tag:blogger.com,1999:blog-6012287330269286144.post-79315005852585182772007-10-16T23:22:00.000+07:002007-10-16T23:22:10.615+07:00ประวัติคาราเต้ในเมืองไทย<span style="font-family:times new roman;"><strong>ประวัติคาราเต้ในเมืองไทย</strong> </span><br /><span style="font-family:times new roman;"></span><br /><span style="font-family:times new roman;">คาราเต้ เป็นศาสตร์และศิลป์ ที่เยาวชนควรสนใจ ผู้ปกครองควรให้การสนับสนุนวิชานี้เป็นทั้ง "กีฬาและเป็นวิชาการต่อสู้ด้วยมือเปล่า" ผู้ฝึกหัดจะมีสุขภาพดีมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย มีความอดทน อดกลั้น ทำให้มีร่างกายและพลานามัยสมบูรณ์รู้จักแก้ใขปัญหาทางสันติ นอกเหนือจากดังกล่าวแล้ว ประโยชน์ของวิชาคาราเต้อยู่ที่ว่า "จะนำไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยเพียงไร ?"ประวัติคาราเต้ในเมืองไทยเริ่มก่อนปี 2500 คาราเต้ รู้จักในนามมวยญี่ปุ่น ในยุคก่อนคาราเต้ได้เข้ามาแบบท่องเที่ยว เพื่อหาประสบการณ์จากความรู้และความจริงว่า คาราเต้นี้เป็นวิชาที่เลอเลิศ เหนือกว่าวิชาต่อสู้อื่นใดในโลก สมจริงดังคำกล่าวเล่าต่อๆ กันมาหรือไม่ หลังจากปี 2500เป็นลำดับมาประมาณ 1-2 ปี ได้มีการประกบคู่มวยไทยกับคาราเต้จะขึ้นที่สนามมวยเวทีลุมพินี ก่อนการขึ้นชกได้มีการตกลงข้อต่อรองกันนานพอสมควรกว่าจะขึ้นเวทีได้ อันเนื่องมาจากกฎ กติกาการแข่งขัน ค่าใช้จ่าย เงินรางวัลและสิ่งต่างๆ อีกหลายอย่างที่จำเป็นต้องกำหนดขึ้นระหว่างคาราเต้กับมวยไทยที่จะชกเป็นครั้งแรกข้อตกลงที่จะขอกล่าวถึงนี้ก็คือว่า การต่อสู้มวยไทยกับคาราเต้นึ้ คาราเต้ต้องสวมนวมเหมือนมวยไทยด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นคาราเต้ก็หมดโอกาสได้ใช้อาวุธสำคัญซึ่งเหมือนกับการนำมีดสวมฝักชักออกมาไม่ได้ ความคมก็ไม่มี เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง คาราเต้ก็พ่ายแพ้ไปคนไทยเป็นผู้มีชาตินิยมอย่างยิ่ง ถ้าจะจัดแข่งขันอันจะทำลายเกียรติยศชื่อเสียงและศิลปมวยไทยแล้วจะไม่ยอมเสี่ยงให้มีขึ้นอย่างเด็ดขาด เพราะเกรงว่าคนไทยด้วยกันจะตำหนิผู้จัดว่าเป็นผู้ทำลายศิลปะมวยไทยยังมีกีฬา KICK BOXING ซึ่งมีส่วนให้คาราเต้เมืองไทยต้องซบเซาไปด้วย เนื่องจากได้มีนักคาราเต้แบบธุรกิจเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ได้นำเอามวยไทยผสมกับคาราเต้แล้วมาตั้งเป็นตำหรับใหม่ว่า KICK BOXING หัดได้ประมาณ 5 ปี นำขึ้นชกที่ญี่ปุ่นและได้นำมวยไทยด้วยการจ้างขึ้นชกบนเวทีที่ญี่ปุ่นเพื่อประกาศศักดิ์ศรีว่า KICK BOXING เป็นตำหรับของญี่ปุ่นเหนือศิลปะมวยไทย เพื่อสร้างความสนใจให้กับบุคคลทั่วไป และได้เผยแพร่ไปยังนานาชาติ โดยได้ตั้งค่ายและสถานที่ฝึกซ้อมกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และได้เผยแพร่มายังประเทศไทย จัดตั้งค่ายมวย KICK BOXING ขึ้นที่อาคารราชอาเขต ต่อมาจึงขึ้นชกกับมวยไทยและปัญหาใหญ่ จนทำให้ค่ายมวย KICK BOXING ไม่สามารถจะดำเนินธุรกิจการฝึกซ้อมและจัดแข่งขันกับมวยไทยก็พ่ายแพ้บ่อยครั้งจนต้องเลิกล้มกิจการไปผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว เป็นผลให้กิจการฝึกสอนคาราเต้ในประเทศไทยประสบอุปสรรคปัญหาไม่เติบใหญ่เท่าที่ควร</span><br /><span style="font-family:times new roman;"></span><br /><br /><span style="font-family:times new roman;"><img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5121623844029478498" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_jGFEt4hjfmE/RxOpwCiMNmI/AAAAAAAAAAs/toD7sUxugsA/s320/c159.jpg" border="0" /><br /><strong>ประวัติการสอนคาราเต้ในประเทศไทย </strong>เมื่อปี พ.ศ. 2508 ยูโดกำลังเจริญเติบโต เพราะนักยูโดในเมืองไทยได้ไปแข่งขันกีฬาแหลมทอง ชนะเลิศหลายรุ่น กีฬายูโดพลศึกษามีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้ามาแข่งขันยังกรมพลศึกษามากมาย ผู้เข้าชมยูโดในการแข่งขันแต่ละครั้งมีจำนวนมากพอสมควร มีการแข่งขันยูโดประจำปีและประจำเดือนทุกเดือน ซึ่งสมาคมเป็นผู้จัดการแข่งขันในการแข่งขันยูโดดังกล่าว ได้มีการแข่งขันยูโด ปี 2508 จัดโดยสโมสรยูโดช่างกลปทุมวันการนำเอาคาราเต้มาแสดง เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของบุคคลทั่วไป ในงานนี้ต่อหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระบรมโอรสสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร ทรงประทำบทอดพระเนตรการแสดงคาราเต้ของนาย เซอิจิ มูคารามิ และทรงสนพระทัยสอบถามเรื่องราวของคาราเต้กับผู้เข้าเฝ้านับเป็นนิมิตหมายอันดีที่คาราเต้ได้แสดงต่อหน้าพระที่นั่งและประชาชนทั่วไปเพราะเป็นของแปลกและใหม่ที่ยิมเนเซี่ยมกรีฑาสถานแห่งชาติ คาราเต้เริ่มเป็นที่สนใจของคนไทยบ้างและเริ่มฝึกสอนกันในบ้านและมีลูกศิษย์เพียง 4 - 5 คน ต่อมานาย เทะซึโอะ ซาดาฮิโร่ ได้มาช่วยสอนอย่างจริงจัง ในปี พ.ศ. 2509 ได้มีภาพยนต์ทีวีเรื่องยอดคาราเต้ ออกอากาศที่ช่อง 4 หรือ ช่อง 7 ผู้เขียนก็จำไม่ได้ ทำให้ชาวไทยสนใจและตื่นตัว หันมาสนใจกีฬาคาราเต้กันมากพอควร จนสามารถรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสมาคมคาราเต้ ขึ้นในประเทศไทยเมื่อระหว่างปี พ.ศ. 2510 - 2511 คาราเต้ได้เจริญเป็นลำดับและได้จัดตั้งสมาคมคาราเต้-โด แห่งประเทศไทย จนมีตัวแทนไปแข่งขันยังนานาประเทศ ภายในประเทศมีการจัดแข่งขันกันบ่อยครั้ง เผยแพร่ไปยังโรงเรียนและสถาบันมหาวิทยาลัย หวังว่าคาราเต้คงเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นจนเป็นที่ยอมรับของชาวไทยทั่วไปในอนาคต</span><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6012287330269286144-7931500585258518277?l=www.karate-tu.com'/></div>Karate Thammasathttp://www.blogger.com/profile/12378279723667379593noreply@blogger.com