะทางไกลไม่สะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผมจึงจัดให้ผู้อาวุโสเดินทางโดยเครื่องบิน เมื่อตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว หากผมไม่คิดจะประหยัดเงินให้ประเทศชาติ ก็สามารถทำได้ แต่เพราะผมทราบดีว่าประเทศเรานี้ไม่ใช่ประเทศร่ำรวย สิ่งที่ประหยัดได้ควรประหยัด จึงจัดหา แพคเกจทัวร์ ซึ่งรวมค่าเดินทางและค่าที่พักเข้าด้วยกันในราคาที่ถูกกว่าให้ผู้อาวุโส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏว่า รายการนี้มีปัญหา &lt;strong&gt;อาจจะเบิกไม่ได้!!&lt;/strong&gt; ด้วยเหตุผลว่า ไม่มีรายการทัวร์เหมาจ่ายอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่สามารถนำรายการนี้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอ้ ให้ตายเถอะ! นี่เรานำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวก หรือว่าเอามาให้มันเป็นนายเรากันแน่ (วะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความอัดอั้นตันใจ ผมก็ปรึกษาปัญหานี้กับข้าราชการรุ่นพี่ คำตอบเหมือนกันหมดก็คือ &lt;strong&gt;ทีหลังอย่าเสือกประหยัดให้ราชการ&lt;/strong&gt; เบิกอะไรได้เบิกให้หมด ไม่อย่างนั้นทำประหยัดไปให้เขา เขาไม่เอาเรานั่นแหละจะเดือดร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอ้ ประเทศชาติ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เอาเถอะ โอกาสหน้า ผมก็คงจะไม่ประหยัดแล้วล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;๓. การสอนให้คนโกง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;กรณีนี้เป็นเงินจำนวนน้อยที่สุด แต่เจ็บปวดเป็นที่สุด เพราะทำให้ผมได้ทราบถึงรากเหง้าของความคดโกงทั้งหลายในแผ่นดินนี้ ว่าอันที่จริงแล้วมันเกิดจากความงี่เง่าในระบบราชการนี่เอง กล่าวคือในรายการค่าใช้จ่ายในราชการครั้งนี้ รวมค่าที่จอดรถซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นเงิน ๒๐ บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แค่ ๒๐ บาทนี่แหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ต้องแปลกใจเลยถ้าผมจะเรียนให้ทราบว่ารายการนี้ &lt;strong&gt;เบิกไม่ได้&lt;/strong&gt; เพราะไม่มีรายการนี้ในระบบคอมพิวเตอร์ให้เลือก ผมก็ถามกลับไปว่าแล้วจะให้ใครจ่าย หัวหน้าหน่วยจะจ่ายไหม หัวหน้าฝ่ายการเงินจะจ่ายไหม อธิบดีจะจ่ายไหม รัฐมนตรีจะมาจ่ายให้ผมไหม หรือว่าต้องมาลงเอากับผู้น้อย เงินเดือนน้อยอย่างผมนี่!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำแนะนำจากผู้รู้คือ ไปแปลงค่าที่จอดรถให้กลายเป็นค่าน้ำมันซะ แล้วชีวิตมันจะดีขึ้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครับ ในที่สุด ผมก็ผ่านการทดลองงานขั้นแรก ในการที่จะเป็นข้าราชการที่สามารถเอาตัวรอดอยู่ได้ ในระบบราชการเฮงซวยนี่ด้วยการ หัดโกหก ฟุ่มเฟือย แล้วก็ตุกติก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ขอตะโกนดังๆว่า โอ้ประเทศชาติ (โว้ย)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-113387036006002931?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/113387036006002931/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=113387036006002931' title='5 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/113387036006002931'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/113387036006002931'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2005/12/blog-post.html' title='ระบบราชการสอนให้คนโกหก ฟุ่มเฟือย และตุกติกคดโกง!'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-111692855557641682</id><published>2005-05-24T16:45:00.000+07:00</published><updated>2005-05-24T16:55:55.580+07:00</updated><title type='text'>น้ำเอยน้ำใจ</title><content type='html'>วันนี้ผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนข้ามถนนตรงทางข้าม รถจะรี่เร่งขับเข้ามาอย่างเร็ว เพื่อไม่ให้ข้ามได้ กลัวจะต้องหยุดรถรอคนข้าม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถคันเดิมขับผ่านเลยทางคนข้ามไป แล้วก็ไปชะลอรถตรงที่มีหลุม กลัวรถพัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดง่ายๆ ว่ามันห่วงรถมันมากกว่าชีวิตคน&lt;br /&gt;หรือเบาๆหน่อย ก็คงจะให้เกียรติและความสำคัญแก่รถของตน มากกว่าชีวิตของคนอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางที ก็นึกๆอยู่เหมือนกันว่า เอ๊ะ นี่กูอยู่ในโลกมนุษย์ หรือว่าอยู่ในนรกกันแน่วะเนี่ย -_-'&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-111692855557641682?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/111692855557641682/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=111692855557641682' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/111692855557641682'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/111692855557641682'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2005/05/blog-post.html' title='น้ำเอยน้ำใจ'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-111461982595937414</id><published>2005-04-27T23:35:00.000+07:00</published><updated>2005-04-27T23:37:05.960+07:00</updated><title type='text'>ทันสมัย ไม่พัฒนา ท่าจะจริง</title><content type='html'>ในหน่วยราชการมีคอมพิวเตอร์รุ่นสูงๆ ใช้ ทันสมัยมากๆ&lt;br /&gt;แต่ใช้ได้แค่พิมพ์งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ไปติดต่อราชการ (ขอไม่บอกว่าที่ไหน) ต้องกรอกเอกสารหลายฉบับ ทุกฉบับต้องการข้อมูลคล้ายๆกัน เช่น ชื่อ สกุล ชื่อพ่อ ชื่อแม่ วันเกิดตัว วันเกิดพ่อ วันเกิดแม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมต้องกรอกเอกสารพวกนี้ประมาณสิบครั้งเข้าไปแล้วภายในเวลาเพียงไม่ถึงปี กรอกแล้วก็ส่งให้หน่วยงานเดิมนี่แหละ กว่าจะเดินเรื่องเสร็จ ก็เลยไม่เข้าใจว่าคอมพิวเตอร์ราคาเป็นหลายหมื่น ระบบฐานข้อมูลเป็นหลายแสน ที่หน่วยงานซื้อมาใช้ มันจะช่วยอะไรตรงนี้ไม่ได้เลยหรือไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นเอกสารแผ่นแรก เอามาให้กรอกแล้ว ก็เอาเข้าฐานข้อมูลไปเลย พอต้องกรอกอีกใบ ก็พิมพ์ส่วนที่เคยให้ข้อมูลไปแล้วให้เรียบร้อย เราจะได้กรอกเฉพาะข้อมูลที่ยังไม่เคยให้ไป อย่างนี้เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกผมก็แค่อยากบ่น ก็บ่น บ่นจนรำคาญตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ่นสักพัก ก็เลยคิดว่า ถ้าทำได้ก็น่าจะลงมือทำอะไรสักอย่าง ก็เลยเสนอไอเดียกับหัวหน้า เพื่อให้หัวหน้าไปคุยกับ หัวหน้างานส่วนที่เกี่ยวกับฐานข้อมูลนั้น เพื่อนำข้อเสนอที่ผมจะเสนอนี่แหละ ไปปรับใช้ คือคิดว่าถ้าหัวหน้าเห็นด้วย ผมจะยอมรับทำโปรแกรมเองด้วยซ้ำไป (ถ้าทางหน่วยงานนั้นยอมให้ทำ) หรือถ้าไม่ยอม จะเขียนแนวทางคร่าวๆ ให้ก็ได้ (คิดว่าซี้ซั้วไปคุยกับทางโน้นเอง เขาก็ไม่ฟังเด็กเมื่อวานซืนอย่างผมหรอก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ซึ่งอันที่จริงคนที่ทำงานด้านฐานข้อมูลไม่ต้องการแนวทางของผมหรอก เขาเก่งกว่าผมประมาณล้านเท่า หลับตาทำยังได้เลย แต่เขาอาจจะมองไม่เห็นว่ามันน่าทำและผมไม่รู้ว่าจะไปบอกเขายังไงว่าตรงนี้มั นน่าทำนะ ตรงนี้มันน่าปรับปรุงนะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวหน้าท่านก็ว่า เสนอไปก็ไม่ให้ทำหรอก เพราะถ้าให้เราทำมันเสียหน้าเขา ถ้าเขาทำเองมันก็เพิ่มงานเขา &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;นี่แหละประเทศไทย&lt;/span&gt; (ผมเข้าใจเอาเองว่า มันคือคำแนะนำว่าจงอยู่เฉยๆ และผมรู้สึกว่าผมเกลียดคำว่า &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เมืองไทยก็อย่างนี้แหละ&lt;/span&gt; ขึ้นมาทันที)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นผมได้เดินไปนอกสถานที่ใกล้ๆ เห็นเด็กๆ กำลังใช้คอมพิวเตอร์รุ่นที่ดีกว่าเครื่องในหน่วยงานด้วยซ้ำ เล่นเกมส์ออนไลน์อยู่อย่างครึกครื้น เพื่อนรุ่นน้องอีกคนกำลังเอาเกมโป๊มาแบ่งกับเพื่อนรุ่นน้องด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำได้เพียงนี้เท่านี้เอง สำหรับคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเกิดความอึดอัดขึ้นจุกอก แทบจะร้องไห้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-111461982595937414?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/111461982595937414/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=111461982595937414' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/111461982595937414'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/111461982595937414'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2005/04/blog-post_27.html' title='ทันสมัย ไม่พัฒนา ท่าจะจริง'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-111279414594020083</id><published>2005-04-06T20:19:00.000+07:00</published><updated>2005-04-06T20:29:46.443+07:00</updated><title type='text'>อภิสิทธิ์ของนักศึกษา</title><content type='html'>เห็นพูดกันว่าออกนอกระบบแล้ว นักเรียนจะไม่มีโอกาสเรียนเพราะค่าเทอมแพงขึ้น ฟังดูดีแต่จากที่ตาเห็นกลับปรากฏว่า การที่นักเรียนได้รับการอุดหนุนจากเงินภาษีทำให้จ่ายค่าเทอมน้อยกว่าที่ควรจ ่าย คือประมาณไม่ถึงร้อยบาทถึงร้อยกว่าบาทต่อหน่วยกิต ทั้งๆที่ค่าใช้จ่ายจริงควรจะเกินพันบาทต่อหน่วยกิตนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ไม่ได้ช่วยสร้างคนที่จะออกมาช่วยสร้างชาติสักเท่าใดเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;เ พราะจะเห็นนักเรียนเขียมค ่าลงทะเบียนเอาไปจ่ายค่าเหล้าก็มาก ไปจ่ายค่าเที่ยวค่ากินก็มาก ไปซื้อการ์ตูน หรือเอาไปลงกับงานอดิเรกที่ฟุ่มเฟือยก็ไม่น้อย บ้างก็ไปเป็นค่าน้ำมันรถ (ซึ่งได้เป็นของขวัญจากคุณพ่อคุณแม่เมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้) และค่าทางด่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเพราะว่าการที่ได้รับการอุดหนุนจากภาษีของประชาชนโดยไม่รู้ตัว ทำให้มีน้อยคนที่จะสำนึกได้ว่า โอกาสทางการศึกษาของตนเองนั้น &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เป็นพระคุณของชาติ คือเป็นพระคุณของประชาชนคนไทย &lt;span style="font-style: italic;"&gt;ควรที่จะตอบแทนสู่สังคมไทย ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;แ ต่กลับกลายเป็นว่า แต่ละคนก็คิดเอาว่า ฉันเรียนเอง ค่าเทอมฉันออกเอง เพราะฉะนั้น ฉันจบแล้วฉันจะกอบโกยเอง มันผิดตรงไหน? เมื่อไปทำงานกับบริษัท แทนที่จะทำงานอย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ก็หาทางทำกำไรให้บริษัทอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่ดูว่าผู้บริโภคซึ่งเป็นคนที่ส่งเสียพวกเราเรียนจนจบนั้นจะโดนผลกระทบอะไร บ้าง สังคม ซึ่งให้โอกาสเรามากมาย สูญเสียอะไรไปบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่ากระนั้นเลย เลิกอุดหนุนการศึกษาโดยการปิดบังค่าใช้จ่ายที่แท้จริงเสียเถอะ ปล่อยให้คนเหล่านี้ดิ้นรนขึ้นสู่ที่สูงเอาเอง เพราะจะอุดหนุนหรือไม่อุดหนุน เดี๋ยวพวกนี้มันก็กลับมาสูบเลือดพวกเราอยู่ดี ไม่เห็นจะต่างกัน&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-111279414594020083?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/111279414594020083/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=111279414594020083' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/111279414594020083'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/111279414594020083'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2005/04/blog-post.html' title='อภิสิทธิ์ของนักศึกษา'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-110864576324665453</id><published>2005-02-17T20:02:00.000+07:00</published><updated>2005-02-17T20:09:23.246+07:00</updated><title type='text'>ปัญญาชนคือผู้มีอภิสิทธิ์?</title><content type='html'>มหาวิทยาลัยน่าจะเป็นแหล่งรวมของผู้มีปัญญา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญญาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจำได้มาก ท่องได้หมด คำนวณเก่ง แต่ต้องรวมหมายถึง &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;รู้ถูก รู้ผิด รู้ดี รู้ชั่ว&lt;/span&gt; ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏว่าเอาเข้าจริงมหาวิทยาลัย (บางแห่ง - หลายแห่ง) กลับกลายเป็นเพียงแหล่งรวมของผู้ไร้ปัญญา ไม่ รู้ถูกรู้ผิด อันใดเลย เห็นได้จากวินัยจราจรภายในเขตรั้วมหาวิทยาลัย ไม่อยากเอ่ยชื่อว่าที่ใด เพราะมีบางแห่ง (น้อยแห่ง) ที่ทำได้ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งการจอดรถในที่ห้ามจอด เลี้ยวโดยไม่ให้สัญญาณไฟ ไม่ให้รถทางตรงไปก่อน ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้พบได้ในเขตมหาวิทยาลัย ทั้งๆที่มันน่าจะไปพบที่เขตอื่นๆมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ่นไป เพื่อนก็บอกว่าไม่แปลกใจ เพราะพ่อแม่เด็กพวกนี้ก็ไม่ต่างกัน เห็นมีมาส่งลูก อยากจะจอดแม้ในที่ห้ามจอดก็จอดกันได้หน้าตาเฉยโดยไม่นึกไม่คิดว่าคนอื่นๆที่ ร่วมใช้ถนนอยู่ด้วยนั้นจะลำบากเดือดร้อนกันสักกี่มากน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วพอเด็กพวกนี้มีลูก เขาจะเลี้ยงลูกกันยังไงนะ?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-110864576324665453?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/110864576324665453/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=110864576324665453' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/110864576324665453'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/110864576324665453'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2005/02/blog-post.html' title='ปัญญาชนคือผู้มีอภิสิทธิ์?'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-110629064621131612</id><published>2005-01-21T13:40:00.000+07:00</published><updated>2005-01-21T13:57:26.210+07:00</updated><title type='text'>ทำไมนักศึกษาจึงไม่ควรลอกการบ้าน?</title><content type='html'>ตอบสั้นๆ ว่า ก็เพราะมันไม่คุ้มน่ะสิ&lt;br /&gt;เพราะคนที่ลอกการบ้าน ไม่ใช่คนที่จะไปอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอแน่นอน เพราะฉะนั้นพวกนี้มักจะเป็นพวกที่มีปัญหาในห้องสอบอยู่แล้ว เช่นมีข้อสอบหกข้อ อาจจะพอนึกวิธีทำออกแค่สาม และทำถูกจริงๆแค่หนึ่งข้อเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกนี้มักจะนึกเอาว่า การลอกการบ้านมาส่ง อย่างน้อยก็ (คงจะ) ได้คะแนนการบ้านไปช่วยเสริมแม้เพียงเล็กน้อย ก็น่าจะดีกว่าไม่มีอะไรเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หารู้ไม่ว่า นั่นเท่ากับขุดหลุมฝังตัวเองโดยไม่รู้ตัว!!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะว่าสัดส่วนของคะแนนการบ้านกับคะแนนข้อสอบมันเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว คะแนนการบ้านธรรมดาก็ ๑๐ คะแนน อย่างมากก็ ๒๐ คะแนน ส่วนคะแนนในห้องสอบอย่างต่ำ ๓๐ คะแนน สูงสุดอาจจะถึง ๖๐ คะแนน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากนักศึกษาเลือกที่จะทำการบ้านเอง &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;อย่างมีศักดิ์ศรี&lt;/span&gt; ไม่ทำในข้อที่ทำไม่ได้ไม่จำเป็นต้องไปลอกใคร ก็จะทราบ ณ ขณะที่ทำการบ้านอยู่ในทันที ว่าตนมีความเข้าใจเนื้อหามากน้อยเพียงใด และเมื่อทราบว่าไม่เข้าใจในจุดใดก็สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที &lt;span style="font-style: italic;"&gt;ก่อนสอบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นเท่ากับ สละส่วนน้อย (คือคะแนนการบ้าน) เพื่อพิชิตส่วนใหญ่ (คือคะแนนสอบ) และยังได้ความรู้ชนิดที่ลืมยากติดตัวไปในวิชาชั้นสูงหรือในอาชีพต่อไปอีกด้ว ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากคิดไม่ถี่ถ้วน&lt;span style="font-weight: bold;"&gt; &lt;/span&gt;ยอมไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเองและเพื่อนคนอื่นเพียงเพื่อคะแนนเพียงเล็กน้อย นั่นเท่ากับว่าเราได้ทิ้ง &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ศักดิ์ศรี&lt;/span&gt; ของเราไปเสียแล้ว อย่าว่าแต่การนั้นยังส่งผลร้ายต่อเราต่อเนื่องไปถึงในห้องสอบและในวิชาชั้นสูงต่อๆไปอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คะแนนจอมปลอม ย่อมคู่ควรกับคนจอมปลอม สร้างภาพ เท่านั้น คนที่ยอมทรยศต่อเพื่อนเพื่อคะแนนเล็กๆน้อยๆ ย่อมกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ยอมยืดหยุ่นหลักปฏิบัติในหน้าที่ของตนเพื่ออามิสสินจ ้างต่อไป เป็นบ่อเกิดแห่งการทุจริตต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่เชื่อมั่นในตนเอง อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีเกียรติ ไม่สร้างภาพ ย่อมไม่ยอมทรยศตนเองและเพื่อน เพียงเพื่อเศษคะแนนเพียงเล็กน้อยนี้ได้ และความมีศักดิ์ศรีอันนี้เองที่จะคุ้มครองนักศึกษาในห้องสอบต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนคนที่อ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ แต่ลอกการบ้านเพื่อนเพราะขี้เกียจทำเองนั้น ถือว่านอกจากไร้เกียรติและศักดิ์ศรีแล้ว ยังเป็นคนที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจชนิดที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ หากมีคนชนิดนี้ขอแนะนำให้หลีกไปให้ไกลๆ&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-110629064621131612?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/110629064621131612/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=110629064621131612' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/110629064621131612'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/110629064621131612'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2005/01/blog-post.html' title='ทำไมนักศึกษาจึงไม่ควรลอกการบ้าน?'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-109948985332263785</id><published>2004-11-03T20:47:00.000+07:00</published><updated>2004-11-03T20:50:53.323+07:00</updated><title type='text'>พลังแห่งชีวิต</title><content type='html'>&lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;ช่วงนี้มีโฆษณาหนังสือพลังแห่งชีวิตหนักหน่วงมาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt; &lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;ชักเป็นห่วงแม่ เพราะรู้ว่าแม่ไม่ชอบวิธีแบบนี้กับศาสนา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;แต่ได้ยินข่าวว่าทางการจะเข้าไป "จัดการ" ผมก็ว่ามันเกินไป และไม่ตรงประเด็นปัญหา (ของชาวพุทธ) สักหน่อย ผมคิดว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;span style="color: rgb(0, 0, 0);"&gt;๑. กระทรวงวัฒนธรรมไม่ควรเอาเรื่องโฆษณาหนังสือ ขอแค่จับตามองไว้ ไม่ให้มีอะไรเกินเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๒ . เนื่องจากกระทรวงฯ เป็นเรื่องทางโลกย์ และควรสนับสนุนทุกศาสนาเท่าเทียมกัน คนที่ควรจะออกแรงจริงๆ จึงไม่ใช่กระทรวง แต่เป็นองค์กรของชาวพุทธ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ไม่ใช่ออกแรงไปต้านเขา ด่าเขา เสียเวลาเปล่า แต่ควรที่จะกวาดบ้านตัวเองให้หนักขึ้น ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๒ .๑ กวดขันพระสงฆ์องค์เจ้าให้ดี อย่าให้มีเรื่องเสื่อมเสียรายวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุรา เรื่องสตรี เรื่องการพนัน เรื่องเงิน เรื่อง CD เถื่อน ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๒.๒ ทบทวนการเรียนการสอนพุทธศาสนาของเราให้ดี ว่าบกพร่องตรงไหน ทำไมบางคนยังไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องบวช ทำไมต้องบิณฑบาต ทำไมถึงไหว้พระพุทธรูป ถ้าดีหรือไม่อยู่ที่ใจ ฆ่าสัตว์ไป ดื่มเหล้าไป แล้วดีในใจไม่ได้หรือ คนที่บรรลุไปแล้ว เคยคุยกับคนที่ไม่บรรลุไหม ว่าเขาข้องใจตรงไหน คำถามหลายๆคำถาม ผมก็เพิ่งทราบ ว่ามันเคยมีคนถามมาสองพันกว่าปีแล้ว และก็มีคนตอบให้กระจ่างแล้ว ทำไมเราไม่เอามาสอนเด็กๆอย่างผมบ้าง (เกี่ยวกับจารวาก? หรือมิลินทปัญหาที่มีเป็นมินิซีรีส์อยู่ในห้องสมุดมันช่วยได้ไหม แล้วเราเอามาขยายผลได้ไหม?) รับรองว่าไม่มีในวิชาพุทธศาสนาสมัยผมเรียนแน่ๆ แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยว่าสมัยนี้มีวิชาพุทธศาสนาเหลืออยู่ในโรงเรียนไหม ถ้าไม่มีแล้ว เรามีช่องทางอื่นไหม ที่จะเข้าถึงเด็กๆของเรา?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเพื่อนคนหนึ่ง เปลี่ยนศาสนาไป เพราะ "เชื่อตามที่เห็น" ว่าศาสนาพุทธไม่มีสาระ สวดก็ฟังไม่รู้เรื่อง ทำบุญเงินบุญก็เข้ากระเป๋าหลวงพี่ หาประโยชน์ไม่ได้ คือคิดถึงศาสนาพุทธอย่างอุดมคติ (ตามหลักวิทยาศาสตร์ปนประโยชน์นิยมในห้องเรียนที่กล่าวหาแม้กระทั่งประเพณีท ้องถิ่นว่าไร้สาระ) แล้วมองภาพในวัดที่เป็นอยู่จริง มันขัดกันมากเกินไปหรือไม่!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรทบทวนซ่อมจุดอ่อนเสริมจุดแข็ง แล้วก็ทำเป็นยุทธศาสตร์การเผย่แผ่ศาสนาพุทธได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๓. ผมคิดว่า อันที่จริงที่ว่าประชากรของเรานับถือพุทธเป็นส่วนใหญ่นั้นควรคิดให้รอบคอบไม่ประมาท ว่าอันที่จริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห รือจะมีประชากรที่นับถือ "ผี" มากกว่า เช่นถูต้นไม้ขอหวย (ข้อนี้ก็โดนเพื่อนตัวดีของผมผนวกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความไร้สาระของศาสน าพุทธ (ตามที่เขาเข้าใจ) เช่นกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้จะมาแย้งว่า ต้นไม่ศักดิ์สิทธิ์มีหรือไม่มีจริง เพราะไม่ว่ามีหรือไม่มีจริง ศาสนาพุทธก็ย่อมไม่สอนให้ใช้ความศักดิ์สิทธิ์ใดๆนั้นเพื่อประโยชน์ทางโลกย์ (ขอหวย) อยู่แล้ว คนที่เป็นสาวกของต้นไม้เพื่อประโยชน์ทางการพนันขันต่อ ยังจะนับเป็นชาวพุทธด้วยละหรือ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าชาวพุทธไม่สามารถสร้างสังคมพุทธที่เข้มแข็งได้ ปล่อยให้มีสาวกของต้นไม้บ้าง สาวกของต้นเห็ดบ้าง อยู่เต็มประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ างทีผมว่าให้เพื่อนร่วมโลกของเรานำศาสนามาให้เขา โลกก็ยังสงบสุขมากขึ้นดีอยู่ ดีกว่าปล่อยให้นับถือต้นไม้ต้นเห็ดไปเรื่อยๆไม่มีสาระอะไร เป็นภัยต่อตนเองและผู้อื่นยิ่งกว่าด้วยซ้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-109948985332263785?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/109948985332263785/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=109948985332263785' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/109948985332263785'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/109948985332263785'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2004/11/blog-post.html' title='พลังแห่งชีวิต'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7164982.post-109544606699138970</id><published>2004-09-18T01:34:00.000+07:00</published><updated>2004-09-18T01:48:44.613+07:00</updated><title type='text'>ผู้โชคดี?</title><content type='html'>เมื่อไม่นานมานี้ สังเกตเห็นเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่เว็บหนึ่ง ลงโฆษณา Lotto Greencard ซึ่งเราก็พอทราบๆมาว่ามันมีโปรแกรม Affiliate อยู่ นัยว่าถ้ามีคนสมัคร หรือถ้ามีคนได้เป็นประชากรของเขาจริงๆ คนลงโฆษณาก็คงได้เปอร์เซนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงเท่านั้นก็หงุดหงิดหัวใจไม่ใช่น้อยแล้ว ประเทศเราไม่ใช่ประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม ไม่ใช่ประเทศที่ยากแค้น มีเหตุอันใดที่ประชากรที่มีคุณภาพของเราต้องไปเป็นประชากรของประเทศอื่น? อย่าว่าแต่คนที่มีสิทธิ์จะเล่น Lotto อย่างนี้ได้ ก็เป็น &lt;strong&gt;คนชั้นบนๆของโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่ได้ดูดทรัพยากรและโอกาสไปจากคนอื่นๆที่ด้อยกว่า&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ไปจนตัวเองได้ยืนอยู่ตรงนี้มีความสุขอยู่ตรงนี้ แล้วก็เลือกที่จะไม่ใช้โอกาสที่ได้รับมานั้น แก้ปัญหาให้คนไทยด้วยกัน แต่จะใช้ต้นทุนเหล่านั้นเป็นฐานให้ตัวเองเป็น&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผู้มีสิทธิ์เป็นประชากรของประเทศอื่น!!&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ฟิวส์ขาดก็ตอนที่เข้าไปในเว็บท่าแห่งหนึ่ง มีแบนเนอร์ขึ้นหราว่า คนที่ได้สิทธิ์เหล่านั้น &lt;strong&gt;เป็นผู้โชคดี!!??&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เอ...หรือว่าผู้ไม่ได้สิทธิ์เป็นประชากรของประเทศนั้นเป็นผู้โชคร้ายหรืออย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่สินะ โชคร้ายที่โอกาสที่แบ่งกันไปนั้น ไม่ได้กลับคืนสู่สังคมเรา แต่จะไปเป็นทุน (ที่เขาไม่ได้ลง) ของสังคมอื่น น่าเศร้านัก&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7164982-109544606699138970?l=kt-thoughts.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/feeds/109544606699138970/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=7164982&amp;postID=109544606699138970' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/109544606699138970'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7164982/posts/default/109544606699138970'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kt-thoughts.blogspot.com/2004/09/blog-post.html' title='ผู้โชคดี?'/><author><name>ktphong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06067226942750015657</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09751416280772459360'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry></feed>