tag:blogger.com,1999:blog-324021672009-07-05T22:02:32.312-07:00Goople AdSenseรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ Google AdSense ให้ทุกคนได้ทราบค่ะ
สามารถติดต่อผ่านเมล์ได้ที่ info@goople-adsense.com นะคะGoople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.comBlogger85125tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-90059185179799950652009-07-01T15:00:00.000-07:002009-07-01T15:02:49.684-07:00Google Event Meeting Thailand<div> <div> <div>สวัสดีค่ะ<br /></div></div> <div> </div> <div>ตอนนี้ ทาง google จะเปิดให้เราสามารถเข้าไปดูและ download เอกสารได้แล้วค่ะ โดย</div> <div> </div> <div>งานสัมมนาทั้ง 4 งานของ Google มีดังนี้ค่ะ</div> <div><br />งานสัมมนาแนะนำ Google AdSense <br /><a class="" href="http://sites.google.com/site/asthailandevent1/Home" _wpro_href="http://sites.google.com/site/asthailandevent1/Home" target="_blank">http://sites.google.com/site/asthailandevent1/Home</a><br /><br />งานสัมมนา Google AdSense Maximize Revenue<br /><a class="" href="http://sites.google.com/site/asthailandevent2/Home" _wpro_href="http://sites.google.com/site/asthailandevent2/Home" target="_blank">http://sites.google.com/site/asthailandevent2/Home</a><br /><br />งานสัมมนา Google AdWords for Success <br /><a class="" href="http://sites.google.com/site/awthailandevent/Home" _wpro_href="http://sites.google.com/site/awthailandevent/Home" target="_blank">http://sites.google.com/site/awthailandevent/Home</a><br /><br />งานสัมมนา Google AdWords: How to Maximize Your ROI <br /><a class="" href="http://sites.google.com/site/awthailandevent2/" _wpro_href="http://sites.google.com/site/awthailandevent2/" target="_blank">http://sites.google.com/site/awthailandevent2/</a></div> <div> </div> <div>แต่ทางเปิ้ลได้เข้าฟังเพียง section เดียวเท่านั้นคือ งานสัมมนา Google AdSense Maximize Revenue จึงมีเพียงแต่การสรุปให้เพียงอย่างที่เคยส่งไปให้ค่ะ</div> <div> </div> <div>แต่ทาง google มีวิดีโอ ให้เราสามารถเข้าไปร่วมฟังสัมมนาได้ด้วยนะคะ..</div> <div> </div> <div>ดังนั้น ตามไปดูและตามไปฟังกันเลยค่ะ</div> <div> </div> <div>แล้วพบกันใหม่ค่ะ</div> <div> </div> <div>apple_lin </div></div><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-9005918517979995065?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-26177161817805051862009-06-16T21:17:00.000-07:002009-06-16T22:03:27.268-07:00Bing & Google squredสวัสดีค่ะ<br /><br />เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อนๆ คงได้ยินการเปิดตัว Search Engine ใหม่ของทาง Microsoft ที่ชื่อว่า Bing กันไปแล้วนะคะ... เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ ลองไปทดลองเล่นกันไปหรือยังค่ะ? ทราบไม่ค่ะว่า เพียงแค่เปิดตัวมาไม่กี่วัน Bing ก็สามารถกินส่วนแบ่งทางการตลาดในโลกของ search Engine ได้ไปแล้วอย่างสวยงาม แถมวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านก็ยังสามารถนำ Search engine อันดับ 2 อย่าง yahoo ไปแล้วอีกด้วย แต่สักพักก็กลับสู่ภาวะปกติคือ กลับมาเป็นอันดับ 3 เช่นเดิม รอดูกันต่อไปค่ะ ว่าทั้ง 3 ค่ายจะขับเคี่ยวกันดุเด็ด เผ็ดมันกันขนาดไหน<br /><br /><div style="text-align: center;"><img alt="bing&yahoo" title="stat-bing" src="http://blog.statcounter.com/wp-content/plugins/statcounterglobal_us1.jpg" _wpro_src="http://blog.statcounter.com/wp-content/plugins/statcounterglobal_us1.jpg " width="300" height="225" /><br /></div><br />มาดูในฝั่ง google กันบ้างนะคะ ทาง google เองก็ออก Search Engine แบบใหม่มาอยู่ใน labได้สักพักแล้วค่ะ นั่นก็คือ google squred หรือ การค้นหาเชิงเปรียบเทียบ ซึ่งข้อมูลที่ออกมานั้นจะแสดงผลออกมาในรูปแบบของตาราง และเราสามารถเพิ่ม column ด้านท้ายให้กับ google squred นี้ได้ด้วยค่ะ เช่น ถ้าพิมพ์เข้าไปว่า thailand bank ข้อมูลที่พบก็จะเป็นเกี่ยวกับธนาคารต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย โดยจะมีรูปภาพและคำอธิบายมาตราฐานอยู่เกือบทุกครั้งที่ค้นหา หากเราต้องสิ่งใดเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ก็สามารถ add column เพิ่มได้ในตอนท้ายของข้อมูลนั้นๆ ได้อีกด้วย<br /><br /><br /><a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://goople-adsense.com/uploaded_images/thai-bank-775580.jpg"><img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 320px; height: 146px;" src="http://goople-adsense.com/uploaded_images/thai-bank-775575.jpg" alt="" border="0" /></a><br />ถ้าเดาไม่ผิด คาดว่า Search Engine ตัวนี้น่าจะนำเทคโนโลยี web3.0 ที่มีความเป็นอัจฉริยะในเรื่องของ AI เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ดูกันต่อไปค่ะ ว่าอีกหน่อย Search Engine แต่ละตัวจะมีความเป็นอัจฉริยะมากน้อยแค่ไหน?!?<br /><br />ส่วนวันนี้ก็ให้พวกเราทดลองเล่นกันไปก่อนนะคะ...<br />แล้วพบกันค่ะ<br /><br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-2617716181780505186?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-79388169525625485042009-05-28T03:21:00.000-07:002009-05-28T03:26:30.822-07:00Google AdSense Maximize Revenue Potential<div> <div>สวัสดีค่ะ<br /><br />เมื่อวันก่อนเปิ้ลได้มีโอกาสไปสัมมนา Google AdSense กับทาง Google มาค่ะ เลยทำสรุปคร่าวๆ ออกมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันก่อน ซึ่งส่วนใหญ่นั้น เปิ้ลได้มีการสอนไว้ใน SuccessAdSense eClass แล้ว ซึ่งเป็นคำแนะนำเดียวกันกับที่ทาง Google แนะนำค่ะ<br />และตอนนี้ Slide ในงานสัมมนาทาง Google ยังไมได้ปล่อยออกมาค่ะ ถ้าได้เมื่อไร เปิ้ลจะแจกจ่ายให้กับสมาชิกทุกคนค่ะ ตอนนีก็อ่านจากสรุปที่เปิ้ลได้ไปฟังมาคร่าวๆ ก่อนนะคะ.. และอาจจะมีเก็บตกอีกครั้งหากได้ slide ตัวจริงมาค่ะ<br /><br />เริ่มต้นจากการที่ Google แนะนำโครงสร้างรายได้ของ Google AdSnese เป็นดังต่อไปนี้ เพื่อจะให้เราได้ทราบว่า รายได้ของ Google AdSense มาจากไหน และจะปรับแต่งอย่างไรเพื่อให้ยอดเงินในบัญชีเพิ่มมากขึ้น</div> </div> <div> <div><br /><div align="center"><b>รายได้ = รายได้ CPC+ รายได้ CPM + รายได้อื่นๆ </b></div> <div align="center"><b>(AdSense for search, AdSense for domain)</b><br /></div><br />รายได้ CPC = Imp CPC * CTR *CPC<br />รายได้ CPM = Imp CPM * CPM *1/1000<br />รายได้อื่นๆ = AFS + CSF</div></div> <div align="center"><img alt="" title="" src="http://farm4.static.flickr.com/3316/3551485172_aa8251a2b7.jpg?v=0" _wpro_src="http://farm4.static.flickr.com/3316/3551485172_aa8251a2b7.jpg?v=0" width="300" height="225" /> </div> <div> </div> <div> <div> <div>Adsense for search ทำเงินได้ดีกว่า การคลิกแบบ content<br /><br />การเพิ่มรายได้จาก Google AdSense ทำได้ดังนี้</div></div></div> <div> <div><u><b>การเพิ่ม CTR</b></u></div> <div> <div><b>1. การวางตำแหน่ง </b><br /> a. ให้เน้นเรื่องการวางตาม heatmap ที่ google แนะนำ<br /> b. ถ้าเป็นบทความหรือข่าว ให้ Ads แทรกอยู่ใน เนื้อข่าวเลยดีที่สุด<br /><b>2. รูปแบบโฆษณา</b><br /> a. ยิ่งกว้างยิ่งดี เน้นขนาดใหญ่เพื่อให้อ่าน Ads ได้สะดวกยิ่งขึ้น<br /><b>3. สีของโฆษณา</b><br /> a. ใช้เทคนิค 3 วิธี คือ สีกลืน, สีเสริม, สีโดดเด่น<br /> b. หากไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี ควรใช้ multi color โดยการกด Ctrl เลือกแบบสีหลายๆ แบบ<br /> c. ระวังอาการ "ad blindness" คือ การที่คนมองข้ามโฆษณา ซึ่งสามารถแก้ได้โดยใช้ multi color</div></div> <div align="center"><img alt="" title="" src="http://farm4.static.flickr.com/3558/3551451550_1c43cf3d0c.jpg?v=0" _wpro_src="http://farm4.static.flickr.com/3558/3551451550_1c43cf3d0c.jpg?v=0" width="300" height="300" /> </div> <div> </div> <div> <div> <div><b>4. การเพิ่มจำนวนหน่วยโฆษณ</b>า<br /> a. พยายามติด AdSense ให้ครบทุกหน้าเว็บเพจ<br /> b. หากมีช่องว่างเพียงเล็กน้อย ก็ควรใส่ link unit เสริม เพื่อสร้างรายได้<br /><br /><u><b>การเพิ่ม Impression</b></u><br />1. เพิ่มการครอบคลุมโฆษณา<br /> a. อย่าพยายามกรองโฆษณามากเกินไป จนโฆษณาไม่สามารถขึ้นได้<br /> b. วาง Ads ให้ครบทุกแบบและทุกหน้า<br />2. เพิ่มจำนวนเว็บไซต์<br /> a. มีเว็บไซต์เยอะๆ ก็ช่วยให้มีเว็บที่ติด Adsense จำนวนมากขึ้นด้วย<br />3. ใช้ Sitemap ใน Webmaster Tool<br />4. ใช้ google Analytics<br />5. ประสบการณ์จากผู้ใช้ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคน<br /><br /><u><b>การเพิ่มรายได้จากการกำหนดตำแหน่ง CPM</b></u><br /> การทำให้ผู้ลงโฆษณาสามารถใช้ placement ads ในเว้บไซต์เราได้ จะช่วยเพิ่มค่า eCPM และจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น<br /> ควรเปิดให้เป็น default สำหรับ ads ที่เป็นทั้งแบบ text และ รูปภาพ เพื่อเพิ่มยอดรายได้</div></div></div> <div align="center"><img alt="" title="" src="http://farm4.static.flickr.com/3352/3551462390_e697d663d2.jpg?v=0" _wpro_src="http://farm4.static.flickr.com/3352/3551462390_e697d663d2.jpg?v=0" width="300" height="300" /> </div> <div> <div> <div><br /><u><b>การเพิ่ม CPC</b></u><br /> โปรดจำไว้ว่า โฆษณาหน่วยแรกของ code html จะได้รับเงินดีกว่าเสมอ เพราะจะมีค่า CPC สูงสุด<br /><br /><u><b>การเพิ่มรายได้ด้วยวิธีอื่นๆ</b></u><br /> แบบ half banner ควรเปลี่ยนเป็น link unit จะทำให้ได้เงินที่ดีกว่า<br /> การติดตั้ง adsense for search กับ Custum Search Engine นั้น แบบ Custum จะทำให้ได้เงินดีกว่า เพราะสามารถเลือก search แบ่งตาม category ได้<br /><br /><u><b>ข้อควรระวังการโดนแบน</b></u> นอกเหนือจากที่เปิ้ลเคยสอนไปว่า ห้ามคลิก ads ตัวเองหรือฝากคนอื่นคลิกนะคะ </div></div></div></div> 1. อย่าเปิดหน้าเว็บโดยใช้โปรแกรม หรือมีการ refresh หน้าบ่อยๆ เกินความจำเป็น<br />2. อย่าเขียนไว้บนโฆษณาว่า เว็บไซต์แนะนำ หรือ link ที่มีประโยชน์<br />3. อย่าพยายามซ่อนคำว่า Ads by Google<br />4. อย่าปรับแต่ง code ของ Google แม้แต่การปรับขนาดก็ตาม<br />5. อย่าวางไว้ใกล้ flash game, รูปภาพ หรือ link<br />6. อย่าเพิ่ม traffic ที่ไม่เป็นจริงให้เกิดขึ้นภายในเว็บไซต์ เช่น การซื้อ traffic<br />7. อย่าทำ redirect<br />8. อย่านำโฆษณาไปขึ้นเพื่อให้วิ่งตามเม้าส์ หรือใช้ในลักษณะของ iframe เพื่อหลอกล่อ ads<br /><br /><div>หากมีกิจกรรมดีๆ อีก เปิ้ลจะนำมาเล่าให้ฟังค่ะ</div> <div> </div> <div>apple_lin </div><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-7938816952562548504?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com1tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-22453596984538805832009-05-15T18:59:00.000-07:002009-05-15T19:12:07.297-07:00Wordpress-workshopสวัสดีค่ะ<br /><br />ช่วงนี้ฝนตกบ่อยอีกแล้วนะคะ... รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ... สำหรับใครที่ตอนนี้กำลังทำเว็บไซต์อยู่ วันนี้เปิ้ลมีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบว่า ilearn ได้จัดสัมมนาเกี่ยวกับเรื่อง Wordpress ในลักษณะ workshop ขึ้น<br /><br />ซึ่ง wordpress นั้น เป็น Blog ประเภทหนึ่ง ที่ช่วยในการสร้างรายได้ของเราจากทำ AdSense และ Affiliate เป็นอย่างดี รวมถึงมีประสิทธิภาพในการโปรโมทเว็บด้วยการทำให้ติดอันดับใน SEO ได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย<br /><br />เพราะฉะนั้น หากใครสนใจที่จะเข้าฟังสัมมนานี้ ก็ลองติดต่อหรือดูรายละเอียดได้ที่ http://www.ilearn.in.th/simple-wordpress-workshop เห็นว่ารับสมัครเพียง 30 ที่เท่านั้น และใกล้จะหมดเต็มทีแล้วค่ะ... ลองดูนะคะ<br /><br />ขอความสำเร็จอยู่คู่คุณ!<br /><br />apple_lin<br /><br /><br />*** ส่วน SuccessAdSense.com นั้นจะหมดช่วงเวลาราคาพิเศษ ถึงวันที่ 20 พฤษภานี้แล้วนะคะ<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-2245359698453880583?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-793484973113412352009-05-03T07:58:00.000-07:002009-05-03T08:02:35.902-07:00SuccessAdSense Expire Dateสวัสดีค่ะ<br /><br />สำหรับผู้ที่ต้องการจะสั่งซื้อ SuccessAdSense eClass ด้วยการ upgrade ในราคาพิเศษเพียง $28 นั้น ก็รีบซื้อกันด่วนหน่อยนะคะ... เพราะว่า โปรโมชั่นนี้ จะหมดอายุในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้แล้วค่ะ...<br /><br />สำหรับหนังสือที่แจกให้กับผู้ที่ซื้อ SuccessAdSense eClass นี้ ที่เปิ้ลได้แจ้งว่า จะแจกให้เฉพาะ 5 ท่านแรกเท่านั้น ดังนั้น ผู้ที่สั่งซื้อในตอนนี้จะไม่ได้รับหนังสือ Flixya Make Me Rich แล้วนะคะ<br /><br />รีบกันหน่อยนะคะ... เพราะหลังจากวันที่ 20 นี้เป็นต้นไป เปิ้ลจะปรับเป็นราคาปกติแล้วค่ะ<br /><br />apple_lin<br /><br />สามารถสั่งซื้อได้โดย<br /><a href="http://SuccessAdSense.com/login.php">http://SuccessAdSense.com/login.php</a><br />จากนั้น ใส่ email ของคุณ (ซึ่งก็คือ email ที่เพื่อนๆ รับข่าวสารจากเปิ้ลนี่เอง)<br />และ passwords ที่เคยให้ไว้กับระบบ SuccessAdSense<br />เข้าไปที่เมนู Success AdSense Upgrade แล้วสั่งซื้อ eClass ได้เลยค่ะ<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-79348497311341235?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-30511337491723669182009-04-20T08:50:00.000-07:002009-04-20T08:57:08.656-07:00การตั้ง Domain Nameสวัสดีค่ะ คุณ {!name}<br /><br />ช่วงนี้ เป็นช่วงวิกฤติของใครหลายๆ คนกันมากมายเลยนะคะ... ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองที่ร้อนแรง หรือเรื่องการระงับการใช้ PPC กับเว็บ Amazon ทำให้ความเครียดหลายๆ อย่างสะสม ไม่เป็นไรนะ... ทางไม่สิ้น เราก็ต้องดิ้นมันต่อไป.. สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนและทุกๆ เรื่องที่เกิดขึ้นค่ะ<br /><br />แต่ AdSense ยังอยู่ดีนะคะ เรายังต้องสามารถตั้งหน้า ตั้งตาทำ blog ดีๆ ให้คนทั่วโลกได้รับรู้และยังหารายได้กันต่อไปค่ะ.. วันนี้ เปิ้ลเลยอยากจะมานำเสนอเกี่ยวกับวิธีการตั้งชื่อโดเมนให้โดนใจค่ะ เพราะหลายๆ คนที่โดนกฏของ amazon เข้าไปแล้วก็คงเริ่มทำเว็บใหม่กัน รวมถึงคนที่ทำ AdSense อยู่แล้วก็คงต้องทำเว็บเพิ่ม แล้วคราวนี้ ลองมาดูกันซิค่ะว่า วิธีการตั้งชื่อโดเมนให้โดนใจนั้น สามารถทำได้อย่างไร<br /><br />เวลา ตั้งชื่อนั้น อย่าตั้งใจว่าจะเลือกใช้ชื่อเพียงชื่อเดียว หรือคิดมาเพียงชื่อเดียว แต่ควรทำรายการขึ้นมาว่าชื่อไหนบ้างที่เป็นไปได้ ที่คุณคิดว่าเหมาะสมกับธุรกิจที่คุณจะทำ หรือเป็นชื่อที่น่าจะยังไม่มีใครใช้งานอยู่ ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบรายชื่อที่คุณต้องการจะใช้นั้นได้ฟรีจาก whois (http://domains.thinkhost.com/whois.php) แล้วคุณจะรู้ว่ามีคนใช้ชื่อโดเมนนั้นไปหรือยัง ซึ่งถ้ามีแล้ว ก็คงจะต้องกลับมาคิดใหม่อีก และอาจจะต้องตรวจสอบอีกหลายๆ รอบ<br /><br /> การตรวจสอบชื่อโดเมนด้วยการพิมพ์ที่อยู่ลงไปในเว็บเบราเซอร์นั้น ไม่ใช่หนทางตรวจสอบที่ถูกต้องแม่นยำนักในการค้นหาความเป็นเจ้าของชื่อโดเมน เพราะประมาณ 86% ของชื่อโดเมนทั้งหมดในปัจจุบันไม่ได้ลงทะเบียนไว้ในอเมริกา ซึ่งการใช้บริการของ Whois จะสามารถตรวจสอบชื่อโดเมนได้ดีกว่า<br /><br /> เลือกตั้งชื่อด้วยคำทั่วๆ ไป, ชื่อบริษัท หรือเครื่องหมายการค้า<br /><br /> คนส่วนใหญ่มักจะเลือกลงทะเบียนชื่อโดเมนด้วยชื่อบริษัทบริษัทของตัวเอง แต่ก็ควรที่จะพิจารณาถึงการเลือกคำทั่วๆ ไป หรือชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณเอาไว้ด้วย ซึ่งชื่อที่เลือกมานี้ไม่ใช่แค่ง่ายต่อการจดจำเท่านั้น แต่ควรจะเลือกชื่อที่ขายได้ง่าย มีโอกาสสร้างมูลค่าได้สูง เพราะในอนาคตคุณอาจจะขายเว็บไซต์ของคุณไปให้คนอื่นก็ได้<br /><br /> นอกจากนี้ ยังถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำการตรวจสอบชื่อที่คุณจะลงทะเบียน อีกทั้งยังจะต้องตรวจสอบเครื่องหมายการค้า โลโก้ของคุณไม่ให้ซ้ำกับผู้อื่นที่ได้มาจดทะเบียนไว้ก่อนหน้าคุณ แม้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะเลือกจดเทียนชื่อเว็บไซต์เป็นชื่อเดียวกับชื่อบริษัท เพื่อหวังว่าจะทำให้การดำเนินการในเรื่องการจดทะเบียนทำได้ง่าย ไม่ต้องยุ่งยากในการตรวจสอบ<br /><br /> แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแลย เพราะแม้ว่าคุณจะมีชื่อบริษัท หรือเครื่องหมายการค้าที่ไม่ซ้ำใครในโลกธุรกิจธรรมดา แต่ในโลกไซเบอร์แล้ว ชื่อบริษัทของคุณอาจจะไปตรงกับชื่อเว็บไซต์ของใครก็ไม่รู้ที่ได้ไปจดทะเบียน ไว้ก่อนหน้าคุณ ซึ่งถ้าคุณต้องการใช้ชื่อโดเมนที่จดทะเบียนไว้แล้ว เพราะตรงกับชื่อบริษัทของคุณแล้วล่ะก็ คงต้องติดต่อผู้เป็นเจ้าของชื่อโดเมนนั้น เพื่อขายชื่อโดเมนนั้นให้กับคุณ หรือไม่ก็ต้องคิดหาชื่อโดเมนใหม่ที่ยังไม่มีใครใช้ ใกล้เคียง เหมาะสมกับธุรกิจของคุณเอง<br /><br /> ด้วยความแตกต่างของ 2 โลกธุรกิจ พวกหัวใสทั้งหลาย ต่างก็คิดที่จะไปจดทะเบียนชื่อโดเมนไว้ให้ใกล้เคียง หรืออาจจะเป็นชื่อเดียวกับบริษัทใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงนั้นเลย เพราะคาดหวังว่าจะขายชื่อโดเมนที่ได้ไปจดทะเบียนไว้นั้นคืนแก่ผู้เป็นเจ้า ของบริษัท ที่ต้องการใช้ชื่อโดเมนเดียวกับชื่อบริษัท<br /><br /> นอกจากนี้ วิธีการลงทะเบียนด้วยการสะกดชื่อแบรนด์ดังๆ ผิดนั้น ยังเป็นวิธีการที่นิยมทำกันมากในหมู่นักไซเบอร์หัวใส เพราะคาดหวังว่าจะทำให้มีผู้หลงเข้ามาในเว็บไซต์คุณบ้าง แต่วิธีการเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ผิดกติกา และไม่ควรทำอย่างยิ่ง อย่างที่เรียกกันว่า "cybersquatting”<br /><br /> ที่สำคัญ ชื่อทั่วๆ ไป ที่เลือกมาตั้งชื่อโดเมนของคุณนั้น ไม่สามารถใช้เป็นเครื่องหมายการค้าได้ แต่อาจจะสร้างความแตกต่างของชื่อโดเมนของคุณได้ด้วยการรวมคำ หากคำที่ใช้กันทั่วๆ ไปคำเดียว ไม่สามารถใช้เป็นชื่อโดเมนเพื่อลงทะเบียนได้ ก็ลองใช้การนำคำ 2 คำมารวมกัน ซึ่งอาจจะได้คำกิ๊บเก๋ คำที่ทำให้เกิดแรงกระตุ้น จูงใจ อีกทั้งยังช่วยโปรโมทสินค้า หรือบริการของคุณด้วยอีกทางหนึ่ง เช่น solidbargain.com เป็นต้น<br /><br /><span style="font-weight: bold;">เลือกคำที่สั้น และจดจำง่าย</span><br /><br /> เอาหล่ะ ถ้าคุณพบแล้วว่าจะใช้ชื่ออะไร และตัดสินใจแล้วว่าจะจดชื่อนี้เป็นชื่อโดเมนเพื่อใช้ในโลกไซเบอร์ สมมุติว่าคุณเลือกใช้ชื่อ www.zack-saysevry1has2visitmywonderfulsite.com ...มีอะไรผิดในชื่อนี้เหรอ? คุณอาจจะคิดว่ามันออกจะดูเป็นชื่อเฉพาะ มีเอกลักษณ์ มีนิยามในตัวเอง แต่ถ้าลองคิดพิจารณาดีๆ แล้ว ชื่อโดนเมนนี้ มีการผสมผสานทั้งตัวเลข ตัวหนังสือ แถมมีตัว hyphens คั่นกลาง และยังยาวมากๆ อีกด้วย<br /><br /> ชื่อโดเมนควรจะเลือกใช้ชื่อที่ง่ายต่อ การจดจำ ง่ายต่อการถ่ายทอดไปยังผู้อื่นด้วยวิธีการบอกผ่านทางโทรศัพท์ ง่ายต่อการถ่ายทอดไปยังผู้อื่นในสถานที่ต่างๆ เขียนได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก<br /><br /> หาก เป็นไปได้ ควรเลือกอักษรตัวแรกที่ใช้ตั้งชื่อโดเมนด้วยตัว “A” เพราะระบบของ Search Engines ส่วนใหญ่จะทำการค้นหาโดยเริ่มจากอักษรตัวแรกเมื่อเรียงตามอักขระ ซึ่งจะทำให้ชื่อโดเมนของเว็บไซต์คุณมีโอกาสขึ้นไปอยู่ในหน้าผลลัพธ์ของ Search Engine ได้ง่าย เพราะเป็นตัวอักขระอันดับแรกของการค้นหา<br /><br /> ชื่อโดเมนควรทำให้สั้น กะทัดรัดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในระยะอันใกล้นี้ คาดว่าชื่อเว็บไซต์ที่ใช้ตัวอักษรแค่ 3 หรือ 4 ตัว และจดทะเบียนภายใต้ .com และ .net นั้น จะจดทะเบียนได้ยากเต็มที เพราะมีคนชิงตัดหน้าจดทะเบียนไปแล้วซะหมด<br /><br /> โชคไม่ดีที่เราไม่ได้เริ่มคิดจะทำเว็บไซต์ ตั้งแต่กลางปี 90 ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ต้องมานั่งคิด พิจารณาถึงจุดนี้กันสักเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นคงยังไม่มีใครไปจดทะเบียนชื่อโดเมนกันมากนัก<br /><span style="font-weight: bold;"><br />เลือกจดทะเบียนกับโดเมนที่นิยมใช้กันในวงกว้าง</span><br /><br /> ปัจจุบันหลายประเทศ ได้เปิดให้เช่าใช้โดเมน เพื่อที่จะได้ขยายขอบเขตการใช้งานไปในวงกว้าง ซึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน คือ.tv ที่เป็นของ Tuvalu นั้นปัจจุบันได้มีการนำไปใช้ทั่วโลก อีกทั้งยังติดอันดับโดเมนที่นิยมใช้มากที่สุดอีกด้วย โดยมีการใช้ .tv ไปแล้วกว่า 250 ประเทศทั่วโลก ซึ่งโดเมนที่ได้รับความนิยมสูงนอกเหนือไปจาก .com และมีการใช้งานกันในวงกว้าง ได้แก่ .biz และ .info<br /><br /> มีทางเลือกอีกมายมาย หากคุณจะไม่เลือกจดทะเบียนโดเมนด้วย .com อย่างเช่น .net, .biz หรือ .tv เป็นต้น แต่จงคิด พิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้โดเมนอะไร ไม่ใช่แค่ตัดสินใจเพราะด้วยราคาค่าเช่า หรือค่าลงทะเบียนเท่านั้น แต่ต้องมองถึงว่าโดเมนที่เลือกไปจดทะเบียนนั้นมีการใช้งานในวงกว้าง มีการยอมรับมากน้อยแค่ไหนด้วย<br /><br /> ปัจจุบันมีโดเมนให้เลือกจด ทะเบียนมากมาย ซึ่งการจะลงทะเบียนด้วยโดเมน .com นั้นจะต้องรอคิวนานมาก จนอาจจะทำให้ชื่อโดเมนที่ต้องการลงทะเบียนในเวอร์ชั่น .com นั้นได้มีการใช้งานไปแล้ว จึงจำเป็นต้องไปจดทะเบียนชื่อโดเมนที่ต้องการในโดเมนเวอร์ชั่นอื่น โดยอาจจะเลือกใช้ .net แทนโดเมน .com เป็นต้น<br /><br /> ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการเลือกจดทะเบียนในเวอร์ชั่นอื่น ที่ยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายนั้น อาจจะต้องทำให้คุณเพิ่งงบโฆษณา เพื่อโปรโมทชื่อเว็บไซต์ของคุณให้เป็นที่ติดหู ติดตา ผู้บริโภค ไม่เช่นนั้นอาจจะมีคนเข้าเว็บไซต์ของคุณผิด เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับโดเมน .com อยู่นั่นเอง<br /><br /> ส่วนการเลือกโดเมนที่ใช้เฉพาะในประเทศ เพื่อประกาศความหยิ่งทะนงในความเป็นชาติของตัวเอง หรือแสดงความรักชาตินั้น ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่พึงระลึกไว้ด้วยว่าในโลกของอินเทอร์เน็ตนั้นได้ลดช่องว่าง และทำลายความเป็นชาตินิยมให้ลดน้อย ถอยลงไปด้วย ลองคิดถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณ ถ้ามีแค่คนในประเทศของคุณเท่านั้นที่เข้ามาดูเว็บไซต์ของคุณได้ นั่นหมายถึงการจำกัดขอบเขตของธุรกิจของคุณไปด้วยในตัว<br /><br /> ซึ่งการเลือกโดเมนที่เจาะจงใช้เฉพาะในประเทศ ก็ดีอยู่หรอก แต่อย่างลืมว่าเรากำลังก้าวข้ามโลกธุรกิจในความเป็นจริง ไปสู่โลกออนไลน์ ที่เชื่อมต่อกับผู้คนได้ทั่วโลก แล้วทำไมจะต้องจำกัดตัวเองด้วยเล่า? ทำไมไม่เลือกจดทะเบียนกับโดเมนที่ได้รับการยอมรับ และนิยมใช้กันทั่วโลก อย่าง .com, .biz, .info หรือ .net กันหล่ะ<br /><br /><span style="font-weight: bold;">อย่าลงทุนกับชื่อโดเมนจนเกินงาม</span><br /><br /> ผู้คนมากมายต่างครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะได้รับจากชื่อโดเมน มีการยื้อแย่งลงทะเบียนในโดเมนที่ได้รับความนิยม นักลงทุนต่างได้รับผลกำไรมหาศาลจากการขายชื่อโดเมน ซึ่งการที่ผู้ที่ต้องการจะเปิดเว็บไซต์ไปลงทุนกับชื่อโดเมนอย่างมากมาย จนทำให้ตลาดการขายชื่อโดเมนมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ ได้กลายเป็นความล้มเหลวของธุรกิจของตัวเองในช่วงพริบตา และยากที่จะกู้กลับคืนมา<br /><br /> ดังนั้นจึงขอแนะนำว่า อย่านำเงินรายได้ที่หามาได้อย่างยากเย็นไปทุ่มกับการจดทะเบียนชื่อโดเมนจน เกินงาม (นอกเสียจากว่าคุณยินดีที่จะเสียเงินนั้นไปให้กับชื่อโดเมนที่คุณต้องการ) เพราะชื่อ ก็แค่คำภาษาอังกฤษทั่วๆ ไปคำหนึ่ง ไม่ได้มีมูลค่าอะไรจริงจัง ดังนั้นจงอย่าไปทุ่มทุนกับมันนัก สู้เอาเงินไปลงทุนในส่วนอื่นของธุรกิจน่าจะดีกว่า<br /><br /><span style="font-weight: bold;">ระวังนักต้มตุ๋น</span><br /><br /> การลงทะเบียนชื่อโดเมนนั้น คุณต้องไปจดทะเบียนชื่อโดเมนกับบริษัทที่รับจดทะเบียนชื่อโดเมนโดยเฉพาะ ซึ่งหาได้ไม่ยากเลยบนอินเทอร์เน็ต แต่คุณต้องระมัดระวังมากๆ ว่าใครที่คุณไปลงทะเบียนชื่อโดเมนด้วย ซึ่งบริษัทรับจดทะเบียนจะมีขนาดใหญ่ หรือเล็ก ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก<br /><br /> ตัวอย่างเช่น บริษัทข้ามชาติเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีได้เสนอราคาค่าลงทะเบียนชื่อโด เมนมาที่อัตรา 35 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งในราคานี้ลูกค้าอาจจะได้รับการบริการที่แย่มากๆ ล่าช้า และได้รับบริการฟรีที่มาพร้อมกับแพคเกจน้อยมากๆ แต่ในขณะเดียวกัน อาจจะมีบริษัทขนาดเล็ก ที่คิดราคาค่าจดทะเบียนปีละ 9.95 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ให้บริการที่ดีกว่า แตกต่างจากบริษัทใหญ่ๆ เลยก็ได้<br /><br /> อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะไปจดทะเบียนกับบริษัทรับจดทะเบียนโดเมนแห่งใด ก็ต้องระมัดระวังให้ดีว่า ภายใต้ราคาค่าบริการดังกล่าวนั้น มีอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่ และควรพิมพ์รายละเอียดข้อตกลง ค่าบริการต่างๆ เก็บเอาไว้เป็นหลักฐานด้วย เผื่อเกิดปัญหาภายหลังจะได้มีหลักฐานยืนยันได้<br /><br /> บริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมน และบริการจัดเก็บพื้นที่เว็บไซต์ 2 บริการที่แยกจากกัน<br /><br /> หลายๆ คนยังคงเข้าใจว่า เมื่อจดทะเบียนชื่อโดเมนแล้ว (Domain Regisration) จะรวมพื้นที่จัดเก็บเว็บไซต์ (Hosting) เอาไว้ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเป็นแค่บางแพ็กเกจ บางโปรโมชั่นเท่านั้น ที่รวมเอาพื้นที่จัดเก็บเว็บไซต์เอาไว้ให้ด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ให้บริการทั้งหลายได้แยกบริการทั้ง 2 ส่วนนี้ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผู้ที่ต้องการมีเว็บไซต์ของตัวเองทั้งหลายคงต้องทำความเข้าใจกันเสีย ใหม่<br /><br />ขอความสำเร็จอยู่คู่คุณ!<br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-3051133749172366918?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com2tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-14180003291102819152009-04-06T22:51:00.001-07:002009-04-06T22:53:01.056-07:00โครงการ Google Summer of Code™ 2009สวัสดีค่ะ<br /><br />ช่วงนี้ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก อากาศแปรแปรวมากๆ เลยนะคะ ยังไงก็รักษาสุขภาพกันให้ดีๆ นะคะ เพราะใกล้วันหยุดยาวกันแล้ว หรือว่า บางคนอาจจะหนีไปเที่ยวกันแล้วก็ได้... ขอให้เที่ยวกันให้สนุกนะคะ... เมาไม่ขับล่ะค่ะ<br /><br />ส่วนวันนี้ เปิ้ลมีข่าวดีสำหรับน้องๆ ที่มีฝีมือในการพัฒนาโปรแกรมโอเพ่นซอร์สค่ะ ซึ่ง นี่เป็นปีแรกที่ทาง google ออกมาโปรโมทกระตุ้นให้ นักศึกษาไทยส่งใบสมัครเข้ามา เพราะปีที่แล้วเรามีนักศึกษาจากสิงคโปร์เข้าร่วม 4 ท่าน และจากมาเลเซียอีก 3 ท่าน แต่ยังไม่เคยมีนักศึกษาไทยเลย ยังไงหวังว่าปีนี้จะได้เห็นน้องคนไทยเข้าร่วมโครงการนี้นะคะ เท่าที่ผ่านเราได้นักศึกษาจากหลายสาขาวิชา ตั้งแต่วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงสาขาวิชาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไอทีหรือการเขียนโปรแกรมเท่าไหร่ เช่น ชีววิทยาคำนวณ หรือวิศวกรรมเหมืองแร่ด้วย เห็นไหมคะว่าเรียนคณะอะไรก็เข้าร่วมได้ ขอแค่ใจรักการโค้ดก็พอ<br /><br />โครงการนี้มีข้อดีหลายอย่าง น้องๆ นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จะมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศจริงของการพัฒนาซอฟท์แวร์ โดยทำงานร่วมกับผู้ฝึกสอนที่มาจากองค์กรโอเพ่นซอร์สที่กำลังพัฒนาแอพพลิเค ชั่นใหม่ๆ อยู่ นี่ยังเป็นโอกาสดีในการหางานในอนาคตสำหรับน้องๆ ด้วย เพราะองค์กรต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้เห็นฝีมือการทำงานของน้องเต็มๆ ค่ะ นอกจากนี้ โค้ดใหม่ๆ จะถูกเขียนและพัฒนาขึ้นเพื่อประโยชน์ของชุมชนด้วย<br /><br />โครงการ Google Summer of Code™ 2009 นี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://code.google.com/soc/<br /><br />รีบหน่อยนะคะ... เพราะทาง google แจ้งว่าใกล้ปิดรับสมัครแล้วค่ะ<br /><br />Happy Weekend นะคะ<br /><br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-1418000329110281915?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-27939772036715672232009-03-25T04:13:00.000-07:002009-03-25T04:17:21.788-07:00Promotion for SuccessAdSense.comสวัสดีค่ะ<br /><br />ช่วงนี้ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก อากาศแปรปรวนเสียเหลือเกินนะคะ จนทำให้คิดว่า อากาศยังแปรปรวนได้ แล้วเราควรมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงบ้าง แล้วก็มานึกถึง เพื่อนๆ ชาว SuccessAdSense ทุกคนว่าเราควรจะเปลี่ยนเปลี่ยนอะไรกันดี...<br /><br />ทราบกันไหมค่ะว่า ตอนนี้ <a href="http://www.successadsense.com">SuccessAdSense.com</a> เปิดตัวเว็บไซต์มาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว เป็นอย่างไรบ้างค่ะ กับการที่ต้องทนนั่งรับเมล์จากเปิ้ลกันมาเป็นปีๆ >_< เบื่อๆ รำคาญ หรือชอบใจอย่างไรกันบ้าง แวะมาบอกเล่าเก้าสิบกับเปิ้ลได้ที่ info@goople-adsense.com นะคะ หรือถ้าเจอเปิ้ล online pingbox อยู่ที่ <a href="http://www.goople-adsense.com">www.goople-adsense.com</a> ก็ทักทายกันมาได้เลยค่ะ<br /><br />และสิ่งที่เปิ้ลอยากจะบอกในวันนี้คือ หลังจากที่เรารู้จักกันมาได้ 1 ปีแล้ว วันนี้ใครที่อยากเป็นเข้าไปเรียน SuccessAdSense eClass เปิ้ลมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่อยากได้ค่ะ<br /><br />โดยเปิ้ลจะลดราคาสำหรับผู้ทีเป็นสมาชิก SuccessAdSense อยู่แล้วจากปกติต้อง upgrade สถานะสมาชิก $46 แต่วันนี้จะเหลือเพียง $28 เท่านั้น และที่พิเศษยิ่งกว่านั้นก็คือ สำหรับผู้ที่ upgrade สั่งซื้อ SuccessAdSense จำนวน 5 ท่านแรก เปิ้ลจะจัดส่ง หนังสือ "Flixya Make Me Rich" มูลค่า 259 บาทให้ฟรีถึงบ้านอีกด้วย<br /><br />โดยเพื่อนๆ สามารถเข้าไป upgrade สถานะตัวเองเพื่อสั่งซื้อ SuccessAdSense ได้โดย เข้าไปที่<br /><a href="http://SuccessAdSense.com/login.php">http://SuccessAdSense.com/login.php</a><br />จากนั้น ใส่ email ของคุณ (ซึ่งก็คือ email ที่สมัครไว้ในระบบฯ)<br />และ passwords ที่เคยให้ไว้กับระบบ SuccessAdSense<br />เข้าไปที่เมนู Success AdSense Upgrade แล้วสั่งซื้อ eClass ได้เลยค่ะ<br /><br />มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการหารายได้บนอินเทอร์เน็ตด้วย Google AdSense กันนะคะ...<br /><br />apple_lin<br /><br />ป.ล. สำหรับผู้ที่ซื้อ SuceeAdSense แล้วขายได้ จะได้ค่า Affiliate เป็นยอด 50% ของยอดขายนี้เช่นกันค่ะ คือ $14 นะคะ ^__^<br />ป.ล. 2 ใครมีปัญหาเรื่องตัดยอด paypal ไม่ได้ติดต่อมาที่ info@goople-adsense.com นะคะ<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-2793977203671567223?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-17890718148819960642009-03-09T01:06:00.001-07:002009-03-09T01:10:12.597-07:00ุ6 วิธีการที่จะทดสอบกับ AdSense และการเพิ่มของรายได้<span style="font-size:130%;">สวัสดีค่ะ<br /><br />ตอนนี้ทาง google ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์คุณ Darren ชาวออสเตรเลีย ในเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ในการทำ Google AdSense ของเขา โดยที่<br /><br />เขาได้ให้ไอเดีย 6 วิธีการที่จะทดสอบ AdSense และการเพิ่มรายได้ของ AdSense ได้เป็นอย่างดี ดังต่อไปนี้<br /><br />เขาเริ่มทำ Google AdSense ครั้งแรกในปี 2003 โดยหวังว่า จะเอาเงินนี้มาช่วยจ่ายค่า host แต่ตอนนี้ โฆษณาเหล่านี้ การเป็นเงินที่ไว้เลี้ยง<br /><br />ครอบครัวไปเสียแล้ว โดยการทำ AdSense ตลอด 5 ปีที่ผ่านมานี้นั้น ได้มีการทดลองและทดสอบ รวมถึงการติดตามผล ทำให้รู้ว่า หลักการนี้<br /><br />สามารถใช้ทำเงินได้ดี แต่ไม่ได้ใช้ได้เงินดีในทุกๆ เว็บไซต์ 6 สิ่งที่ใช้ในการเพิ่มรายได้ของ AdSense มีดังนี้<br />1. ตำแหน่งโฆษณา<br />แน่นอนว่า heat map ที่เราทุกคนรู้จักกันดีเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราทำเงินได้มากขึ้นจริงๆ และเคล็ดลับอยู่ที่ การวางโฆษณาใกล้กับเนื้อหาที่ได้ผลดีที่<br /><br />สุด การวางโฆษณาไว้ท้ายเนื้อหาก็ดี เพราะคนจะอ่านบทความของคุณแล้วกำลังมองหาบางอย่างที่ทำหรือคลิกในด้านล่างของบทความ<br /><br />2. จำนวนโฆษณา<br />โฆษณามากได้เงินมากกว่าโฆษณาน้อย... อย่างงั้นหรือ? ขออภัยไม่ใช่เสมอไปจากการทดสอบคำโฆษณาและจำนวนหน่วยโฆษณาบน<br /><br />เว็บไซต์ของท่าน. ซึ่งมักจะเป็น 'เคล็ดลับที่ดี' ที่คุณสามารถกำหนดจำนวนโฆษณาที่ผู้ใช้ของคุณจะยอมรับ - การที่ใส่โฆษณามากเกินไปอาจ<br /><br />จะทำร้ายตัวเอง,อาจจะให้ผลร้ายต่ออัตราการเข้าชมในระยะยาวของและรายได้. แต่อีกด้านหนึ่ง อย่ากลัวที่จะมีโฆษณามากกว่าหนึ่งหรือสองตัว<br /><br />ในหน้า โดยเฉพาะหากหน้าเว็บคุณเนื้อหาจำนวนมากและยาว<br /><br />3. โฆษณาจะดีที่สุดถ้ามีคนสังเกตเห็น<br />ตอนแรกผมจึงเริ่มจากสีที่บ้าที่สุด. กว่าปีที่เริ่มทดสอบที่มีชุดค่าผสมต่างๆของโฆษณาและพบว่าการเพิ่มเติมสีที่บอบบางหรือผสมรูปแบบ<br /><br />ใหม่ๆในการโฆษณานั้นส่งผลดีที่สุดสำหรับผม. บางคนกล่าวว่าหากเราทำให้มันกลมกลืนเกินไป จะทำให้ผู้อ่านไม่เห็นโฆษณา ดัง<br /><br />นั้นการทดสอบที่แตกต่างกันในเรื่องของสีและการออกแบบโฆษณาก็เพื่อให้มันสามารถทำงานให้ได้ผลดีที่สุด. ให้ระบบนำเสนอหมุนเวียนของ<br /><br />AdSense ออกแบบเพื่อให้ได้ผลดีกับการโฆษณาให้ผู้อ่านที่ไม่ได้สนใจจะมองที่โฆษณา<br /><br />4. ขนาดโฆษณา<br />AdSense แนะนำขนาดโฆษณาที่เหมาะสมแก่เรา ดังนั้นจงทดลองว่าอันไหนทำงานได้ดีที่สุด<br />เคล็ดลับ: บางคนอาจคิดว่าการโฆษณาที่ใหญ่กว่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า. อันนี้ไม่จริงเสมอไป.<br />ตัวอย่างเช่นเราพบว่า 'สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่' โฆษณา (336 x 280) ไม่สามารถใช้งานได้เทีบยเท่ากับ 'สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกลาง' โฆษณา (300 x 250). มันมาจากความชอบของคนส่วนใหญ่ (อย่างน้อยก็โฆษณาในซอกได้) ชอบโฆษณาสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกลางเพราะมีความเป็นได้มากกว่าโฆษณาขนาดใหญ่กว่าหนึ่งหน่วย. ย้ำอีกครั้ง ที่สำคัญคือการทดสอบและดูว่าอะไรทำงานได้ดีที่สุดสำหรับเว็บไซต์ของคุณและใช้มัน<br /><br />5. รูปแบบโฆษณา<br />ฉันพบว่าการเลือกรูปภาพและโฆษณาแบบข้อความนั้นทำงานดีกว่าการโฆษณาแบบข้อความเพียวอย่างเดียวแต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่คุณได้รับ<br />AdSense สามารถให้เราสร้างลิงค์, AdSense สำหรับการค้นหาฯลฯ ผมพบว่าแต่ละรูปแบบที่แตกต่างกันเหล่านี้จะทำงานแตกต่างกันไปในแต่ละไซต์. บล็อกที่ลิงก์เป็นหน่วยโฆษณาที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดหน่วยในเว็บไซต์ ในขณะที่เว็บไซต์แบบอื่นๆไม่เหมือนกันทั้งหมด. เราจะไม่มีวันรู้จนกว่าจะทดสอบ!<br /><br />6. เนื้อหาใดที่เปลี่ยนแปลง?<br />ความก้าวหน้าที่ดีที่สุดของ AdSenseในปีที่ผ่านมา คือ การบูรณาการระหว่างมันและ Google Analytics. ด้วยความสัตย์จริง ทุกวันนี้ผมยังคงหวังว่าเมื่อเปิดขึ้นมาจะพบวิธีที่น่าอัศจรรย์ที่จะทำให้มีฉันศักยภาพในการเพิ่มรายได้.<br /><br />จากข้อมูลของ analytics นี้ เราจะสามารถดูประเภทของเนื้อหาและการแปลงอะไรต่างๆ ได้ เรายังสามารถดูประเภทของการเข้าชม ตัวอย่างเช่น ผมพบว่าเครื่องมือค้นหาการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีค่า CTR ที่ดีกว่าอัตราการเข้าชมจากสังคมสื่อเว็บไซต์ในหนึ่งบล็อกของผม. ข้อมูลนี้มีประสิทธิภาพเพราะเป็นสิ่งที่คุณจะสามารถบอกประเภทของโฆษณาที่ให้บริการกับประเภทของการเข้าชม ประเภทของโปรโมชั่นที่ควรพยายามต่อและลักษณะเนื้อหาที่ควรเขียนเพิ่มขึ้น.<br /><br />ทดสอบติดตามทดสอบติดตาม ....<br /><br />มีหนังสือ บล็อกบทความฟอรั่มและข้อมูลอื่นๆ หลายชนิดพร้อมที่จะช่วยผู้เผยแพร่ของ AdSense ให้เรียนรู้วิธีใช้ AdSense ดียิ่งขึ้น. อย่างไรก็ตามในประสบการณ์ของผมวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนคือ 'การลงมือทำ'. .ให้เวลาเพื่อลองสิ่งใหม่แล้วให้เวลาเวลาเพื่อตรวจสอบสิ่งที่คุณเรียนรู้.<br /><br />ไม่จำเป็นต้องทิ้งมันไปทันที. เมื่อเราเรียนรู้บางอย่าง - ทดสอบคือการทบทวนบางอย่างหนึ่ง (การวิจัยบางอย่างเกี่ยวกับ A/B แบ่งการทดสอบเพื่อเรียนรู้วิธีการทำเช่นนี้). การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องซึ่งจะช่วยคุณในการเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญในการใช้ AdSense และเพิ่มรายได้ของคุณ.ได้เป็นอย่างดี<br /><br />สรุปสั้นๆ เลยก็คือ เราควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง AdSense ของเราอยู่เสมอ แต่สิ่งที่สำคัญมากๆ คือ ทดสอบและติดตามผลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด... จงจำไว้ว่า ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถบอกได้ว่า เว็บไซต์ของคุณจะใช้ AdSense แบบไหนดี จนกว่าคุณจะทดลองทำ!!<br /><br />apple_lin<br /><br /></span><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-1789071814881996064?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-10252351584738209842009-02-21T23:10:00.000-08:002009-02-25T00:03:47.242-08:00Analytics with AdSenseสวัสดีค่ะ<br /><br />ตอนนี้ เพื่อนๆ ที่ทำ AdSense อยู่คงเห็นความเปลี่ยนแปลงใน Account AdSense ของเราค่อนข้างเยอะกันแล้วนะคะ.. ซึ่งหากใครจะไม่ได้เข้าไปใน Account ของตัวเอง ก็ลองเข้าไปเล่นกันดูนะคะว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง<br />โดยเมื่อหลายเดือนก่อน เปิ้ลได้มีพูดถึงเรื่องที่ทาง Google จะนำ Analytics มาไว้ใช้ดูสถิติของ AdSense ซึ่งในที่สุดตอนนี้ ทาง Google ก็นำมาเปิดใช้เราๆ ท่านๆ ใช้งานกันได้แล้วค่ะ<br /><br />การที่ Analytics ใน AdSense ที่ไว้สำหรับติดตามประวัติการเข้าเว็บและการคลิกภายในเว็บไซต์ของเราผ่าน analytics อันนี้ค่ะ<br />สำหรับคนที่ยังไม่เห็นเครื่องมือนี้ ก็ไม่ต้องแปลกใจไปนะคะ.. เพราะเครื่องมือนี้ เพราะทาง google แจ้งมาว่า ไม่ได้เปิดให้กับสมาชิกทุกคนค่ะ<br /><br /><a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://goople-adsense.com/uploaded_images/analytics-713986.gif"><img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 411px; height: 152px;" src="http://goople-adsense.com/uploaded_images/analytics-713984.gif" alt="" border="0" /></a><br />โดยเปิ้ลขออธิบายเบื้องต้นหน่อยล่ะกันนะคะ การที่ adsense มี analytics นั้น จะมีประโยชน์คือ เราจะสามารถใช้รายละเอียดการวิเคราะห์อัตราการเข้าชมของ Analytics เพื่อทำความเข้าใจและปรับปรุงประสิทธิภาพ AdSense ของเราให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดย analytics ตัวนี้ จะแสดงรายได้และการแสดงโฆษณาตามการเข้าชมของผู้ใช้, ไซต์ที่เชื่อมโยงผู้ใช้มายัง AdSense มากที่สุด และพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ผู้เยี่ยมชมอาศัยอยู่ เพื่อให้เราสามารถปรับปรุง ปรับแต่ง เว็บไซต์ที่ติด AdSense ของเราให้เข้ากับกลุ่มผู้ชมที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บเราได้ เพื่อให้เกิดการคลิกมากขึ้น ซึ่งนั่นก็หมายถึง ยอดรายได้ที่มากขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ....<br /><br />ส่วนใครที่ไม่ทราบว่า Google Analytics คืออะไร เปิ้ลได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้เลยนะคะ<br />=================================================<br /><br /><span style="font-weight: bold;">Google Analytics</span><br /><br />Google Analytics คือ เครื่องมือทางสถิติที่ใช้ในการดูข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ไม่ว่าจะเป็น ผู้เข้าเยี่ยมชมมาจากประเทศอะไรบ้าง, จำนวนคนที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์, การเข้าถึงมาจากเว็บไซต์อะไร เป็นต้น แต่ที่สำคัญที่สุดในการนำมาใช้งานในธุรกิจ AdSense ของเราก็คือ การที่เราได้ทราบว่า คำค้นหา (Keywords) อะไรบ้างที่นำคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพราะนั่นหมายถึงเราจะสามารถปรับปรุงเว็บไซต์และสร้างเนื้อหาที่ตรงกับกลุ่มผู้เข้าเยี่ยมชมของเราให้มากที่สุด เพื่อรักษาลูกค้าของเราให้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราได้บ่อยๆ หรือสามารถสร้างการตลาดแบบอื่นๆ ได้ต่อไปค่ะ<br /><br />ส่วนรายละเอียดอื่นๆ นั้น เพื่อนๆ สามารถไปอ่านและทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.google.com/analytics/th-TH/features.html">http://www.google.com/analytics/th-TH/features.html</a><br /><br />อย่าลืมลองนำไปใช้กันดูนะคะ<br /><br />Apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-1025235158473820984?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-54187579564849715642009-02-20T02:17:00.000-08:002009-02-20T02:27:41.655-08:00พยากรณ์ไอทีสำนักวิจัยไอดีซี (IDC) ได้พยากรณ์แนวโน้มของธุรกิจไอซีทีในภาพรวมประเทศแถบเอเซีย-แปซิฟิกโดยไม่รวมประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึงประเทศไทยด้วย<br /><br /> ไอดีซี ได้พยากรณ์ว่า แม้ว่าภาพรวมทั้งหมดของการใช้จ่ายด้านไอซีทีจะถูกชะลอลงบ้าง เพราะผลกระทบจากสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้มีการมุ่งเน้นไปสู่การตลาดและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เพราะภาคธุรกิจจะต้องตัดค่าใช้จ่ายลงแต่จะต้องปรับปรุงระบบธุรกิจให้ดีขึ้นเพื่อจะได้หาลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น<br /> นี่จึงเป็นโอกาสของบริษัททางไอทีที่จะช่วยสร้างระบบธุรกิจและเสริมประสิทธิภาพให้กับบริษัท ต่าง ๆ สามารถทำตลาดใหม่ ๆ หาลูกค้าใหม่ได้ด้วยระบบไอที<br /> ไอดีซีได้พยากรณ์อุตสาหกรรมของประเทศในเอเซีย แปซิฟิกในปี 2009 ไว้ 10 ข้อด้วยกัน ซึ่งผมจะแบ่งบทความเป็น 3 ตอนต่อเนื่องกันไป เพราะเท่าที่อ่านการพยากรณ์จากหลายสำนักเปรียบเทียบกันสำนักไอดีซีจะครอบคลุม และน่าเชื่อถือมากที่สุด จะได้เอาไว้เป็นแนวทางสำหรับธุรกิจไอซีทีไทยได้<br /><br /> <span style="font-weight: bold;">ข้อแรก </span>การใช้จ่ายทางด้านไอซีทีของกลุ่มประเทศเอเซียแปซิฟิกจะลดลงแต่ไม่ถึงกับต่ำมากในปี 2009 สำนักวิจัยไอดีซีพยากรณ์ว่า ก่อนที่จะเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกานั้น ได้พยากรณ์ว่าธุรกิจไอซีทีจะเติบโตอยู่ที่ 9.5% แต่หลังจากเกิดเหตุวิกฤตแล้วตัวเลขจะอยู่ที่ 5.8%<br /> ส่วนที่ลดลงไปมากที่สุดน่าจะเป็นตลาดประเภทพีซีและอุปกรณ์พ่วงเพราะบริษัทต่าง ๆ จะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายและยืดอายุการใช้งานของพีซี เช่น เดิมเคยใช้งานอยู่ที่ 2 หรือ 3 ปีแล้วเปลี่ยนใหม่ ปัจจุบันจะยืดอายุการใช้งานต่อไปโดยชะลอการซื้อของใหม่ไปอีกสักปีหรือสองปี<br /> แต่ในส่วนของภาครัฐจะต้องมีการใช้จ่ายด้านไอซีทีมากขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพื่อปรับปรุงระบบการบริการด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้ดีขึ้น รวมทั้งด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร<br /> โดยไอดีซีบอกว่า ที่อื่น ๆ ในโลกจะแย่หมด แต่ที่กลุ่มเอเซียเปซิฟิกน่าจะดีที่สุด<br /><br /> <span style="font-weight: bold;">ข้อสอง</span> รัฐบาลจะต้องใช้จ่ายด้านไอทีเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการบริการประชาชนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีเพื่อเพิ่มบริการให้ประชาชนมากขึ้นและทั่วถึง<br /> โดยทั่วไปรัฐบาลของประเทศในกลุ่มเอเซียแปซิฟิกจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านไอทีให้มากขึ้นเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและช่วยกระตุ้นให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลจะมีโครงการใหม่ ๆ ในหลายรูปแบบซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจซึ่งจะต้องใช้ระบบไอทีเข้าช่วย การสร้างโครงการใหม่ด้วยระบบไอซีทีในหลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มความสะดวกการบริการต่อสาธารณชนและเพื่อสร้างงานใหม่ซึ่งภาคเอกชนตั้งความหวังไว้กับภาครัฐเพราะสามารถนำเงินภาษีมาใช้จ่ายเพื่อสร้างงานและการบริการให้กับประชาชนหลายเรื่อง เช่น สาธารณสุข การศึกษา อุตสาหกรรม ธุรกิจการค้าส่งออก การท่องเที่ยวและอื่นๆ อีก<br /><br /> <span style="font-weight: bold;">ข้อสาม</span> บริการไอทีประเภทบริการร่วมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่เรียกว่า คลาวด์ หรือ Cloud Based Service จะมีมากขึ้น ตัวอย่างบริการคลาวด์ที่เราเห็นได้ชัด ๆ เช่น บริการจ่ายเงินของ Amazon หรือ PayPal บริการแผนที่ของ Google Maps ประเภทเล็ก ๆ ที่เขาทำกันเช่น บริการร่วมทางการศึกษาอีเลิร์นนิ่ง (E-Learning) ด้วยระบบการเรียนการสอนผ่านอินเตอร์เน็ตหรือที่เรียกว่า แอลเอ็มเอส หรือ Learning Management System ซึ่งก็จะเห็นในประเทศไทยโดยใช้ มูเดิ้ล (Moodle) รวมกันหลายมหาวิทยาลัย ประเภทจะสร้างระบบเองเพื่อใช้เองจะต้องลงทุนมากไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้<br /><br /> <span style="font-weight: bold;">ข้อสี่</span> เศรษฐกิจยามนี้ทำให้บริษัทต่าง ๆ จะต้องรักษาและดูแลลูกค้าให้กระชับขึ้น เลยทำให้บริการของเว้ปซึ่งมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าจะได้รับความนิยมมากขึ้นซึ่งเทคโนโลยีนี้หมายถึง Web 2.0 ซึ่งจะได้ทั้งเครือข่ายสมาชิกและสามารถเข้าร่วมปฏิสัมพันธ์ได้ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับหาลูกค้ามาก บริการประเภทนี้ ตัวอย่างเช่น บริการของเครือข่ายสังคม ไฮไฟว์ มายสเปส ยูทูป และบริการร่วมกันทำของ วิกิพีเดีย ในประเทศไทย บริการประเภท Dekdern.com ของมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อบริการให้นักเรียนสามารถสร้างเครือข่ายเพื่อรู้จักพี่ ๆ ในระดับมหาวิทยาลัยก็เป็นลักษณะบริการนี้<br /> ไอดีซีประมาณการไว้ว่ารายได้จากศูนย์บริการประเภทนี้ในกลุ่มประเทศเอเซียแปซิฟิก จะเพิ่มจากปี 2008 ซึ่งมี 278 ล้านดอลลาร์ เป็น 518 ล้านดอลลาร์ในปี 2012 ซึ่งจะเติบโตในระดับ 17% ต่อปีติดต่อกันเลยทีเดียว<br /><br /> <span style="font-weight: bold;">ข้อห้า </span>บริการเจาะหาตลาดทางอินเตอร์เน็ตหรือบริการที่เรียกว่า อีเอสเอ็ม หรือ Enterprise Search Market จะเติบโตเร็ว บริการหาตลาดประเภทนี้ ก็นับเป็นการต่อยอดจากเครื่องจักรค้นหาข้อมูลของกูเกิ้ลและยาฮู ซึ่งซอฟต์แวร์ประเภทนี้สามารถคำนวณได้ว่าค่าผลตอบแทนต่อการลงทุนหรือ อาร์โอไอ Return on Investment มีเท่าไร คุ้มหรือไม่ ซึ่งการรวมตัวของบริษัท ไอบีเอ็ม ไมโครซอฟต์ ออราเคิล และเอสเอพี เพื่อร่วมกันทำบริการประเภทนี้ และบริการประเภทอีเอสเอ็มจะเติบโตในกลุ่มประเทศเอเซียแปซิฟิก<br /><br /> <span style="font-weight: bold;">ข้อหก</span> จะมีการใช้ไอทีสีเขียวมากขึ้นโดยเฉพาะการสร้างโลกเสมือนเพื่อทดแทนของจริง แทนที่จะสร้างตึก สร้างป่าไม้ สร้างอาณาจักรของจริงบนโลกก็ทำในโลกเสมือนเสียเลย จะให้สวยเท่าไรก็ได้ ทำไปในโลกเสมือนเพราะไม่มีค่าวัสดุก่อสร้าง ไม่มีการตัดป่า ตัดไม้ ประเภทการเรียนการสอนผ่านมหาวิทยาลัยไซเบอร์ ก็ถือว่าไอทีสีเขียวเหมือนกัน เพราะไม่เสียค่าเดินทาง ไม่ต้องสร้างตึกสร้างห้องเรียนติดแอร์ อยู่ที่ไหนก็เรียนที่นั่นในมหาวิทยาลัยเสมือน<br /><br /><span style="font-weight: bold;">ข้อ 7</span> สภาวะการตลาดซบเซา จะส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคม ได้พิจารณาถึงยุทธศาสตร์ใหม่ ไอดีซี ได้พยากรณ์ว่าผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมที่ยังมีผลประกอบการดีอยู่ ก็คงจะลงทุนในเรื่องการขยายระบบเครือข่ายโทรคมนาคม ส่วนผู้ประกอบการในระดับรองลงมาเช่น กลุ่มไอเอสพี หรือ เอเอสพี ก็คงจะเร่งขยายในส่วนการคืนทุนเร็ว โดยเฉพาะเรื่องตลาดบรอดแบนด์ของประเทศกลุ่มเอเซียแปซิฟิกก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว<br /> ส่วนเทคโนโลยีใหม่ ๆ คงจะถูกชะลอลง เช่น 3 จีในอินเดีย จีน และเวียตนาม ไวเมกซ์ ไอพีทีวี บริการสื่อผสม เครือข่ายวิทยุเคลื่อนที่หรือ Mobile Radio Access Network หรือ RAN<br /> <br /><span style="font-weight: bold;">ข้อ 8 </span>บริษัทต่าง ๆ จะนิยมใช้บริการทางด้านศูนย์การจัดการบริการข้อมูลมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Managed Datacenter เพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งศูนย์การจัดการบริการข้อมูลก็จะต้องให้ลูกค้าเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่หลายประเภทเช่น การแบ่งการใช้งานคำนวณประเภท Cloud Computering ที่ผมเขียนไว้ในข้อ 3 การกู้อุบัติภัยทางข้อมูล หรือ Diaster Recovery และการทำเซอร์ฟเวอร์แบบเสมือน หรือ Server virtualization<br /> <br /><span style="font-weight: bold;">ข้อ 9</span> การบริการร่วมสำหรับลูกค้าจอแบนหรือ Thin Clients ก็จะเป็นที่นิยมกันมากขึ้นเพราะสมัยนี้ จอแบนซึ่งไม่ต้องใช้ซีพียูขนาดใหญ่เหมือนเซอร์ฟเวอร์เพื่อใช้กับงานบริการทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีการคำนวณขั้นสูงมาก ๆ แต่จะใช้ร่วมกับศูนย์บริการข้อมูลใหญ่หรือเซอร์ฟเวอร์ใหญ่ที่เป็นแหล่งรวบรวมและจัดการข้อมูล ไอดีซีคาดว่าตลาด Thin Clients จะเติบโตกว่าปีที่แล้ว ประมาณ 12.-15% หรือประมาณ 765,000 เครื่องในแถบเอเซียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)<br /> <br /><span style="font-weight: bold;">ข้อ 10</span> โน้ตบุ๊คขนาดเล็กที่มีขนาดกำลังประมวลผลและความจุจำกัดแต่ราคาถูกจะเริ่มเข้ามาแทรกตลาดโน้ตบุ๊คมากขึ้นและมีแนวโน้มว่าตลาดของโน้ตบุ๊คขนาดเล็กจะโตขึ้นประมาณ 10% ในปี2009 เนื่องจากขนาดกำลังการคำนวณและความจุไม่มากนัก จึงทำให้ต้องพึ่งระบบอินเตอร์เน็ตและร่วมกันใช้ข้อมูลสำหรับการประมวลผลในลักษณะเดียวกัน Cloud Service นั่นเอง<br /><br /> เมื่อพินิจพิเคราะห์ดูทั้ง 10 ข้อ ที่ผมได้นำเสนอ บทความ 3 ตอนนั้น คิดว่าสำหรับตลาดธุรกิจไอทีประเทศไทยก็คงจะมีแนวโน้มมาทางนี้ ในปี 2009 คิดว่าข้อมูลที่นำเสนอนี้ คงจะให้ประโยชน์กับผู้อ่านใช้เป็นแนวทางในปีหน้าตลอดทั้งปีได้<br /><br />ที่มา : ดร. บุญมาก http://www.rsu-cyberu.com/<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-5418757956484971564?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com1tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-35334913225179765492009-02-05T20:24:00.000-08:002009-02-05T20:27:48.740-08:00Gadgets for your Webpageสวัสดีค่ะ<br /><br />หลังจากที่เราสร้างเว็บไซต์กันอย่างหลากหลายรูปแบบแล้ว.. วันนี้เปิ้ลมีของเล่นติดเว็บไซต์มานำเสนอ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์เรา นั่นคือ การติดระบบ chat หรือการพูดคุยกับเพื่อนๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราค่ะ...<br /><br />นั่น ก็คือ Y! Messenger PingBox ค่ะโดยผลิตภัณฑ์ตัวนี้ สามารถ download และนำไปติดตั้งได้ฟรีๆ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากทาง Yahoo! โดยก่อนอื่น เราต้อง download โปรแกรม Yahoo Messenger ก่อนเพราะ เมื่อเรา online ผ่าน Messenger นี้ขึ้นมา ตัว pingbox ก็จะออนไลน์ ให้เราสามารถพูดคุยกับคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราได้ทันทีค่ะ...<br /><br />ทดลองไปเล่น Y! Messenger Pingbox นี้กันได้ที่ www.goople-adsense.com นะคะ<br />หากเห็นเปิ้ลออนไลน์อยู่ เข้ามาคุยกันได้เลยค่ะ<br /><br />ส่วนใครที่ต้องการจะติดตั้งของเล่นชิ้นนี้ ก็สามารถคลิกที่ Y! Messenger Pingbox ได้ในหน้าเว็บ goople-adsense.com ได้เลยค่ะ...<br /><br />แล้วมาคุยกันนะคะ ^ __ ^<br /><br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-3533491322517976549?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com1tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-78403474637340236712009-01-24T07:57:00.000-08:002009-02-02T03:44:05.909-08:00Xin nian kuai le 2009ซินเหนียน ไคว่เล่อ 2009<br /><br />สวัสดีวันตรุษจีนค่ะ เป๊บเดียวก็ถึงวันตรุษจีนแล้วนะคะ.. โดยปกติแล้วช่วง<br /><br />เทศกาลตรุษจีนแบบนี้ เด็กๆ มักจะรออั่งเปาจากผู้ใหญ่ แต่ปีนี้เพื่อนๆ คงรออั่งเปา<br /><br />เป็นเช็คจาก Google AdSense แทน!! ก็ขอให้ร่ำรวยๆ กันทุกคนนะคะ ^__^<br /><br /><a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://wan-wan.exteen.com/images/emoticon/cowyear.jpg"><img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 300px; height: 300px;" src="http://wan-wan.exteen.com/images/emoticon/cowyear.jpg" alt="" border="0" /></a><br />วันนี้เปิ้ลมีเรื่องเล่าดีๆ มาบอกกล่าวให้ฟังกันค่ะ เรื่องของ <span style="font-weight: bold;">การขว้างปลาดาว</span> มาฝากกันคะ<br />เรื่องมีอยู่ว่า......<br /><br />เช้าวันหนึ่ง นายเล้ง ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งมานั่งเล่นริมชายหาด แล้วเขาก็พบกับชายนายคนหนึ่ง ผู้ซึ่งกำลังวิ่งจากชายหาดเข้าไปหาคลื่น แล้วก็หันหลังวิ่งกลับเข้ามา โดยชายดังกล่าวนั้น วิ่งไปวิ่งมาเช่นอยู่นานมาก นายเล้งเกิดความสงสัย จึงเข้าไปถาม "ทำอะไรอยู่หรือครับ?"<br />"พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น น้ำทะเลกำลังจะลง และปลาดาวก็กำลัจะตาย" ชายหนุ่มตอบ<br />"ชายหาดนี้ยาวมาก คุณคงช่วยอะไรไม่ได้นักหรอก แล้วจะทำไปทำไม?" นายเล้งถามด้วยความสงสัย<br /><br />คราวนี้ ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่กลับลงไปหยิบปลาดาวขึ้นมาอีก 1 ตัว แล้ววิ่งออกไปใกล้คลื่นมาที่สุด แล้วขว้างปลาดาวไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็วิ่งกลับมา<br /><br />ตอบนายเล้งว่า "อย่างน้อยผมก็ทำให้มนรอดไปอีก 1 ตัวแล้วไง"<br /><br />เพื่อนๆ คิดว่า สิ่งที่ชายหนุ่มคนนั้นทำอย่างไร โง่ บ้า หรือว่าอะไร? สิ่งที่ชายหนุ่ม<br /><br />คนนี้ทำ คือ เขาไม่ต้องการนั่งดู - นั่งรอ ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในโลกเพียง<br /><br />อย่างเดียว แต่อะไรก็ตาม ที่เขาจะสามารถมีส่วนสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น<br /><br />ได้ต่างหาก ... เป็นสิ่งที่เขาต้องการ!!<br /><br />ดังนั้น <span style="font-weight: bold;">อย่ามัวแต่นั่งรอ หรือนั่งดูความเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียว ขอให้สร้าง</span><br /><br /><span style="font-weight: bold;">และเข้ามาเปลี่ยนแปลงสังคม วัฒนธรรม และสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นให้โลกของเรา</span><br /><br /><span style="font-weight: bold;">กันเถอะค่ะ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่ได้ทำ แต่ก็ยังดีกว่า การนั่งดูโดยที่</span><br /><br /><span style="font-weight: bold;">ไม่ทำอะไรเลย</span>ค่ะ... แล้วสักวันความเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นกับเราอย่างแน่นอนค่ะ<br /><br /><br /><br />สุขสันต์ัวันตรุษจีน \^___^/<br /><br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-7840347463734023671?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-53282191891457563842009-01-21T01:41:00.001-08:002009-01-21T01:57:17.977-08:00Google Content Network (Google AdSense) กับเทคโนโลยีปี 2009หลายๆ คนที่ทำ Google AdSense มักจะมองว่า ถ้าเป็นตัวเองเป็นคนทำ Google AdWords จะไม่ลงโฆษณาที่เป็น Content Network หรอก เพราะเกรงว่า ยอดคลิกที่เสียไปจะไม่ได้รับรายได้กลับคืนมา ซึ่งถือว่า เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมหันต์<br />วันนี้ เปิ้ลจะมาอธิบายให้ฟังว่า ทำไมการทำ Content Network ถึงน่าสนใจในการลงโฆษณา หากเราดูสถิติในขณะนี้ จะพบว่า ปัจจุบันนี้ Content network ของ Google มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว รวมถึงเว็บไซต์ดังๆ ในประเทศไทย เช่น zickr, thenation, tumnaifun ต่างก็มีการติด Google AdSense กันอย่างมากมาย<br /><br /><a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://goople-adsense.com/uploaded_images/compare-731065.jpg"><img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 320px; height: 183px;" src="http://goople-adsense.com/uploaded_images/compare-731061.jpg" alt="" border="0" /></a><br />เพราะจากผลสำรวจของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนั้น ตอนนี้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการท่องอินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่อยู่บนเนื้อหาของบนเว็บไซต์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพราะพวกเขามักจะเข้าไปเสพความรู้ ข้อมูลและสิ่งที่ต้องการภายในเว็บไซต์เหล่านั้น เป็นเวลานานๆ ซึ่งมากกว่าการค้นหาข้อมูลหรือการติดต่อสื่อสารกันเสียอีก ดังนั้น หากมีการลงโฆษณาในลักษณะ Content Network จะทำให้ผู้ลงโฆษณามีโอกาสได้ลูกค้ามากกว่าผลการลงโฆษณาในผลการค้นหาแบบปกติ<br />นอกจากนี้ การลงโฆษณาใน Content Network ยังครอบคลุมถึงวงจรการซื้อได้มากกว่า ผลการลงโฆษณาแบบค้นหาปกติอีกด้วย<br />Google AdSense ที่เป็น Content Network ครอบคลุมถึงวงจรการซื้อได้อย่างไร เราไปดูกันที่ภาพ “วงจรการซื้อ” กันดีกว่า<br /><br /><a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://goople-adsense.com/uploaded_images/pr-flow-768772.jpg"><img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 320px; height: 207px;" src="http://goople-adsense.com/uploaded_images/pr-flow-768770.jpg" alt="" border="0" /></a><br /><div style="text-align: center;">วงจรการซื้อสินค้า<br /></div><br /><br />จากวงจรการซื้อดังรูปจะพบว่า ในขั้นตอนแรกของการสั่งซื้อสินค้านั้น คือการที่ลูกค้าผ่านตา ผ่านหูกับชื่อของสินค้าหรือชื่อ brand ต่างๆ ไว้ โดยขณะที่รับรู้นั้น อาจจะไม่มีความต้องการซื้อสินค้าชิ้นนั้นอยู่ก่อนเลย (Awareness)<br />แต่วันหนึ่ง มีความต้องการจะใช้สินค้าหรือบริการใดๆ ขึ้นมา พวกเขาจะเข้าไประลึกในความทรงจำ ว่าเขาเคยเห็น เคยได้ยินชื่ออะไรที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่พวกเขาต้องการบ้าง (Interest)<br />จากนั้นจะนำชื่อหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ต้องการเข้าไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมทาง Search Engine เพื่อประกอบการตัดสินใจ (Consideration)<br />สุดท้ายก็ลงท้ายด้วยการซื้อสินค้าหรือบริการนั้น (Purchase) จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า สินค้าและบริการนั้นดีมากน้อยเพียงใด เพียงพอที่ลูกค้าจะบอกต่อหรือกลับมาซื้อซ้ำหรือไม่อย่างไรอีกครั้งหนึ่ง<br />จากวงจรดังกล่าวจะเห็นได้ว่า หากมีการลงโฆษณาเฉพาะในส่วนที่เป็นการค้นหา (Search) เพียงเท่านั้น จะไม่สามารถสร้าง brand ให้ลูกค้ารู้จักได้ดีเท่ากับการลงโฆษณาในลักษณะ Content Network ซึ่งการลงโฆษณาในลักษณะของ Content Network ทำให้ครอบคลุมวงจรการซื้อได้มากกว่า เพราะครอบคลุมได้ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการวงจรการซื้อกันเลยทีเดียว เพราะลูกค้าได้เห็น ได้รู้จักชื่อหรือสินค้าของผู้ลงโฆษณาตั้งแต่การเข้าไปอ่านข้อมูลเฉยๆ ในเว็บไซต์ต่างๆ แล้ว โดยลูกค้าจะซื้อมีโอกาสซื้อหรือไม่ซื้อก็ตาม<br />ที่สำคัญในการลงโฆษณาแบบ Content Network นั้น มีข้อดีต่างๆ เพิ่มเติมดังนี้<br />• 26.3 พันล้านโฆษณา แสดงต่อเดือน<br />• 25.5 ล้านผู้เยี่ยมชมต่อเดือน<br />• เข้าถึงผู้ใช้อินเตอร์เน็ทถึง 80.1%o<br />• 1,000 ครั้งที่โฆษณาแสดงต่อหน้าผู้เข้าเยี่ยมชม 1 ท่านต่อเดือน<br /><br />เห็นไหมค่ะ… ว่าการลงโฆษณาในลักษณะ Content Network มีประโยชน์มากมายจริงๆ ดังนั้น เชื่อได้เลยว่า ในปีหน้า 2009 นี้ จะมีผู้ลงโฆษณาเข้าใจถึงหลักการนี้มากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่า พวกเขาจะต้องมองหาเว็บไซต์ที่มีคุณภาพดี ที่พวกเขาสามารถจะไปลงโฆษณาได้ ซึ่งอันนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพวกเรา คนทำ AdSense ทุกๆ ท่านแล้วล่ะคะว่า เราจะทำเว็บไซต์ของเราให้มีคุณภาพดี เพียงพอต่อการจ่ายค่าโฆษณาของเขาได้อย่างไร? แต่แน่นอนว่า Google AdSense จะโตมากขึ้นในปี 2009 นี้ เพราะจะมีผู้มาลงโฆษณามากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ…<br /><br />แล้วพบกันนะคะ<br /><br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-5328219189145756384?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com2tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-36882187762045754982009-01-08T01:06:00.000-08:002009-01-08T01:21:05.368-08:00Yahoo! รู้รอบสวัสดีปีใหม่ค่ะ<br /><br />เริ่มต้นปีใหม่นี้ ขอให้เพื่อนๆ มีสุขภาพร่างกาย แข็งแรง และมีงานมีเงินใช้ตลอดปีกันเลยนะคะ... ^__^ .. โดยปีนี้ เปิ้ลขอเริ่มต้นบทความด้วย ความรู้ดีๆ จากทาง Yahoo!<br /><br />ปกติแล้ว เปิ้ลมักจะนำของเล่นชิ้นใหม่ๆ ของ google มาให้เล่นกันอยู่เสมอ แต่วันนี้อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองไปใช้ product ในฝั่ง Yahoo! กันดูบ้างนะคะ... ที่จะแนะนำคือ Yahoo! รู้รอบ<br /><br />ค่ะ ที่ <a href="http://th.answers.yahoo.com/">http://th.answers.yahoo.com/</a> ยาฮู! รู้รอบนี้ เปิดตัวมานานพอสมควรแล้วค่ะ โดย ยาฮู! รู้รอบ คือ สังคมที่ช่วยกันถาม-ตอบสิ่งที่เป็นข้อสงสัยในเรื่องต่างๆ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญต่างๆ<br /><br />แวะเข้าไปตอบคำถามอยู่เนืองๆ โดยผู้ที่เคยเข้าไปตอบและถามนั้น มีตั้งแต่ ตูน bodyslam, น้องโต๋ และคนดังอีกมากมาย ที่เคยเข้าไปร่วมถาม-ตอบใน ยาฮู! รู้รอบนี้ ค่ะ<br /><br />แต่ที่เปิ้ลเพิ่งจะนำมาแนะนำก็เพราะว่า วันนี้ทาง ยาฮู! รู้รอบ ได้รวบรวมคำถามและคำตอบเด็ดๆ ในปีที่ผ่านมา ให้เพื่อนๆ สามารถไป download กันได้แล้วที่ <a href="http://l.yimg.com/hb/i/sg/answers/thailand/ebook2008/christmas_ebook_roorob.pdf">http://l.yimg.com/hb/i/sg/answers/thailand/ebook2008/christmas_ebook_roorob.pdf</a> ซึ่งเป็นสิ่งที่อ่านแล้วได้ความรู้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ (อาจจะเป็นเรื่องทั่วๆ ไปหน่อยนะคะ ไม่ค่อยเกี่ยวกับ adsense เท่าไรนะคะ)<br /><br />หากเพื่อนๆ มีคำถามและคำตอบดีๆ ก็ไปร่วมแชร์กันในสังคมออนไลน์แห่งนี้ได้เสมอนะคะ...<br /><br />สุขสันต์ปีใหม่ 2552 ค่ะ<br /><br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-3688218776204575498?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-40588499323417521262008-12-26T01:53:00.000-08:002008-12-29T02:42:52.516-08:00eMarketing trend 2009สวัสดีค่ะ<br /><br />วันนี้เปิ้ลมีบทความเกี่ยวกับแนวทางการตลาดในปี 2009 มาเล่าให้ฟังค่ะ เพื่อให้พวกเราได้นำความรู้อันนี้ ไปปรับปรุงกับการทำธุรกิจของเราในปี 2009 ที่จะถึงนี้นะคะ..ไปตามอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ<br /><br />เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทที่ปรึกษาที่มีชื่อเสียงชื่อ แบรนด์ คียส์ (Brand Keys) ได้ออกมาเสนอความเห็นของตน ซึ่งดูแล้วน่าสนใจทีเดียว แม้ว่าการนำเสนอจะยึดเอาการตลาดของสหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่นักการตลาดทั่วโลกต่างก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงทางการตลาดของสหรัฐฯ ย่อมมีผลกระจายต่อทิศทางการตลาดของประเทศอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้<br /><br />ฉะนั้น การได้เรียนรู้ความเห็นของบริษัทที่ปรึกษารายนี้ อาจจะช่วยในการต่อยอดความคิดของนักการตลาดที่เหลือได้หนทางหนึ่ง<br /><br />โดยสรุปแล้ว แนวโน้มทางการตลาดที่สำคัญๆ 9 ประเด็น ได้แก่<br /><strong>ประการแรก</strong> ประเด็นด้านราคาที่ผันผวนจะยังคงเป็นเงื่อนไขสำคัญของสินค้าประเภทโภคภัณฑ์ ทั้งนี้เนื่องมาจากแรงกดดันจากภาคการเงินที่เห็นชัดว่าขาดความเชื่อมั่นใน การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายที่มี ความระมัดระวังและคิดหน้าคิดหลังมากขึ้น<br /><br />นั่นหมายความ ว่าผลทางจิตวิทยาจะยังคงครอบคลุมบรรยากาศส่วนใหญ่ในตลาดโลก ไม่ว่าระดับรายได้ของภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็จะทำให้ความระมัด ระวัง และความพยายามเป็นนักช้อปที่ชาญฉลาดยังคงอยู่ตราบใดที่ไว้ใจสถานการณ์ทาง เศรษฐกิจไม่ได้ ดังนั้น นักการตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็คงต้องใช้การหั่นราคาขายต่อหน่วยสู้กับภาวะถดถอย ทางเศรษฐกิจได้เพียงช่องทางเดียว<br /><br /><strong>ประการที่สอง</strong> ประเด็นของการสร้างความแตกต่าง อรรถประโยชน์ในการใช้สอย และมูลค่าเพิ่มของสินค้า จะเป็นช่องทางที่ทำให้สินค้าหลายประเภทอยู่รอดได้ทางการตลาด กลยุทธ์ที่ว่านี้จะเป็นไปได้ก็ต้องอาศัยเครื่องมือหลัก 2 ประเภทคือ (1) ทีมงานด้านการวิจัยและการพัฒนาเพื่อหานวัตกรรม (2) ทีมงานด้านการโฆษณารวมทั้งเอเยนซี่โฆษณา<br /><br />ทั้งสองทีม นี้จะต้องเจาะลึกเพื่อหาทางเพิ่มคุณค่าของสินค้า และหาทางสื่อสารสิ่งที่เพิ่มขึ้นในตัวของสินค้านั้นอย่างมีประสิทธิภาพให้ ถึงตัวผู้บริโภค เพื่อให้แบรนด์ของสินค้าอยู่ในใจของลูกค้าตลอดเวลาและนึกถึงก่อนแบรนด์อื่นๆ<br /><br />ความสามารถในการพัฒนาตัวสินค้าเพื่อให้เกิดความแตกต่างและคุณค่าเพิ่มถูกคาดหวัง ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายและมูลค่าเพิ่มของสินค้าในปี 2009 ได้ ขณะที่การจัดกิจกรรมการส่งเสริมการจำหน่ายเป็นเพียงการตรวจสอบถึงความรับรู้ ที่เป็นสภาวะปัจจุบันของลูกค้า อย่างไรก็ดี การปรับลดราคาให้ต่ำกว่าสินค้าของคู่แข่งก็จะได้รับการพิจารณาให้เป็นตัว ช่วยสร้างความแตกต่างของสินค้าที่ดีได้อย่างหนึ่ง ที่เชื่อว่านักการตลาดของแบรนด์ต่างๆ จะไม่ละเลย<br /><br /><strong>ประการที่สาม</strong> คำมั่นสัญญาว่าจะซื้อจากลูกค้าจะกลายเป็นสัญญาณที่จำเป็นเพื่อให้นักการตลาด โลกกล้าที่จะดำเนินการใดๆ ต่อไป แต่ต้องแยกให้ได้ว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่เป็นจริง ไม่ใช่เพียงการตอบแบบสอบถามเพื่อเอาใจนักการตลาดเท่านั้น<br /><br />วิธีการที่จะทำให้เกิดคำมั่นสัญญาได้ จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อสิ่งที่ผู้ประกอบการและนักการตลาดนำเสนอหรือสัญญาว่า จะนำเสนอเกินกว่าหรือเหนือกว่าความคาดหมายของลูกค้าเท่านั้น<br /><br />ช่องทางการตลาดที่จะช่วยสร้างและเพิ่มพูนคำมั่นสัญญาที่เชื่อว่าจะยังคงมี ประสิทธิภาพในการดำเนินงานในปี 2009 น่าจะมีอยู่ด้วยกัน 4 ช่องทางคือ (1) แพลตฟอร์มที่ใช้ในระยะยาวและต่อเนื่องอย่าง ทีวีออนไลน์ (2) คอนเท็กซ์ เช่นการจัดโปรแกรมเฉพาะ หรือเว็บเพจเชื้อเชิญ (3) เมสเซจ ด้วยการส่งข้อมูลทางงานโฆษณาหรือนิเทศสัมพันธ์ (4) ประสบการณ์ ผ่านทางการจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น เทรดโชว์ หรือ เอ็กซิบิชั่น หรือการจัดงานปาร์ตี้ แบบที่ทัปเปอร์แวร์นิยมทำ<br /><br /><strong>ประการที่สี่</strong> การวางแผนมีเดียจะต้องออกแนวนวัตกรรม เน้นการสัมผัสได้ และเป็นมีเดีย 2 ทาง ด้วยการนำเอาแบรนด์ มาบวกกับสมการของมีเดีย เพื่อให้เกิดคำมั่นสัญญาว่าจะเกิดการซื้ออย่างชัดเจน<br /><br />แผนงานด้านมีเดียในปี 2009 จะต้องไร้การสะดุดหยุดชะงัก สร้างความน่าเชื่อถือที่เพียงพอ มุ่งเน้นรองรับลูกค้าเป็นการส่วนตัวแทนแบบเหมาๆ ไม่เจาะจง ซึ่งอาจจะรวมถึงนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีด้วยซ้ำ<br /><br />เทคโนโลยีที่น่าจะได้รับความสนใจจากนักการตลาดมากขึ้นคือ อุปกรณ์มือถือ ซึ่งจะช่วยเจาะให้ถึงตัวลูกค้าได้ดีขึ้น และเป็นการหันเหออกไปจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม คูปองส่วนลดเพื่อส่งเสริมการขายก็ยังคงจะมีประสิทธิภาพในการช่วยส่งเสริมการ จำหน่ายต่อไป ควบคู่กับโซเชียล เน็ตเวิร์ก หรือการเน้นการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน<br /><br /><strong>ประการที่ห้า</strong> ความพยายามและการทบทวนนโยบาย “กรีน” อาจจะยังคงเป็นทางเลือกหนึ่งของนักการตลาดโลก เนื่องจากกระแสตื่นตัวและใส่ใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะเป็นเงื่อนไขภาค บังคับมากขึ้น หมายความว่า แบรนด์ต่างๆ จะต้องหาทางวางตำแหน่งทางการตลาดของตนในด้าน “กรีน” มาร์เก็ตติ้ง” ให้ได้ เพื่อสนับสนุนโอกาสในการอยู่รอดอย่างยั่งยืน<br /><br />ทางด้านผู้บริโภคคงจะมองเชิงลึกมากขึ้น พร้อมทั้งอยากเห็นหลักฐานประกอบ มากกว่าคำพูดเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจจะทำให้นักการตลาดอาจจะต้องถึงขั้นปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต<br /><br /><strong>ประการที่หก</strong> การทบทวนและวางบทบาทของแบรนด์ใหม่ จะเป็นหนึ่งในประเด็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีมติที่เกี่ยวข้อง 3 มิติสำคัญคือ (ก) ความสุขความพอใจของลูกค้า (ข) ความจงรักภักดีและ (ค) คำสั่นสัญญาว่าจะซื้อ<br /><br />นักการตลาดจะต้องทำให้มั่นใจ ว่านโยบายด้านการบริหารแบรนด์ จะสามารถสอดคล้อง และสร้างความสมดุลของมิติทั้ง 3 ด้านข้างต้นได้อย่างเหมาะสม<br /><br /><strong>ประการที่เจ็ด</strong> พฤติกรรมของผู้บริโภคอาจจะไม่สะท้อนทัศนคติและความตั้งใจในการซื้อสินค้า อย่างมั่นใจ นักการตลาดที่เคยมีความเชื่อมั่นว่าตนรู้จักและเข้าใจลูกค้าของตนดีแล้ว อาจหงายหลังเพราะลูกค้า ที่ว่ารู้จักกันดีอาจจะไม่ได้เป็นลูกค้าที่ตัดสินใจ ซื้อสินค้าของตนหรืออาจจะไม่ได้ชอบสินค้าของตนอีกต่อไป<br /><br />ใน ปี 2009 จึงเป็นปีที่นักการตลาดต้องทบทวนตนเอง และหาทางสร้างความมั่นใจอีกครั้งหนึ่งว่าพฤติกรรมของลูกค้าแบบใดที่จะเกิด การตัดสินใจซื้อสินค้าจริงๆ การทบทวนในเรื่องนี้อาจจะรวมไปถึงการแยกกลุ่มลูกค้า เป็นกลุ่มย่อยๆ ให้ขาดให้ได้ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดรองรับได้อย่างเหมาะสม<br /><br /><strong>ประการที่แปด</strong> ความคาดหวังของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ปี 2009 เป็นปีที่นักการตลาดต้องหาทางปรับปรุงแบรนด์ของตนให้มีภาพลักษณ์และตัวตนที่ สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภค เพราะลูกค้าได้ปรับเปลี่ยนตนเองแทบจะทุกวัน รวมทั้งแสวงหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา<br /><br />มีความเชื่อกันว่า นักการตลาดคงจะหลีกเลี่ยงกับการใช้ระบบไฮเทคที่ดีขึ้นไม่ได้ และสิ่งนี้คงจะเป็นแนวคิดหนึ่งที่จะช่วยให้แบรนด์ของตนแตกต่างและโดดเด่น ขึ้นมาจากคู่แข่งกัน<br /><br /><strong>ประการที่เก้า</strong> หาทางทำให้วิถีชีวิตของแบรนด์และของลูกค้าดีขึ้นให้ได้ คือคำตอบสุดท้ายของแนวโน้มการตลาดในปีหน้า<br /><br /><strong>ท้ายที่สุดคือ</strong> “ทำให้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น” ตามความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโทรศัพท์มือถือ เซิร์จเอ็นจิน หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ซักเสื้อผ้า หรือโปรแกรมการท่องเที่ยวที่มีให้เลือกตัดสินใจ<br /><br />ที่เป็นเช่นนี้ ยังน่าจะมาจากแรงกดดันด้านการแข่งขันที่ยังคงมีความรุนแรงสูง ซึ่งลำพังเพียงการหั่นระดับราคาแข่งขันคงจะไม่เพียงพออย่างแน่นอน<br /><br />พูดง่ายๆ คือ ปี 2009 จะเป็นปีที่ไม่ธรรมดาทางด้านการตลาดโลก ซึ่งทำให้นักการตลาดต้องหาทางทำให้มีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าจะสามารถผ่าน พ้นความยากลำบากในปีแย่ๆ มากปีหนึ่งไปได้ ด้วยการใช้วิติของตัวแปรในทางการตลาดที่หลากหลายซับซ้อน และลึกซึ้งมากขึ้น<br /><br />นั่นเป็นแนวโน้มที่นักการตลาดมะกันคาดว่าน่าจะมีบทบาทต่อไปในปี 2009 หรือปี 2552 แต่สำหรับเมืองไทยที่มีสภาพของตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค วิถีชีวิต สภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่ค่อนข้างแตกต่างอย่างมากกับสหรัฐอเมริกา ทำให้การทำตลาดของเมืองไทยน่าจะต่างไปพอสมควร และนี่คือแนวโน้มการตลาดที่เชื่อว่าจะมาแรงในบ้านเรา<br /><br /><span style="font-size:100%;"><strong>1.นิวมีเดียมาแรง<br />จ่ายน้อย ประสิทธิภาพสูง</strong></span><br /><br />อาจารย์ ชลิต ลิมปนะเวช คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับแนวโน้มการตลาดในปีหน้าว่าเครื่องมือที่มีต้นทุนต่ำ แต่ให้ประสิทธิภาพสูงจะถูกนำมาใช้มากขึ้น ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าในปีหน้าปัญหาเศรษฐกิจยังคงรุมเร้าประเทศไทยโดย เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ขณะที่ปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศก็ยังคงอยู่ ดังนั้นภาคเอกชนจึงพยายามตัดค่าใช้จ่ายที่เห็นว่าจำเป็นน้อยที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นคืองบโฆษณา ทำให้คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมโฆษณาในปีหน้าจะไม่มีการเติบโต หรือเติบโตเพียง 1-2% เท่านั้น เนื่องจากธุรกิจหันมาใช้งบในการทำกิจกรรมการตลาดมากขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย<br /><br />นอกจากนี้ยังมีสื่อใหม่ๆอย่างดิจิตอลมีเดีย เว็บไซต์ เอสเอ็มเอส อีเมล์ ที่จะมาแรง แต่หากเป็นสินค้าที่เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีวัย 50 ปีขึ้นไป อาจยังต้องพึ่งสื่อแบบเก่า อย่างหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และทีวีบ้าง เพราะคนอายุ 50 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ค่อยเป็น แต่ถ้าเป็นกลุ่มอายุ 45 ปีลงมา จะบริโภคสื่อดิจิตอลมากกว่า<br /><br />“อีเมล์ มาร์เกตติ้ง ส่งถึงคนเป็นแสน เป็นล้าน ด้วยต้นทุนไม่กี่หมื่น ในขณะที่ทีวีสื่อถึงคนได้เป็นล้านก็จริง แต่ก็จ่ายเป็นแสน” ชลิต ลิมปนะเวช กล่าว<br /><br />เทรนด์ของการโฆษณาประชาสัมพันธ์จะทำให้เกิด ธุรกิจใหม่ๆที่ทำด้านนิวมีเดีย เพราะในภาวะที่เศรษฐกิจฝืดเคียง ธุรกิจก็จะหันมาสนใจเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ให้ผลคุ้มค่า ภายใต้งบที่ไม่สูงเกินไป 4-5 ปีที่แล้วยังไม่ค่อยมีใครใช้นิวมีเดียอย่างจริงจัง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่สามารถวัดผลได้ชัดเจน แต่ในปีหน้าหากกระทรวงไอซีที มีการออกนโยบาย 3G หรือ ไวแม็กซ์ อย่างเป็นรูปธรรม ก็จะช่วยผลักดันให้นิวมีเดียเกิดและเติบโตอย่างรวดเร็ว<br /><br />ในขณะที่คอลเซ็นเตอร์ก็ยังไปได้เรื่อยๆ เนื่องจากผู้ประกอบการของไทยทำไม่ถูกหลัก แทนที่จะทำให้ลูกค้าพอใจ กลับทำให้ไม่พอใจ พูดจาไม่ดีบ้าง รอแล้วไม่มีเจ้าหน้าที่มารับสายบ้าง สายไม่ว่างบ้าง ทว่ารูปแบบคอลเซ็นเตอร์จะถูกนำมาประยุกต์กับการสื่อสารผ่านนิวมีเดียที่เปิด โอกาสให้ผู้บริโภคติชม ถามข้องสงสัย หรือร้องเรียนเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการให้บริการ<br /><br />“นิวมีเดียเป็นเครื่องมือที่ลงทุนต่ำสุด แต่เข้าถึงคนได้มาก ค่าใช้จ่ายแต่ละปีไม่ถึงหมื่น ที่เหลือเป็นเงินเดือนเว็บมาสเตอร์ เบ็ดเสร็จรวมทุกอย่างแล้วก็ประมาณค่าใช้จ่ายไม่เกิน 5 แสนต่อปี ซึ่งถ้าเป็นโฆษณาทีวี แค่ 2 สปอตก็หมดงบแล้ว”<br /><br />นอกจากนี้ รูปแบบการทำการตลาดโดยตรง เช่น ไดเร็กเซล ก็จะมีการใช้มากขึ้น เพราะต้นทุนต่ำ หากขายไม่ได้ เจ้าของสินค้าก็ไม่ต้องเสียอะไร ถ้าขายได้ก็หักให้พนักงานขายตามสัดส่วน ประกอบกับแนวโน้มการว่างงานในปีหน้ามีสูง ก็เป็นโอกาสที่คนจะหาอาชีพใหม่อย่างไดเร็กเซลมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเวลาเศรษฐกิจฝืด ธุรกิจไดเร็กเซลกลับคึกคัก<br /><br />“ในปีหน้าอะไรที่ใช้ต้นทุนต่ำแต่ให้ประสิทธิภาพสูงจะมาแรง ดิจิตอลมีเดียเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราจะได้เห็นกันในปีหน้า ปัจจุบันผู้บริโภคไทยกว่า 40 ล้านคนล้วนแต่มีโทรศัพท์มือถือ และอีกเป็นสิบๆล้านคนที่เล่นไฮไฟว์ ยาฮู กูเกิ้ล ฮอตเมล์ ซึ่งเวลาที่นำมาประยุกต์เป็นเครื่องมือการตลาดแล้ว เครื่องมือเหล่านี้จัดได้ว่ามีต้นทุนที่ถูกมาก จะเรียกว่าถูกที่สุดก็ว่าได้ หรือที่เรียกว่า Cost per Rating Point” ชลิต กล่าว<br /><br /><span style="font-size:100%;"><strong>2. ดิจิตอล…การตลาดอินเทรนด์<br />กลยุทธ์หาฐานลูกค้าใหม่บนเน็ต</strong></span><br /><br />การตลาดดิจิตอล มีแนวโน้มว่าจะเข้ามาบทบาทในทางการตลาดมากขึ้น เพื่อช่วยผู้ประกอบการในต่างประเทศที่หวังจะดึงลูกค้าใหม่เข้ามาไว้ในพอร์ต มากขึ้น และธำรงรักษาฐานลูกค้าเดิมที่นิยมใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และบริการสื่อสารบนโทรศัพท์มือถือ<br /><br />หลังจากแนวโน้ม การใช้บริการบนตลาดออนไลน์มีอัตราการเติบโตสูงมาอย่างต่อเนื่อง และทำท่าว่าจะเป็นแหล่งรายได้เสริมของกิจการในอนาคตอันใกล้นี้ การตลาดดิจิตอลนับวันจะเข้าไปช่วยผู้ประกอบการในการนำเสนอสินค้าที่ครบวงจร เพราะการตลาดดิจิตอลสามารถเชื่อมโยงการติดต่อและความสัมพันธ์แบบ real time ระหว่างผู้ผลิตสินค้าและลูกค้าของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในขณะนี้<br /><br />ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด เมื่อทำการเปรียบเทียบการตลาดดิจิตอลกับการตลาดแบบดั้งเดิม เช่น การโฆษณาทางทีวี หรือบิลบอร์ด หรือหนังสือพิมพ์แล้ว จะพบว่าหนทางดั้งเดิมล้วนแต่เป็นการสื่อสารทางเดียว ขณะที่การตลาดดิจิตอลสามารถทำการตอบโต้ ตอบสนองต่อความต้องการ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าแต่ละรายได้ทันที<br /><br />ดังนั้น ข้อมูลย้อนกลับ หรือ feed back ที่ผู้ประกอบการได้รับจากการใช้การตลาดดิจิตอลจะสามารถนำมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า เพื่อทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ หรือแม้แต่จะสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีต่อตรายี่ห้อได้ง่ายดายและดีขึ้นในอนาคต<br /><br />จากการศึกษาของนักการตลาดในต่างประเทศ พบว่า ลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นพวกกระหายเทคโนโลยีสารสนเทศ มีทัศนคติและความเชื่อในทางบวกต่อการสื่อสารด้วยอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ ทำให้นักการตลาดเริ่มแน่ใจมากขึ้นว่า “การตลาดดิจิตอล” จะเข้ามาเป็นช่องทางการตลาดและเครื่องมือที่ทรงพลังในอนาคตอันใกล้นี้<br /><br />ด้วยเหตุนี้ บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านการทำ อี-บิสซิเนส ทั้งในด้านการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ และทักษะทางการตลาดจึงหันมาพัฒนาบริการเพื่อให้บริการที่สามารถจะช่วยผู้ ประกอบการในการบริหารงานการตลาดดิจิตอลผ่านระบบ SMS หรือ short messaging servicesที่ทำให้เกิดการโต้ตอบแบบทันที<br /><br />สำหรับลูกค้า อย่างจริงจังในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ผู้ประกอบการที่หันมาใช้ช่องทางการตลาดแบบการตลาดดิจิตอลอย่างจริงจัง มากกว่าธุรกิจประเภทอื่นๆ ในตอนนี้ได้แก่ ธุรกิจที่ให้บริการทางการเงิน ธุรกิจค้าปลีก โทรคมนาคม และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อครัวเรือน ซึ่งในย่านเอเชียนี้ การตลาดดิจิตอลมีความก้าวหน้าและพัฒนาไปมากในผู้ประกอบการในตลาดมาเลเซีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้<br /><br />นอกเหนือจากบริษัท ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอี-บิสิเนสแล้ว ผู้ให้บริการด้าน call center ก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ที่จะช่วยให้งานการตลาดดิจิตอลประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น เพราะ call center เป็นจุดศูนย์รวมของข้อมูลข่าวสารของลูกค้าที่ติดต่อเข้ามา จนกลายเป็นฐานข้อมูลใหญ่ที่ดำเนินกระบวนการจำหน่ายต่อได้อย่างรวดเร็ว<br /><br />อุปสรรคที่ดูเหมือนว่าจะยังคงเกิดขึ้นในการทำงานของ call center คือ ประการแรก การใช้พนักงานให้บริการที่น้อยเกินไปทำให้ลูกค้าที่โทรศัพท์เข้ามาเพื่อสอบ ถามข้อมูลต้องรอเป็นเวลานานมาก ประการที่สอง ความเชี่ยวชาญชำนาญในตัวผลิตภัณฑ์และบริการที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว ทำให้การตอบคำถามข้อสงสัยของลูกค้าไม่น่าประทับใจนัก<br /><br />ประการที่สาม การทำงานร่วมกันและเสริมซึ่งกันและกันของการตลาดดิจิตอลกับการโฆษณาด้วยวิธี การดั้งเดิม ซึ่งจะทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าจะทำงานการตลาดได้ครบวงจร และเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด<br /><br />ข้อดีของการตลาดดิจิตอล อาจประมวลได้ ดังนี้ ประการแรก เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำผู้ประกอบการสามารถตรวจจับข้อมูลส่วนตัวของ ลูกค้า เพราะจะบันทึกอีเมลของลูกค้าแต่ละรายได้ครบถ้วน ประการที่สอง การตลาดดิจิตอลทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ติดต่อกับผู้ประกอบการโดยตรง ไม่ต้องผ่านบุคคลที่สาม การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าจึงเป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่ค่อนข้างจะสงวนสิทธิ์การล้วงความลับส่วนตัวจากบรรดานักขาย ทั้งหลาย<br /><br />ประการที่สาม การตลาดดิจิตอลทำให้ผู้ประกอบการไม่เพียงแต่รับรู้ความต้องการในสินค้าของตน แต่ยังอาจจะรับรู้ในความต้องการด้านอื่นของลูกค้าอีกด้วย เช่น หากลูกค้าซื้อตู้เย็นใหม่หรือเครื่องซักผ้าใหม่พร้อมๆกัน เดาได้ว่าลูกค้าอาจย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ และอาจกำลังต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องตกแต่งอื่นๆ สำหรับบ้านเพิ่มเติมด้วย<br /><br />ประการที่สี่ ที่ผ่านมาแบรนด์ดังที่ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับการตลาดดิจิตอลพบว่า ตนสูญเสียฐานลูกค้าวัยรุ่นที่นิยมเข้าไปในตลาดออนไลน์ไปมากขึ้นเรื่อยๆ การเข้าไปใช้การตลาดดิจิตอลจึงเป็นการรักษาลูกค้าในกลุ่มนี้ไว้อย่างได้ผล วิธีหนึ่ง<br /><br />ประการที่ห้า ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงลูกค้าต่างเพศได้อย่างมีประสิทธิผล จากการศึกษาพบว่ากลุ่มลูกค้าผู้ชายกับผู้หญิงมีลักษณะของการเข้าตลาดดิจิตอล แตกต่างกัน เช่น ผู้ชายจะเข้าไปในตลาดดิจิตอลเพิ่มต่อเติมสิ่งที่ตนสนใจในตลาดแบบออฟไลน์ เช่น การชมรายการแข่งขันฟุตบอล หรือสำรวจรุ่นรถยนต์ที่ตนสนใจจะซื้อ ส่วนกลุ่มผู้หญิงเข้าไปสู่ตลาดออนไลน์เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับผู้ประกอบการที่ ตนเป็นลูกค้าอยู่มากขึ้น หมายความว่าเป็นลูกค้าในตลาดดั้งเดิมอยู่แล้ว แต่ต้องการแสวงหาข้อมูลของแบรนด์นั้นเพิ่มเติมจากตลาดออนไลน์<br /><br />สุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่าการลงทุนกับสื่อดิจิตอลนั้นทางมาสด้าได้แยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกนั้นเป็นการโฆษณาในเว็บไซต์ทั่วไป และส่วนของเว็บไซต์ของมาสด้า www.mazda3myway.com ซึ่งส่วนที่ 2 นั้นใช้งบประมาณไม่มากนัก แต่สามารถให้ข้อมูลได้มากกว่า และชัดเจนที่สุด<br /><br />ส่วนกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่เป็นพวกชอบสนุกสนานบันเทิง จะเข้าไปสู่การตลาดดิจิตอล เพื่อแสวงหาเกมใหม่ๆ และเพื่อติดต่อกับเพื่อนๆ ของตน กลุ่มนี้ได้ปรับและเปลี่ยนเว็บไซต์ที่ค้นหาอย่างรวดเร็วเพื่อแสวงหาสิ่ง ใหม่ๆ และเพื่อติดต่อแบบตอบโต้ทันทีได้<br /><br />ดังนั้น การตลาดผ่านมีเดียดั้งเดิมก็ไม่ได้ไม่สำคัญเสียทีเดียว เพียงแต่ผู้ประกอบการในต่างประเทศหันมาจักสรรเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ให้กับการตลาดดิจิตอล<br /><span style="font-size:100%;"><strong>3.แบรนด์ รีวิว - คอร์ปอเรต เชนจ์</strong></span><br /><br />ทิศทางของการสื่อสารการตลาดมีการขีดเส้นเขตแดนมายาวนาน แบ่งพรมแดนเป็นเหนือและใต้เส้น เป็นเทรนด์การตลาดที่เปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดนับแต่หลังศตวรรษที่ 20 หลังผ่านวิกฤติต้มยำกุ้ง นักการตลาดยังคงเดินเกมสื่อสารการตลาดในรูปแบบที่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิม คือการใช้สื่อหลัก ทีวี วิทยุ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และป้ายบิลบอร์ด เป็นเครื่องมือในการเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่รวมตัวกันและเรียกว่า แมส งบโฆษณาส่วนใหญ่ 80-90% ถูกเทไปใช้กับสื่อหลักเหล่านี้ ครองพื้นที่ Above the lineเหนือเส้นพรมแดนเป็นที่ตั้ง ปล่อยให้กิจกรรมการประชาสัมพันธ์ การจัดอีเวนต์ กลายเป็นกลยุทธ์มวยรองที่อยู่ใต้เส้น<br /><br />จนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา วงการสื่อสารการตลาดถูกเขย่า ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างสื่ออินเทอร์เน็ต ที่เคลื่อนเข้ามา สร้างความหลากหลายให้กับไลฟ์สไตล์ของผู้คน แตกกลุ่ม แบ่งเซกเมนต์ออกมากมาย สื่อหลัก Above the line เจาะกลุ่มแมสทั่วประเทศ ราคาแพง ถูกลดบทบาท งบประมาณการใช้เงินในสื่อเหนือเส้นทั้ง ทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ จนถึงป้ายโฆษณาขนาดใหญ่สองข้างทางที่เคยผุดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาก่อน หน้า กลับมีตัวเลขดิ่งลงทุกเดือน ตลอดทั้งปี พลิกมาเป็นการจัดกิจกรรมอีเวนต์เพื่อกระตุ้นการขายที่สามารถเจาะเข้าถึง กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดที่ได้รับความนิยมแทน<br /><br />จนมาถึงปีที่กำลังจะผ่านไปนี้ เทรนด์การสื่อสารการตลาดถูกพลิกรูปแบบอีกครั้ง ภาพพจน์ขององค์กรที่ผลิตสินค้าดี มีคุณภาพ ไม่เพียงพอต่อการจูงใจให้ผู้บริโภคมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ สังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ภัยคุกคามชาวโลกทั้งจากชาวโลกด้วยกัน และภัยธรรมชาติมีมากขึ้น องค์กรธุรกิจต่างหันมาแสดงบทบาท สร้างภาพพจน์พลเมืองที่ดีของสังคม ด้วยการจัดกิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) ตอบแทนสังคม กลายเป็นเทรนด์การสื่อสารที่องค์กรธุรกิจหันมาลงทุนกันอย่างแพร่หลาย<br /><br />แต่ในปีวัวที่กำลังจะก้าวเข้ามา เทรนด์ของการสื่อสารการตลาดมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนไปอีกครั้ง วิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤติซับไพร์ม ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ถล่มธุรกิจการเงิน การประกัน วงการรถยนต์ รวมถึงอีกหลายธุรกิจล้มครืน ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าคุกคามระบบเศรษฐกิจในภาคพื้นยุโรปช่วงปลายปีนี้ และถูกคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ทั้งภาคการเงิน ภาคการตลาด พ้องกันว่า ผลกระทบของวิกฤติจากโลกตะวันตกจะเคลื่อนเข้ามาถึงเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย ในปีหน้าอย่างแน่นอน<br /><br />แผนการตลาดในเชิงรุกจึงไม่ใช่แนว ทางที่ถูกต้องสำหรับปีหน้า หลายๆ องค์กรเห็นพ้องกันว่า เทรนด์การตลาดในแห่งปี 2009 คือช่วงเวลาที่เหมาะกับการหันกลับมาตรวจสุขภาพของตนเอง เพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือกับวิกฤติ และยังสามารถกลับมารุกตลาดอีกครั้งหลังวิกฤติผ่านพ้นไป<br /><br />หนึ่งในเทรนด์การตลาดในเชิงรับที่คาดว่าจะเป็นเทรนด์ฮิตของนักการตลาดในปีหน้า กิตติ ชัมพุนท์พงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สปา แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด บริษัทโฆษณาสายพันธุ์ไทยแท้อันดับ 1 ในเมืองไทย ให้ทรรศนะว่า คือการทบทวนบทบาท ภาพลักษณ์ และตำแหน่งของแบรนด์ที่ทำหน้าที่อยู่ในตลาดมาเป็นเวลานาน หรือที่เรียกกันว่า "แบรนด์ รีวิว"<br /><br />กิตติ มีความเชื่อมั่นว่า แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากกระแสวิกฤติทางเศรษฐกิจจากโลกตะวันตก ได้ แต่โดยพื้นฐานของภาคเศรษฐกิจการเงินในประเทศยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ ประชาชนยังมีเงินอยู่ในกระเป๋า ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความเชื่อมั่นในการจับจ่ายของคนในประเทศค่อนข้างต่ำ ซึ่งจำเป็นที่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในส่วนของเจ้าของแบรนด์สินค้า ก็มีการใช้เวลานี้เป็นช่วงเวลาทบทวนแบรนด์ที่เคยใช้มาเป็นเวลานาน เพื่อการพัฒนาให้สามารถสามารถรับมือกับวิกฤติที่จะมาถึงในปีหน้า อีกทั้งยังรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีอยู่ตลอดเวลา<br /><br />การตลาดในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่า ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เกิดไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตหลากหลายรูปแบบ มีความเฉพาะตัว แต่ในฝั่งของแบรนด์สินค้าที่นำเสนอให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน และแทบไม่เคยมีการปรับเปลี่ยน<br /><br />"เวลานี้ลูกค้าของสปาฯ หลายๆ รายมีการทำแบรนด์รีวิว เพื่อรับมือกับวิกฤติแฮมเบอเกอร์ ทางสปาฯ เองก็มีทีมงานที่เข้าไปช่วยคิดกับลูกค้า ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ลูกค้าจะหันมารีวิวแบรนด์ของตนให้สอดคล้องกับการ อยู่ในสถานการณ์เศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา"<br /><br />ไม่เพียงแต่แบรนด์เท่านั้นที่จะถูกทบทวนในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีทีท่าน่าลำบาก ในส่วนของตัวองค์กรเองก็มีเทรนด์ของการปรับเปลี่ยนเช่นกัน<br /><br />เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมบริษัท อินเด็กซ์ อีเวนท์ เอเจนซี่ จำกัด(มหาชน) อีเวนต์ ออร์กาไนเซอร์ อันดับ 1 ของไทย ก็ยอมรับว่า องค์กรธุรกิจที่เคยใช้งบประมาณในการจัดอีเวนต์กันอย่างคึกคักตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการหันมาจัดกิจกรรม CSR กันอย่างมากในปีนี้ ปีหน้ามีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปสู่การทำ Corporate Change กันเป็นส่วนใหญ่<br /><br />ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาตลอดปีนี้ ผนวกกับแนวโน้มที่ยังไม่มีความมั่นใจในปีหน้า วิกฤติเศรษฐกิจที่คุกคามทั่วโลก ยอดขายที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง องค์กรธุรกิจต่างมองหาช่องทางเพื่อการอยู่รอด ซึ่งการปรับตัวขององค์กรให้พร้อมรับมือ ก็เป็นทางออกหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก<br /><br />การปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีความทันสมัย มีความฟิตที่สามารถรองรับกับสถานการณ์รอบด้านทั้งสภาพเศรษฐกิจ และการแข่งขัน ลำพังการปรับเปลี่ยนโลโก้ หรือจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว คงไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือการสร้างความเข้าใจให้กับคนในองค์กรทั้งหมดได้มีส่วนรวมในการ เคลื่อนทัพ องค์กรที่เคยอยู่อย่างฟุ่มเฟือย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงลิ่ว ถูกสร้างค่านิยมใหม่ในการประหยัด องค์กรที่เคยทำงานอย่างเชื่องช้า ทำงานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ถูกชาร์จไฟ สร้าง Awareness ให้กับพนักงาน<br /><br />"อินเด็กซ์ฯ เคยทำงานด้าน Corporate Change ให้กับองค์กรธุรกิจต่างๆ มาราว 5 ปี แต่ที่ผ่านมา เป็นการปรับองค์กรให้มีความทันสมัยเพื่อรับการแข่งขัน เช่น Corporate Change ของเครือซิเมนต์ไทย สู่ เอสซีจี กรุ๊ป และการปรับองค์กรของไทยน้ำทิพย์ แต่ในปีหน้า คาดว่า องค์กรส่วนใหญ่จะหันไปทำ Corporate Change ปรับองค์กรให้ฟิตขึ้น เพื่อรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจ ส่งผลให้งบการทำกิจกรรม CSR ลดลง" เกรียงไกรกล่าว<br /><br /><span style="font-size:100%;"><strong>4.ไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง กับโฆษณาก้าวไกลไปมาก</strong></span><br /><br />เมื่อกล่าวถึงธุรกิจการขายตรงหรือ ไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นช่องทางการตลาดแบบพิเศษ ที่ได้มีการนำไปใช้กันในการประกอบการของกิจการขนาดใหญ่และชั้นนำของโลกหลาย ประเภท แต่ไม่ค่อยได้ใช้กันมากนักในธุรกิจประเภทโฆษณาบ้านเรา<br /><br />จนเมื่อไม่นานมานี้ การสำรวจทางการตลาดในต่างประเทศพบว่า ไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง เป็นที่นิยมในหมู่ของกิจการโฆษณามากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้น่าจะเป็นการสนองตอบต่อความต้องการที่จะแสวงหาทางเลือกอื่น สำหรับการขยายช่องทางการส่งเสริมการจำหน่าย นอกเหนือไปจากทางเลือกแบบเดิมๆ ที่ใช้กันมานาน<br /><br />แนวโน้มดังกล่าว ทำให้นักการตลาดมีความกังวลกันว่า ในอนาคต การแข่งขันกันระหว่างกิจการต่างๆ ในไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง จะมีความรุนแรงและเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมมาก<br /><br />หากจะประมวล เหตุผลที่ทำให้กิจการต่างๆ รวมทั้งนักโฆษณาหันมาใช้เทคนิคของไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง ในทางการตลาดมากขึ้นได้แก่ ประการแรก การที่รัฐบาลของหลายประเทศผ่านกฎหมายห้ามมิให้ผู้ประกอบการรบกวนสิทธิส่วน บุคคลของผู้บริโภค หรือที่เรียกว่ากฎ Do Not Call ทำให้ผู้บริโภคสามารถปิดกั้นการขายทางโทรศัพท์ที่ตนไม่ต้องการ โดยการลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ของตนไว้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง<br /><br />เมื่อเป็นเช่นนี้ นักการตลาดของกิจการหลากหลายประเภท จึงหันไปใช้วิธีการของไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง ทดแทน เพื่อให้สามารถเข้าถึงตัวผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักได้ ณ ที่พักหรือบ้านอาศัยของลูกค้าเป้าหมายเอง<br /><br />ประการที่สอง อัตราค่าส่งจดหมายหรือไปรษณียบัตรของแทบทุกประเภทในโลก ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาเลย บางประเทศทรงตัวมาตั้งแต่กลางปี 2002แล้ว ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ทำให้ผู้ประกอบการมีความสะดวกมากขึ้นในการส่งเอกสารไปยังลูกค้า แถมยังมีต้นทุนที่ต่ำมาก เทียบกับช่องทางหือกิจกรรมการส่งเสริมทางการตลาดแบบอื่น<br /><br />ประการที่สาม การใช้ไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง สามารถรักษาฐานลูกค้าของกิจการ ให้สามารถจดจำและจงรักภักดีต่อกิจการได้ในระยะยาว ด้วยการสร้างการสื่อสาร สร้างอิมเมจของกิจการ และแจ้งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ<br /><br />ประการที่สี่ สิ่งที่ส่งไปในจดหมายถึงลูกค้าในไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง มักจะเป็นคูปองส่วนลด ซึ่งมีผลต่อเนื่องในการดำเนินงานประเมินทางการตลาด ด้วยการนับสัดส่วนของลูกค้าเป้าหมายที่นำเอาคูปองที่ส่งทางไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง ไปใช้ในการซื้อหาสินค้าและบริการจริง ๆ เทียบกับจำนวนที่กวาดส่งทางไดเร็ก มาร์เก็ตติ้งทั้งหมด และการทดสอบตลาดแบบนี้สามารถนำไปใช้ในการประเมินรายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น จากการใช้โปรแกรมการส่งเสริมการตลาดได้อย่างดีในอนาคต<br /><br />ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา รายจ่ายของกิจการโฆษณาที่จ่ายเพื่อการส่งเสริมการตลาดผ่านไดเร็ก มาร์เก็ตติ้งเพิ่มขึ้นราว 2.4% ในขณะที่การส่งเสริมการตลาดผ่านทางโฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ มีอัตราการลดลง<br /><br />แนวโน้มดังกล่าวคงทำ ให้สื่อสารประเภทอื่นๆ ไม่สบายใจนัก เมื่อไม่นานมานี้ ผู้บริหารกิจการหนังสือพิมพ์ ที่เป็นคู่แข่งขันรายใหญ่ของงานไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง ได้พยายามแก้ไขสถานการณ์ของตน ด้วยการเสนอบริการด้านการตลาดขายตรงของตนเอง แก่ผู้ประกอบการสินค้าและบริการต่าง ๆ โดยใช้ระบบลอจิสติกส์ของกิจการที่เพียบพร้อมและมีศักยภาพมาทำเงินในส่วนนี้ เพิ่มขึ้น<br /><br />ด้วยวิธีการนี้ นอกเหนือจากการส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้านเรือนลูกค้าแล้ว ผู้บริหารธุรกิจหนังสือพิมพ์ยังทำหน้าที่ส่งเอกสารโฆษณาของไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง ไปยังลูกค้าและบ้านเรือนที่ไม่ใช่ลูกค้าที่บอกรับหนังสือพิมพ์ไปพร้อม ๆ กัน<br /><br />นอกเหนือจากกิจการที่จำหน่ายสินค้าและบริการดั้งเดิมจะหันมานิยมใช้ไดเร็ก มาร์เก็ตติ้งแล้ว กิจการในตลาดออนไลน์ที่จำหน่ายสินค้าและบริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้การตลาดวิธีดังกล่าวมากขึ้น<br /><br />การค้าสินค้าและบริการทางอินเทอร์เน็ตในช่วงที่ผ่านมา มีปัญหาหลักที่ทำให้ผู้บริโภครายใหม่เพิ่มขึ้นยาก ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ลูกค้าไม่ไว้ใจราคาขายของผู้ค้าออนไลน์ว่าจะ ถูกกว่าตลาดดั้งเดิมจริง และกระแสข่าวว่าการคิดราคาสินค้าและบริการของผู้ค้าบนออนไลน์จะแตกต่างกันใน ลูกค้าแต่ละราย เช่นบริการจัดโปรแกรมทัวร์และการท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งผู้ค้าในตลาดออนไลน์จำเป็นต้องหาทางแก้ไขความเชื่อดังกล่าวอย่างเร่ง ด่วน<br /><br />กิจการบนตลาดออนไลน์ มีปัญหาหลักของการประกอบการคือ ลูกค้าเป้าหมายไม่รู้จักตน ทำให้ยอดการจำหน่ายสินค้าบนอินเทอร์เน็ตไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ เพราะไม่มีลูกค้าเข้าไปค้นหาเว็บไซต์ของกิจการ<br /><br />ดังนั้น การใช้ช่องทางของไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง มาช่วยในงานส่งเสริมทางการตลาด จึงถูกกำหนดให้เป็นกลยุทธ์ใหม่สำหรับการเข้าให้ถึงลูกค้าเป้าหมาย สร้างความคุ้นเคยกับลูกค้าให้ได้ ก่อนที่จะนำไปสู่การสั่งซื้อสินค้าและบริการในโอกาสต่อไป<br /><br /><span style="font-size:100%;"><strong>5.หลายสินค้าหันมาสนใจกลุ่มรายได้ต่ำ</strong></span><br /><br />ตามปกติ นักการตลาดไม่ว่าจะเป็นกิจการจากประเทศไหนๆ มักพยายามหลีกเลี่ยงกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ต่ำที่เป็นตลาดระดับล่าง และพยายามปีนป่ายไปแสวงหาทางวางตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ ปานกลางและรายได้สูงมากกว่า เพราะกลุ่มคนยากจน มักมีอำนาจการซื้อที่ต่ำกว่าทุกกลุ่ม<br /><br />แต่ทุกวันนี้ นักการตลาดของกิจการชั้นนำบางประเภทกลับมีแนวคิดที่สวนทางกับแนวคิดดังกล่าว แล้ว และหันไปทุ่มเทความพยายามเพื่อขยายฐานทางการตลาดในกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ ต่ำมากขึ้น เพราะพบว่ากลุ่มลุกค้าที่มีรายได้ต่ำเหล่านี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองความ ต้องการ แถมมีช่องทางหรือโอกาสทางการตลาดเปิดกว้างอีกมากมาย<br /><br />ในปีที่ผ่านมามีสินค้าประเภทคอนซูเมอร์ โพรดักส์ เครื่องสำอาง หรือเสื้อผ้า หลายต่อหลายแบรนด์ทั้งของค่ายยูนิลีเวอร์ หรือพีแอนด์จีขยับเข้ามาเล่นในตลาดไซส์เล็ก หรือในรูปแบบซองราคา 2 บาทกันมากขึ้น หรือการสร้างเซกเมนต์ใหม่ที่เรียกว่า massive เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ๆที่ยังไม่เคยใช้สินค้าของตนมาก่อน โดยใช้กลยุทธ์ราคาเป็นใบเบิกทางเข้าหาผู้บริโภคที่เป็นแมส เพราะเป็นความจริงที่ว่าฐานรวมหรือขนาดของตลาดลูกค้ากลุ่มรายได้น้อยมีจำนวน มากที่สุด เทียบกับจำนวนลูกค้าในกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้สูง เพราะเป็นตลาดระดับแมสหากสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้จะ ได้ยอดการจำหน่ายมหาศาล และสามารถกระจายระดับความเสี่ยงทางธุรกิจออกไปได้อีกด้วย<br /><br />อีกทั้งการที่สินค้ามุ่งไปที่ระดับบนนั้น สินค้าบางประเภทอาจเผชิญหน้ากับภาวการณ์อิ่มตัวของตลาดที่เป็นกลุ่มรายได้ ระดับปานกลางและระดับบน แถมยังมีปัญหาการแข่งขันที่สูง มีลูกค้าเพียงไม่กี่ราย หากจำหน่ายไม่ได้ จะทำให้เกิดความเสียหายกับกิจการได้อย่างมากมาย<br /><br />ที่สำคัญการศึกษาได้พบว่าเมื่อเปรียบเทียบระดับของความจงรักภักดีต่อตรายี่ห้อ ระหว่างกลุ่มผู้มีรายได้แตกต่างกันแล้ว กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกลับมีความจงรักภักดีต่อตรายี่ห้อสูงสุด ไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงแบรนด์รวดเร็วนัก ซึ่งคุณลักษณะเช่นนี้เป็นคุณลักษณะพึงประสงค์ที่นักการตลาดของทุกธุรกิจอยาก ได้ในระยะยาว<br />เพราะเชื่อว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ทำกำไรให้กับ กิจการในระยะยาว มากกว่ากลุ่มลุกค้าที่เปลี่ยนใจง่ายและพฤติกรรมไม่อยู่กับร่องกับรอย<br /><br />การดำเนินงานทางการตลาดที่ยึดเอาฐานลูกค้ากลุ่มที่มีรายได้น้อยเป็นหลักก็คือ การดำเนินงานที่ยึดเอาปริมาณมากเข้าว่า แม้ว่าราคาจำหน่ายต่อหน่วยจะต่ำและให้กำไรต่อหน่วยต่ำ ขณะเดียวกัน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการกำหนดราคาต่อหน่วยสูงๆ เช่นที่นักการตลาดของกิจการชั้นนำส่วนใหญ่ใช้กับมานานแสนนาน<br /><br /><span style="font-size:100%;"><strong>6.ใช้ “เซกเมนต์” นำ</strong></span><br /><br />สุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มองถึงสถานการณ์ปีหน้าว่า การแบ่งกลุ่มเซ็กเมนท์เป็นเรื่องหลัก นักการตลาดต้องมองหาให้ได้ว่ากลุ่มลูกค้าของตนอยู่ที่ไหน แล้วสร้าง Brand Awareness ด้วยการสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงที่สุด เพราะในปีหน้าทุกบริษัทต่างต้องลดต้นทุนลงเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจโลกกำลัง ชะลอตัว หากเป็นแบรนด์อยู่ในตลาดมานาน และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอยู่แล้ว การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ในแบบแมสน่าจะลดลง<br /><br />“แต่จะต้องเน้นการเข้าถึงลูกค้าโดยตรง นั่นคือ การมองหาเซกเมนต์ของลูกค้า และสื่อสารข้อความถึงด้วยสื่อที่ให้ข้อมูลกับลูกค้าได้ครบถ้วน เพราะสื่อโทรทัศน์ทำหน้าที่เพียงบอกกล่าว กิจกรรมหรือแคมเปญในช่วงเวลาสั้นมากกว่า จะสื่อสารเพื่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อ”<br /><br /><span style="font-size:100%;"><strong>7. CSR เพื่อสิ่งแวดล้อมสรรพคุณที่หลายค่ายนิยม</strong></span><br /><br />โฆษณากระดาษ IDEO โฆษณากระดาษดั๊บเบิ้ลเอ โฆษณาปตท. หรือโฆษณาของเอ๊กโก กรุ๊ป และอีกหลายภาพยนตร์โฆษณาที่ปรากฏอยู่บนสื่อโทรทัศน์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ในช่วงเวลานี้ ล้วนใช้แนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นบิ๊กไอเดียในการสื่อสารภาพลักษณ์ขององค์กรมายังผู้บริโภค และเชื่อว่าในปีหน้าแนวคิดแบบนี้ก็ยังจะคงได้รับความนิยมจากหลายองค์กรเช่น เดิม สอดคล้องกับในต่างประเทศที่พบว่า ผู้ประกอบการชั้นนำของโลกที่ยังคงพึ่งพาแนวคิดของการเป็นกรีน โปรดักส์ และพยายามวางตำแหน่งทางการตลาดที่แสดงถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งมี การสะท้อนออกมาในงานโฆษณาสินค้าของตนอย่างเหนียวแน่น<br /><br />ไม่เพียงแต่ในงานโฆษณาเท่านั้นแต่ในการดำเนินงานจริง ค่ายพีแอนด์จี ค่ายเทสโก้ ก็นำเรื่อง “กรีน” ในรูปแบบของการประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม มาใช้ด้วยเช่นกัน รวมถึงบรรดาผู้ประกอบกิจการห้างสรรพสินค้าก็ยังหันร่วมรณรงค์ให้นักช้อปใช้ ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก โดยจะให้ส่วนลดกับผู้ที่นำถุงผ้ามาซื้อสินค้า หรือบางรายหันมาใช้ถุงพลาสติกแบบไบโอที่สามารถสลายได้อย่างรวดเร็ว<br /><br />นักการตลาดโฆษณาเองก็เอ่ยถึงเรื่องนี้กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ถึงแนวคิดที่ผู้ว่าจ้างใช้ในการมอบงานโฆษณาให้กับบรรดาแอด เอเยนซี่ ในเทศกาลงานโฆษณาระหว่างประเทศงานใหญ่งานหนึ่งของโลกที่ผ่านไปแล้ว อย่าง คานน์ส ไลอ้อน อินเตอร์เนชั่นแนล แอดเวอร์ไทซิ่ง เฟสทิวัล ซึ่งถือว่าเป็นงานการค้าและการมอบรางวัลระดับโลกก็ยังเป็นเครื่องยืนยัน เรื่องนี้ได้ดี<br /><br />อย่างไรก็ตาม ประเด็นล่าสุดของบรรดาสินค้า “กรีน โปรดักส์” ทั้งหลายได้เปลี่ยนจากเดิมๆมาเป็นเรื่องของวิกฤติโลกร้อน หรือแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก และทำท่าว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นในระยะต่อจากนี้ไป ซึ่งประเด็นเรื่องวิกฤติโลกร้อนนี้กำลังกลายมาเป็นประเด็นหลักอย่างหนึ่งที่ ผู้ประกอบการแสดงความเป็นห่วงกันมากขึ้น<br /><br />การที่ผู้ประกอบการ แสดงความรับผิดชอบและห่วงใยสังคมในด้านของความพยายามและร่วมมือที่ จะลดวิกฤติโลกร้อน ทำให้แนวคิดของสินค้าแบบกรีน โปรดักส์ เป็นสิ่งที่ยังคงต้องนำมาใช้ในงานโฆษณาอยู่อย่างช่วยไม่ได้ เพราะนักการตลาดเชื่อกันว่า การที่มีระดับของความวิตกเกี่ยวกับวิกฤติโลกร้อนเพิ่มขึ้น ย่อมจะทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจกับสินค้าและผู้ประกอบการที่มีส่วนสร้างผล งานในแง่ดีหรือในแง่ลบ สอดคล้องกับสภาวะอากาศในโลกตามไปด้วย<br /><br />สิ่งที่สะท้อนออกมาในด้านรูปธรรมควบคู่กับงานโฆษณาที่เป็นเชิงแนวคิดของกรีน โปรดักส์ก็คือ<br /><br />ประการแรก การเรียกร้องความเชื่อถือและเครดิตจากลูกค้าในฐานะของกิจการที่ใช้พลังงานทดแทนพลังงานเดิมที่ทำลายชั้นบรรยากาศ<br /><br />ประการที่สอง การลดสัดส่วนและความถี่ของการใช้หีบห่อสินค้าที่ทำมาจากพลาสติก<br /><br />ประการที่สาม การบริจาคเงินและการสนับสนุนทางการเงินในกิจกรรมทางสังคมที่ดำเนินการเพื่อ ช่วยคลี่คลายหรือเกี่ยวเนื่องกับความแปรปรวนของบรรยากาศและอุณหภูมิในโลก<br /><br />จริงๆ แล้วการที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งจะสามารถดำเนินการในเรื่องของการลดความสิ้น เปลืองดังกล่าวเป็นไปได้ยาก และจะต้องการใช้ความร่วมมือร่วมใจกันโดยบุคคลและกิจการส่วนใหญ่ของสังคมด้วย ยิ่งกว่านั้น ลำพังการทำกิจกรรมเพียงไม่กี่อย่างไม่อาจได้ชื่อว่า “กรีน” ในความหมายของความใสสะอาดหรือกรีน คอนเซปต์อย่างแท้จริง หากแต่เป็นเรื่องของการสร้างอิมเมจของคำว่า “กรีน” ในทางการตลาดมากกว่า<br /><br /><span style="font-size:100%;"><strong>8. “สร้างแบรนด์” พาธุรกิจสู่โอกาส</strong></span><br /><br />วิทวัส ชัยปาณี นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันทางการตลาดในปีหน้านั้น จะเป็นไปอย่างรุนแรง แม้ว่างบประมาณทางการตลาดอาจจะหดหายไปบ้าง แต่ผู้ประกอบการจะเลือกใช้กลยุทธ์ด้านราคา แคมเปญ หรือ โปรโมชั่นต่างๆทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าให้เกิดอารมณ์จับจ่ายใช้สอย เช่นเดียวกันกับความคิดเห็นของสเตฟานี่ เบลล์ ประธานกรรมการบริหาร มายด์แชร์ ภูมิภาค อินโดจีน และฟิลิปปินส์ ที่มองว่าทิศทางของการแข่งขันหรือเทรนด์ในปีหน้านั้น นักการตลาดจะมีการนำกลยุทธ์แบบลดแลกแจกแถม มาใช้มากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าส่วนใหญ่เมื่อตัดสินใจซื้อจะต้องมีแบรนด์ของตนเองเป็น ตัวเลือกอันดับหนึ่ง<br /><br />ขณะที่การเลือกใช้งบโฆษณานั้น ผู้ประกอบการที่มีงบประมาณจำกัดและไม่สามารถใช้งบผ่านสื่อแมสได้ ก็จะมีทางเลือกในการสื่อสารเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเคเบิลทีวีและกลุ่มนิว มีเดียที่เป็น ดิจิตอล เพราะมีความได้เปรียบในเรื่องของราคา และกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน อีกทั้งสื่อใหม่ๆเหล่านี้ยังสามารถที่จะวัดผลได้ ทำให้ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของสินค้าเริ่มให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น<br /><br />อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย มองว่า ในภาวะวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น การดำเนินกลยุทธ์โปรโมชั่นต่างๆ ผู้ประกอบการจะต้องหาจังหวะในการรุกธุรกิจ เพราะหากมีการเล่นเรื่องโปรโมชั่นมากเกินไป จะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เสียหาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงในแง่ของภาคธุรกิจ ดังนั้นจึงมองว่าการแข่งขันด้านโปรโมชั่นนั้นไม่ใช่ทางออกหรือคำตอบที่ถูก ต้องในช่วงเวลานี้<br /><br />โดยทางออกหรือเทรนด์การตลาดในปี 2552 ที่ผู้ประกอบการควรตระหนักคือ การการสร้างแบรนด์ของตนเองให้มีคุณค่าและมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าที่มี ชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากกว่าการเลือกซื้อสินค้าราคาถูกแต่ไม่มี คุณภาพ<br /><br />“ตัวอย่างของการสร้างแบรนด์ในยุคภาวะวิกฤตจน ประสบความสำเร็จคือเซ็นทรัล เพราะหากย้อนไปในปี 2540 จะพบว่าแทนที่จะอัดแคมเปญแต่เพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้มาซึ่งยอดขาย แต่กลับพบว่าแคมเปญที่นำเสนอออกไปก็ยังคงดำเนินในรูปแบบปกติไม่ได้รุนแรง หรือต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เซ็นทรัลทำอย่างต่อเนื่องในขณะนั้นกลับเป็นการสร้างแบรนด์ ดังจะเห็นจากภาพที่มีการนำเสนอผ่านสื่อในรูปแบบต่างๆที่มีแสดงให้เห็นถึง ความผูกพัน การมีรีเลชั่นชิพระหว่างเซ็นทรัลและคนไทย เรียกได้ว่าการผ่าวิกฤตในครั้งนั้นทำให้เซ็นทรัลเป็นกลุ่มธุรกิจที่ประสบ ความสำเร็จอย่างมาก ”นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทยกล่าว<br /><br /><br />เมื่อมองเห็นแนวโน้มแบบนี้แล้ว คาดว่าปีต่อไป ต้องเป็นปีทองของพวเราทุกคนเป็นแน่แท้ค่ะ<br /><br />สู้ๆ นะคะ.. ฝ่าวิกฤติไปด้วยกันคะ่<br /><br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-4058849932341752126?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com3tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-86965581067859202782008-12-23T23:57:00.000-08:002008-12-24T00:35:50.088-08:00Merry Christmas 2008สุขสันต์วันคริสต์มาส<br /><br />ช่วงนี้ ช่างเป็นเทศกาลแห่งความสุขกันเสียจริงๆ นะคะ... ไปที่ไหน ก็เห็นมีแต่คนยิ้มแย้ม จับจ่ายใช้สอยซื้อของขวัญของฝากให้คนที่รักและคนที่ห่วงใยเรากันเยอะแยะไปหมดเลยกันทีเดียว...<br /><br />อีกทั้งปีใหม่นี้ เป็นช่วงวันหยุดยาวอีกด้วย เพราะบางคนเริ่มหยุดกันตั้งแต่วันที่ 29 กันเลยทีเดียว เรียกว่า หยุดพักกันให้หายเหนื่อย หลังจากที่พวกเราสู้ทำงาน และอดทนกันมาตลอดทั้งปีแล้ว<br /><br />นี่ก็ใกล้จะหมดปีแล้ว เพื่อนๆ ลองทบทวนกันหน่อยดีไหมค่ะ ว่า <span style="font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);">"ปี 51 ที่กำลังผ่านไปนี้ ได้ทำอะไรดีๆ หรือ แย่ๆ ไปแล้วกันบ้าง??"</span> ซึ่งคำถามนี้ เป็นคำถามที่ทาง <a href="http://www.tag.in.th/interview?show=newyear2">www.tag.in.th</a> มาสอบถามเปิ้ล และเปิ้ลก็คิดว่า ดีจังเลย เพราะทำให้เราได้ทบทวน สิ่งต่างๆ ที่เราได้ทำแล้วตลอดทั้งปี ตอนนี้ เปิ้ลเลยอยากจะฟังเรื่องราว ของเพื่อนๆ บ้าง มาเล่าให้เปิ้ลฟังกันหน่อยดีไหมค่ะที่ <a href="http://www.goople-adsense.com/">www.goople-adsense.com</a> ค่ะ<br /><br />สำหรับในวันหยุดช่วงปีใหม่นี้ ใครที่คิดว่า จะทำเว็บไซต์ใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยมีเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ วันนี้เปิ้ลมี product ใหม่ของ google มาแนะนำให้ค่ะ คือ www.google.com/dictionary ซึ่งตอนนี้ มีแปลเป็นภาษาไทยได้แล้วค่ะ... อย่าลืมไปใช้บริการกันนะคะ...<br /><br />ป.ล. ตอนนี้ www.TumNaiFun.com เปิดตัวไม่กี่วัน อยู่อันดับที่ 23 ด้วยคำว่า "<a href="http://www.tumnaifun.com/">ทำนายฝัน</a>" แล้วค่ะ ดังนั้น ใครที่ยังไม่ลองเข้าไปทำนายฝันก็ลองไปใช้บริการดูกันนะคะ ^__^<br /><br />สู้ๆ เพื่อความสำเร็จในปี 52 ที่จะถึงนี้คะ่<br /><br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-8696558106785920278?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com4tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-18330243517863274472008-12-09T20:32:00.000-08:002008-12-09T20:33:44.542-08:00TumNaiFunสวัสดีค่ะ<br /><br />ตอนนี้ อากาศเริ่มเย็นแล้วนะคะ ช่วงนี้ก็ต้องรักษาสุขภาพกันหน่<div id=":6e" class="ArwC7c ckChnd"><wbr>อยนะคะ ใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นไว้ และห่มผ้าหนาๆ เวลานอนนะคะ แล้วอย่าลืมทานวิตามินซีกันด้<wbr>วยนะคะ เพราะมีผลงานวิจัยออกมาว่า การกินวิตามินซีช่วยป้องกันไม่<wbr>ให้เป็นโรคหวัดได้เป็นอย่างดีค่<wbr>ะ<br /><br />และจากคราวที่แล้ว ที่เปิ้ลได้กล่าวว่า ผู้หญิงเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้<wbr>อมากที่สุดบนโลกอินเทอร์เน็<wbr>ตในขณะนี้ ตอนนี้เพื่อนๆ คิดกันได้หรือยังคะ ว่าจะทำเว็บไซต์อะไรเพื่อดึงดู<wbr>ดใจ ให้มีผู้หญิงเข้าเว็บไซต์<wbr>เรามากๆ อะไรที่ผู้หญิงสนใจ เปิ้ลเองบอกเพื่อนๆ ไป ก็ต้องกลับมานั่งคิดเหมือนกันค่<wbr>ะว่า ผู้หญิงชอบอะไรเวลาเล่นอินเทอร์<wbr>เน็ต และแล้วก็มาคิดขึ้นได้ว่า โดยนิสัยของผู้หญิงทั่วๆ ไป ชอบที่ช้อปปิ้ง และดูดวงค่ะ การทำเว็บดูดวง เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก เพราะคำว่าดูดวงเนี่ยถือว่า keywords ที่ hot hit ของประเทศไทยตลอดหลายปีที่ผ่<wbr>านมากันเลยทีเดียว แต่จะให้เปิ้ลทำเว็บดูดวง ก็บอกได้เลยว่า เปิ้ลไม่ใช่หมอดู ไม่สามารถที่จะดูดวงให้ใครได้ ครั้นจะไปจ้างหมอดูมาทำนายใส่<wbr>เว็บเปิ้ล ก็คงไม่ไหวอีกเช่นกัน ...<br /><br />ไปๆ มาๆ เปิ้ลเลยคิดว่าเปิ้ลน่าจะทำเว็<wbr>บที่เกี่ยวกับการดูดวง แล้วจะเป็นอะไรดีหนอ? แล้วในที่สุดเปิ้ลก็คิดได้คะว่า เปิ้ลจะทำเว็บทำนายฝันดีกว่า เพราะคนเราทุกคนเกิดมา ต้องเคยฝันกันทั้งนั้น อย่างน้อยก็ 1 ครั้งในชีวิต แล้วแต่ละคนก็คงอยากรู้ด้วยว่า ที่ตัวเราฝันนั้น มันเป็นการบอกเหตุอะไรให้กั<wbr>บเราหรือไม่อย่างไร? เมื่อคิดได้ดังนี้ เปิ้ลเลยไปหาข้อมูลเกี่ยวกั<wbr>บการทำนายฝันคะ แล้วก็เลยไปได้หนังสือที่เก่<wbr>ามากๆ มาเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือทำนายฝันสมัยคุณพ่อ คุณแม่ค่ะ ซึ่งคำทำนาย ไม่เหมือนหนังสือที่มีขายกันอยู<wbr>่ในขณะนี้ จากนั้นเปิ้ลก็เริ่มทำเว็บ จนได้ออกมาเป็น<br /><a href="http://www.tumnaifun.com/" target="_blank">www.TumNaiFun.com</a> นี่แหละค่ะ....<br /><br />ที่เปิ้ลได้เล่าไปทั้งหมดนั้น ก็เพื่อจะให้เป็นไอเดียให้กั<wbr>บเพื่อนๆ หลายๆ คนที่มักจะเมล์มาถามเปิ้ลเสมอว่<wbr>า จะทำเว็บอะไรแล้วติด adsense ดี?? เปิ้ลแนะนำว่า อยากทำเว็บอะไรก็ลองค่อยๆ คิดจากสิ่งต่างๆ รอบตัว ดูว่า เราจะสามารถจับอะไรขึ้นมาทำเป็<wbr>นเว็บได้บ้าง โอกาสอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอค่ะ อยู่ที่ว่า เราจะคว้ามันไว้หรือไม่ก็เท่านั<wbr>้น...<br /><br />ท้ายนี้ ก็ขอฝาก <a href="http://www.tumnaifun.com/" target="_blank">www.TumNaiFun.com</a> ไว้ด้วยนะคะ.. เพราะความฝันคือสิ่งที่พวกเราทุ<wbr>กคนต้องมีค่ะ<br /><br />แล้วพบกันใหม่...สู้ๆ ทำเว็บต่อไปกันนะคะ<br /><br />apple_lin</div><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-1833024351786327447?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com2tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-20189011990534954652008-11-27T07:02:00.000-08:002008-11-27T07:06:39.398-08:00Trend 2009สวัสดีค่ะ<br /><br />จากสภาวะบ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ ทำให้เพื่อนๆ หลายๆ คนที่ทำธุรกิจ Affiliate เกี่ยวกับโรงแรม มีผลกระทบเกิดขึ้นอย่างมากมาย เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วง Hi-Season นี้ แต่อย่างไรก็ตามจากสถิติของทาง ททท. ได้แจ้งว่า ถึงแม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติลดลง แต่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นคนไทยเราเอง กลับมีการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ถึงเดือนละ 10% กันเลยทีเดียว แล้วอยากทราบหรือไม่ว่า สถิติของประเทศไทยในปีนี้เป็นอย่างไร เพื่อจะให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์แนวโน้มตลาดของเราในปีหน้าได้เป็นอย่างดี<br /><br />ลองทายกันดูเล่นๆ ไหมค่ะ ธุรกิจประเภทใดที่มีการเติบโตมากที่สุดบนโลกอินเทอร์เน็ต (ในธุรกิจ ecommerce) นี้??<br />สำหรับตัวเปิ้ลเองนั้น ตอนเห็นยอดสถิติก็ไม่แปลกใจสักเท่าไร เพราะปกติก็เป็นคนที่ซื้อของประเภทนี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้แจ้งยอดสถิติของธุรกิจที่เติบโตมากที่สุดของปี 51 ที่ผ่านมานี้ คือ ธุรกิจประเภท แฟชั่น เครื่องสำอาง และเครื่องประดับฯ เพราะอะไรนะหรือค่ะ ที่ทำให้ธุรกิจนี้เติบโต ก็เพราะว่าปัจจุบันนี้ มีผู้หญิงเข้าใช้งาน internet มากกว่าผู้ชาย และความสนใจของผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในเรื่องแฟชั่น และเครื่องสำอาง เป็นต้น ส่วนอันดับต่อๆ ลงมา ก็ได้แก่ หมวดหมู่คอมพิวเตอร์ และการท่องเที่ยว ตามลำดับ<br /><br />แต่ยอดมูลค่าการใช้จ่ายเงินบนโลกอินเทอร์เน็ต กลับไม่ใช่หมวดหมู่แฟชั่นที่มีมูลค่าสูงที่สุด แต่หากเป็น หมวดหมู่คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เพราะแฟชั่น เครื่องสำอางและเครื่องประดับ นั้นค่อนข้างมีราคาถูกกว่า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต โดยมีเงินสะพัดอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ มากถึง 30,589 ล้านบาท (B2B+B2C) กันเลยทีเดียว<br /><br />แล้วมองกันต่อไปออกไหมค่ะ ว่าเราควรดำเนินธุรกิจ AdSense ในเรื่องไหนดี??<br />ถ้าผู้หญิงคือ ผู้ที่มีกำลังซื้อในโลกอินเทอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น (จากธุรกิจแฟชั่นและเครื่องประดับ) การสร้างเนื้อหาให้ถูกใจ กับคุณผู้หญิงทั้งหลาย จะกลายเป็นสิ่งที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือเครื่องสำอาง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ เข้ามาค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตทั้งนั้น แล้วคุณล่ะ?!? จะพลาดโอกาสในการทำเว็บไซต์เพื่อผู้หญิงกันเลยหรือคะ โอกาสอยู่รอบๆ ตัว อยู่ที่เราจะคว้าหรือไม่มันไว้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่ที่คุณ!!<br /><br />SuccessAdSense,<br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-2018901199053495465?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com1tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-54301676378486696512008-11-19T19:43:00.000-08:002008-11-19T20:30:41.472-08:00Optimisation Essentials from google team<div><span style="font-size:100%;">สวัสดีค่ะ<br /><br /></span></div><div> </div><div><span style="font-size:100%;">นี่ก็ปลายเดือนพฤศจิกายน เข้าไปแล้ว.. โครงการต่างๆ ที่เพื่อนๆ วางไว้ว่าจะทำให้เสร็จภายในปีนี้ เสร็จไปแล้วกี่เปอร์เซ็นค่ะ?? ของเปิ้ลยังเหลืออีกหลายตัว ที่ยังทำไม่เสร็จ ซึ่งต้องปั่นให้เสร็จก่อนสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน เต็มที่ค่ะ... เดินเครื่องเต็มกำลัง...ส่วนเพื่อนๆ เองก็ต้องพยายามปิดโครงการที่ตัวเองคิดและตั้งใจไว้ให้เสร็จภายในปีนี้ให้ ได้เช่นกันนะคะ...เอาใจช่วยค่ะ ^__^<br /></span></div><span style="font-size:100%;">ล่าสุดเนี่ย เปิ้ลไปอ่านข่าวจากทาง google แล้วพบว่า ทาง AdSense Australia Optimisation Team ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับแต่ง AdSense ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งทาง Google เองได้แบ่งทำออกเป็นวิดีโอด้วยกัน 3 ชุด โดยเปิ้ลได้สรุปออกมาให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน ดังนี้<br /><br /><span style="font-weight: bold;">1. AdSense ยิ่งใหญ่ ยิ่งดี</span><br /><br />ยิ่งใหญ่ ยิ่งดี หมายถึงอะไร?? หมายถึงว่า AdSense ที่ควรนำไปติดในเว็บไซต์ของเรานั้น ยิ่งมีขนาดใหญ่มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เกิดการคลิกที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เพราะด้วยโฆษณาที่โดดเด่น และสะดุดตาแก่ผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ทำให้มีโอกาสเกิดการคลิก Ads ได้มากยิ่งขึ้น ขนาดที่ทาง google แนะนำนั้น คือ<br /><br /></span><ul><li>300*250 medium regular</li><li>728*90 leaderboard</li><li>160*600 Skyscraper<br /></li></ul><span style="font-size:100%;"><br />ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อขนาดโฆษณามีขนาดใหญ่ขึ้น ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ก็จะเห็นโฆษณาได้มากขึ้น และสนใจตัวโฆษณามากขึ้นด้วย โดยมีผลจากการทดลองพบว่า AdSense ที่มีขนาดใหญ่นั้น ทำให้ทาง Google ต้องจ่ายเงินค่า AdSense ของคุณให้มากขึ้นด้วย!!<br /><br />2. แต่งกายให้ AdSense เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น<br />การออกแบบที่ดีของ AdSense มีผลต่อผู้พบเห็นเสมอ เพราะถ้าใครออกแบบ ads ที่ดีกว่า adsense นั้นก็จะดึงความสนใจของผู้เข้าเยี่ยมชมเสมอ โดยเฉพาะการใช้สีให้เข้ากัน บางครั้งการใช้สีที่สดใส จะสร้างความโดดเด่นของตัวโฆษณา และให้ผลดีในบางกรณี แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ใช้จะชอบอ่านโฆษณาในขณะที่รุ้สึกว่าโฆษณานั้นเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์มากกว่า</span><span style="font-size:100%;"> ทิปสั้นๆ ในการออกแบบ AdSense เป็นดังนี้<br /></span><ul><li><span style="font-size:100%;">ใช้สีที่เข้ากันได้กับเว็บไซต์</span></li><li><span style="font-size:100%;">ทำให้ AdSense เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของเว็บไซต์</span></li><li><span style="font-size:100%;">ใช้สีอ่อนๆ เป็นสีกรอบ หรือไม่มีกรอบเลย</span></li><li><span style="font-size:100%;">พยายามเปลี่ยนสีหรือตำแหน่งการวางโฆษณาบ่อยๆ</span></li><li><span style="font-size:100%;">อย่าลืม! save รูปแบบสีืั้ืั้ที่ใช้แล้วได้ผลอยู่บ่อยๆ ด้วย</span></li></ul><span style="font-size:100%;"><br />โปรดให้ความสำคัญกับการออกแบบ AdSense แล้วจะพบความแตกต่าง<br /></span><span style="font-weight: bold; color: rgb(0, 0, 0);font-size:100%;" ><span style="color: rgb(51, 51, 51);font-family:Tahoma;" lang="TH"><br /></span></span><div><span style="color: rgb(0, 0, 0);font-size:100%;" ><span style="color: rgb(51, 51, 51);font-family:Arial;" ><span style="font-weight: bold;">3. ตำแหน่ง AdSense ก็สำคัญ</span><br />ปัจจัยในการพัฒนา AdSense ให้ดีขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือ ตำแหน่งในการวาง AdSense เพราะถึงแม้ว่าเราจะออกแบบ AdSense ของเราได้สวยงามขนาดไหน แต่หากอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีแล้วล่ะก็ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีคนคลิก Ads ของเราอยู่ดี ดังนั้นต้องให้แน่ใจว่าโฆษณาของเรามีคนมองเห็นหรือไม่ ใส่โฆษณาในที่ที่ผู้ใช้ชอบดู</span><span style="color: rgb(51, 51, 51);font-family:Arial;font-size:100%;" ><o:p></o:p></span><span style="font-size:100%;"> ซึ่ง AdSense จะให้ผลดีที่สุด หากมันถูกวางอยู่ในตำแหน่งมุมด้านบน ที่ผู้เข้าเยี่ยมชมต้องมองเห็น โดยใช้หลักในการติด คือ heatmap หรือแผนที่ความร้อน ที่เคยอธิบายไว้ในหนังสือ "รวยด้วยคลิก google Adsense" ไปแล้วน่านเอง<br /><br />โดยตำแหน่งที่ดี แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ<br /></span></span><ul><li><span style="color: rgb(0, 0, 0);font-size:100%;" ><span style="font-size:100%;">ด้านมุมบนของหน้า(ส่วนที่ผู้เข้าชมมองเห็นโดยที่ไม่ต้องเลื่อนลงมา)</span></span></li></ul><span style="color: rgb(0, 0, 0);font-size:100%;" ><!--[if gte mso 9]><xml> <w:worddocument> <w:view>Normal</w:View> <w:zoom>0</w:Zoom> <w:punctuationkerning/> <w:validateagainstschemas/> <w:saveifxmlinvalid>false</w:SaveIfXMLInvalid> <w:ignoremixedcontent>false</w:IgnoreMixedContent> <w:alwaysshowplaceholdertext>false</w:AlwaysShowPlaceholderText> <w:compatibility> <w:breakwrappedtables/> <w:snaptogridincell/> <w:applybreakingrules/> <w:wraptextwithpunct/> <w:useasianbreakrules/> <w:dontgrowautofit/> </w:Compatibility> <w:browserlevel>MicrosoftInternetExplorer4</w:BrowserLevel> </w:WordDocument> </xml><![endif]--><!--[if gte mso 9]><xml> <w:latentstyles deflockedstate="false" latentstylecount="156"> </w:LatentStyles> </xml><![endif]--><style> <!-- /* Font Definitions */ @font-face {font-family:SimSun; panose-1:2 1 6 0 3 1 1 1 1 1; mso-font-alt:宋体; mso-font-charset:134; mso-generic-font-family:auto; mso-font-pitch:variable; mso-font-signature:3 135135232 16 0 262145 0;} @font-face {font-family:"Angsana New"; panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; mso-font-charset:0; mso-generic-font-family:roman; mso-font-pitch:variable; mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} @font-face {font-family:Tahoma; panose-1:2 11 6 4 3 5 4 4 2 4; mso-font-charset:0; mso-generic-font-family:swiss; mso-font-pitch:variable; mso-font-signature:1627421319 -2147483648 8 0 66047 0;} @font-face {font-family:"\@SimSun"; panose-1:2 1 6 0 3 1 1 1 1 1; mso-font-charset:134; mso-generic-font-family:auto; mso-font-pitch:variable; mso-font-signature:3 135135232 16 0 262145 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal {mso-style-parent:""; margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:12.0pt; mso-bidi-font-size:14.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:SimSun; mso-bidi-font-family:"Angsana New"; mso-fareast-language:ZH-CN;} @page Section1 {size:612.0pt 792.0pt; margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt; mso-header-margin:36.0pt; mso-footer-margin:36.0pt; mso-paper-source:0;} div.Section1 {page:Section1;} --> </style><!--[if gte mso 10]> <style> /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-ansi-language:#0400; mso-fareast-language:#0400; mso-bidi-language:#0400;} </style> <![endif]--><ul><li><span style="font-size:100%;">ด้านท้ายของบทความ</span></li><li><span style="font-size:100%;">อยู่ในแนวเดียวกับบทความ</span></li></ul><span style="font-size:100%;"><br />โดยคำแนะนำทั้ง 3 ชุดนี้ เป็นเพียงคำแนะนำเท่านั้น ซึ่งทั้งนี้ ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบเว็บไซต์ของเราเองว่าจะควรใช้ลักษณะใด ตำแหน่งของโฆษณาที่จะเห็นได้ชัด แต่ต้องไม่ไปรบกวนการเข้าใช้ของผู้เข้าชม ยิ่งกว่านั้นเราจะต้องสร้างความสมดุลให้กับบทความและโฆษณาของเราได้เป็นอย่างดี<br /><br />เปิ้ลก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คำแนะนำจาก google ในครั้งนี้ จะช่วยทำให้เพื่อนๆ มียอดรายได้จาก AdSense เพิ่มมากขึ้นนะคะ<br /></span></span></div><span style="font-size:100%;"><br /><br /></span><div><span style="color: rgb(51, 51, 51);font-family:Arial;font-size:100%;" >ขอความสำเร็จอยู่คู่คุณ!!</span></div><div><span style="color: rgb(51, 51, 51);font-family:Arial;font-size:100%;" >SuccessAdSense,</span></div><div><span style="color: rgb(51, 51, 51);font-family:Arial;font-size:100%;" > </span></div><div><span style="color: rgb(51, 51, 51);font-family:Arial;font-size:100%;" >apple_lin<br /></span></div><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-5430167637848669651?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com5tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-20873185821814816712008-11-13T08:42:00.000-08:002008-11-13T08:46:47.729-08:00Can't log in<div>สวัสดีค่ะ เพื่อนชาว AdSense ทุกคน<br /></div> <div> </div> <div>ผ่านพ้นวันลอยกระทงกันไปแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ?? ได้ลอยเอาสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ รวมถึงความไม่สบายออกไปจากชีวิตกันหมดหรือยังคะ่?? บางคนอาจจะเอาหัวใจเหนื่อยล้าลอยไปพร้อมกับกระทง แต่บางคนกลับเอา username และ passwords ลอยไปพร้อมกับกระทงด้วยนี่ซิ ที่น่าแปลก...?!? </div> <div> </div> <div>เพราะมีเพืื่่อนๆ หลายๆ คนของเรา เมล์มาหาเปิ้ลว่า ไม่สามารถ log in เข้า AdSense ได้ เป็นเพราะอะไำร และจะแก้ไขใดๆ ได้บ้างวันนี้ เปิ้ลเลยมีวิธีแก้ปัญหาของการ log in เข้าไม่บัญชีไม่ได้มาบอกกันค่ะ</div> <div> </div> <div>ซึ่งการ log in เข้าไม่ได้ของแต่ละคนนั้น เกิดขึ้นได้หลายปัจจัยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการลืม passwords, การยังไม่ได้รับอนุมัติจาก google หรือการโดนแบน!! ซึ่งแต่ละวิธีนั้น มีวิธีแก้ที่จะสามารถทำให้เรา log in เข้าบัญชี Google AdSense ของเราได้ตามปกติค่ะ<br /><br /><ul><li>หากคุณลืมข้อมูลเข้าสู่ระบบของคุณ: <ol><li>อันดับแรก ค้นหากล่องจดหมายอีเมลทั้งหมดของคุณเพื่อค้นหาอีเมลอนุมัติฉบับเดิมที่ทาง google ส่งไปให้คุณและระบุข้อมูลเข้าสู่ระบบ AdSense ของคุณ </li><li>หากคุณไม่พบอีเมลอนุมัติ โปรด <a href="https://www.google.com/adsense/support/bin/request.py?contact=forgotlogin%22">กรอกแบบฟอร์มนี้</a> เพื่อทาง google จะได้ส่งอีเมลอนุมัติดังกล่าวไปให้ในที่อยู่อีเมลเดิมอีกครั้ง</li></ol><br /> </li><li>หากคุณลืมรหัสผ่าน (passwords) ของคุณ: <ol><li>โปรดไปที่ <a href="https://www.google.com/accounts/ForgotPasswd?hl=th">บัญชีผู้ใช้ Google</a> เพื่อเราจะได้ส่งรหัสผ่านไปให้คุณอีกครั้ง </li><li> ในหน้าเว็บด้านบน หากคุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด "There are no accounts in our system with the E-mail address ..." (ไม่มีบัญชีที่ใช้ที่อยู่อีเมลนี้ในระบบ) ให้คุณใช้ <a href="http://www.google.co.th/adsensepassword">แบบฟอร์มนี้</a> เพื่อตั้งค่ารหัสผ่านใหม่ของคุณแทน </li></ol><br /> </li><li>หากคุณลืมทั้งข้อมูลเข้าสู่ระบบและรหัสผ่านของบัญชีที่มีอยู่ของคุณ: <ul><li> โปรดส่งใบสมัครใหม่ ถ้าัใบสมัครใหม่ของคุณไม่ผ่านการตรวจสอบ ทาง google จะติดต่อกับคุณผ่านทางอีเมลเพื่อช่วยคุณปิดบัญชีเดิมและเปิดบัญชีใหม่ หากคุณเลือกวิธีการนี้ โปรดทราบว่าคุณจะต้องแทนที่โค้ดโฆษณาในเว็บไซต์ของคุณด้วยโค้ดโฆษณาใหม่ของ คุณ และจะไม่มีการชำระรายได้ที่น้อยกว่า 400 บาทที่ยังค้างชำระอยู่<br /></li></ul><br /> </li><li>หากเข้าไม่ได้เพราะถูกระงับการเข้า (disable account)<br /><ul><li>หากคุณเข้าไม่ได้เพราะถูกแบน และถ้าคุณบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำผิดกฏใดๆ ที่ทาง google กำหนดไว้ คุณสามารถร้องเรียนได้ที่ <a href="http://www.google.com/support/adsense/bin/request.py?contact=invalid_clicks_appeal" title="online form" hl="th">ฟอร์มร้องเรียนออนไลน์</a></li></ul><br /> <ul><li>หากทำทุกแบบแล้วล้มเหลวโปรด <a href="https://www.google.com/adsense/support/bin/request.py?search_ask=1&subtopic=&contact=accountloginissue&main_topic=accountIssues&contact_type=5&contact_topic=Can%27t+log+in&Action.Search=Continue&hl=th">ติดต่อทีมสนับสนุนของgoogle</a> </li></ul> </li></ul> </div> <div> </div> สู้ๆ ต่อไปนะคะ <div> </div> <div>apple_lin </div> <div> </div><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-2087318582181481671?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-54898820651771342522008-11-03T23:31:00.000-08:002008-11-03T23:36:59.732-08:00sleepless society<span lang="TH">สวัสดีค่ะ</span><p></p><p class="MsoNormal" style="font-family:arial;"><span style="font-size:100%;"><span lang="TH"><br /></span></span></p> <p class="MsoNormal" style="font-family:arial;"><span style="font-size:100%;"><o:p> </o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style="font-family:arial;"><span style="font-size:100%;"><span lang="TH">ผ่านพ้นวันฮาโลวีนกันไปแล้วนะคะ เพื่อนๆ ที่ทำ </span>affiliate marketing <span lang="TH">กันในช่วงฮาโลวีนที่ผ่านเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กำไรดีไหมค่ะ</span>?? <span lang="TH">คาดว่า เพื่อนๆ หลายๆ คน ตั้งหน้าตั้งตาทำ ทั้ง </span>Affiliate <span lang="TH">และ </span>AdSense <span lang="TH">กันอย่างอดตาหลับ ขับตานอนกันเลยทีเดียว ใช่ไหมค่ะ</span>? </span></p> <p class="MsoNormal" style="font-family:arial;"><span style="font-size:100%;"><o:p> </o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style="font-family:arial;"><span style="font-size:100%;"><span lang="TH">บางคนอาจถึงขั้นเป็นโรคนอนไม่หลับกันทีเดียว เพราะกังวลว่า ยอดรายได้ของเราจะเป็นเท่าไรแล้วหนอ</span>?? <span lang="TH">วันนี้ เปิ้ลเลยมี </span>8 <span lang="TH">เคล็ดไม่ลับ ช่วยให้คุณ</span><span lang="TH">หลับสบายมาฝากกันค่ะ</span></span></p> <p style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;"><o:p></o:p><strong><span lang="TH" style="color:red;">คุณมีอาการแบบนี้หรือไม่</span></strong><strong><span style="color:red;">?</span></strong> <span lang="TH">ระหว่างนอนรู้สึกว่าสมองยังคงคิดเรื่องต่างๆ อยู่ หลับไม่สนิทตื่นเป็นระยะ บ่อยครั้งตื่นในตอนเช้าด้วยความงัวเงีย และรู้สึกไม่แจ่มใสไปทั้งวัน นั่นเป็นเพราะคุณกำลังเข้าใกล้วงจรของอาการนอนไม่หลับ</span><o:p></o:p></span></p> <p style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;"><strong><span style="color:blue;">‘<span lang="TH">นอนไม่หลับ</span>’</span></strong> <span lang="TH">นับเป็นอาการยอดฮิตของหลายๆ คน ที่ส่วนมากเกิดจากความเครียด โดยเฉพาะวัยเรียนและวัยทำงาน ที่กังวลเกี่ยวกับงานและเรื่องต่างๆ มากเกินไป จนกลายเป็นความคิดมาก เครียด และนอนไม่หลับ</span><o:p></o:p></span></p> <p style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;"><span lang="TH">บ่อยครั้งในระหว่างวันจะรู้สึกง่วงนอนและอ่อนเพลีย ส่งผลให้การเรียนการทำงานขาดประสิทธิภาพ</span><o:p></o:p></span></p> <p style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;"><strong><span style="color:black;">Tips <span lang="TH">ง่ายๆ ช่วยให้หลับสบายมี ดังนี้</span></span></strong><span lang="TH"><o:p></o:p></span></span></p> <p style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;">1.<span lang="TH">ตื่นและนอนให้เป็นเวลา โดยใน </span>1 <span lang="TH">วัน ควรนอนให้ได้ </span>8 <span lang="TH">ชั่วโมง และทำให้เป็นประจำทุกวัน</span><br /><br />2.<span lang="TH">ฝึกนั่งสมาธิก่อนนอน เพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่าน</span><br /><br />3.<span lang="TH">วางแผนงานที่จะสะสางในวันพรุ่งนี้ให้เป็นระบบ เพื่อลดการคิดซ้ำซาก</span><br /><br />4.<span lang="TH">อย่ากังวลกับงานจนเกินไป เมื่อถึงเวลานอนก็ควรนอนให้หลับสนิท เพื่อพักสมอง และเตรียมลุยงานในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะเป็นผลดีกับประสิทธิภาพของงาน</span><br /><br />5.<span lang="TH">หากลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำมันหอมระเหยวางในห้อง จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับง่ายขึ้น</span><br /><br />6.<span lang="TH">ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอน จะช่วยคลายเครียด ผ่อนคลายประสาท</span><br /><br />7.<span lang="TH">หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต เนื่องจากมีคาเฟอีนกระตุ้นทำให้นอนไม่หลับ</span><br /><br />8.<span lang="TH">เปิดเพลงเบาๆ ฟังสบายๆ จะให้ความรู้สึกสงบ</span><o:p></o:p></span></p> <p style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;"><strong><span lang="TH" style="color:black;">เพราะ...</span></strong><strong><span lang="TH" style="color:blue;">การหลับสนิทเป็นการพักผ่อนที่ช่วยชาร์จพลังที่ดีที่สุด</span></strong><span lang="TH"> <strong><span style="color:black;">ดังนั้น</span></strong> <strong><span style="color:blue;">การสร้างสุขลักษณะการนอนที่ดี รู้จักผ่อนคลายเรื่องเครียดกังวล </span></strong><strong><span style="color:black;">จะส่งผลดีต่อร่างกาย-สติปัญญา และช่วยบอกลาอาการนอนไม่หลับได้.</span></strong></span><o:p></o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;"><span lang="TH">แล้วพบกันใหม่นะคะ</span></span></p><p class="MsoNormal" style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;"><span lang="TH"><br /></span></span></p> <p class="MsoNormal" style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;"><o:p> </o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style="font-family:times new roman;"><span style="font-size:100%;">Apple_lin</span></p><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-5489882065177134252?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-35990744020616972962008-10-14T23:22:00.000-07:002008-10-14T23:24:09.274-07:00Adsense for Games ตลาดใหม่ที่น่าจับตามอง<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">สวัสดีค่ะ</span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับการที่ </span>AdSense <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ออกเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว หลายๆ คน เริ่มเมล์มาบ่นกับเปิ้ลแล้วค่ะ ว่าทำไม ยอด </span>adsense <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ภาษาไทย ถึงมียอดต่อคลิกช่างน้อยนัก แต่อย่างที่ทราบกันนะคะ ว่า </span>adsense <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">มียอดมาจาก </span>adwords <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">(เข้าไปดู </span>basic eclass <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">เบื้องต้นได้ที่ </span><a href="http://www.successadsense.com/">www.successadsense.com</a>) <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ดังนั้นจึงทำให้ยอดคลิกของ </span>adsense <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">น้อย เพราะภาษาไทยที่ </span>bid <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ใน </span>adwords <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">นั้น มียอดที่ไม่สูงมาก จึงทำให้ยอด </span>adsense <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ก็ไม่สูงตามไปด้วย แต่เราสามารถเพิ่มยอดคลิกของเราได้โดย หมั่นตรวจสอบ </span>Ads <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ที่ปรากฏบนหน้าเว็บเรา และกรองเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป โดยการใช้ </span>channel <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">เป็นตัวติดตามผล ซึ่งนี่เป็นการเพิ่มยอดคลิกแบบเบื้องต้นสำหรับทุกคนที่ทำ </span>adsense <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">อยู่ในตอนนี้นะคะ</span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">แล้วทราบไหมค่ะ ว่าตอนนนี้ </span>google <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ออก </span>adsense <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ตัวใหม่มาอีกตัวหนึ่งแล้ว คือ </span>AdSense for games <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ซึ่งตอนนี้ ยังเป็น </span>beta <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">อยู่ และแน่นอนค่ะ คนไทยเราเองยังไม่สามารถใช้งาน </span>adsense for games <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ได้ในขณะนี้<span style=""> </span>แต่ถ้าใครมีเว็บเกี่ยวกับเกมส์ หรือเป็นนักพัฒนาเกมส์ อยู่แล้ว ก็เตรียมตัวจะมีรายได้เพิ่มจากการทำ </span>adsense <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">กันได้แล้ว แต่ถ้าใครไม่ทำเกี่ยวกับเกมส์อยู่ในขณะนี้ ก็เริ่มเตรียมแผนที่จะจัดทำได้แล้วนะคะ เพราะจำนวนคนที่เล่นเกมส์ในปัจจุบัน ในโลกอินเทอร์เน็ต มีมากกว่า </span>200 <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ล้านคนกันเลยทีเดียว ไม่ต้องไปดูไกลถึงทั่วโลกก็ได้นะคะ เอาง่ายๆ สถิติจาก </span>truehits.net <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ก็ยังบอกอยู่เสมอว่า </span>keywords <span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ยอดฮิตของไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมา คือ </span>“<span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">เกมส์</span>”<span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH"> </span>“<span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">เกม</span>”<span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH"> </span>“<span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ฟังเพลง</span>”<span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH"> และ </span>“<span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">ดูดวง</span>”<span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH"> ดังนั้น ตลาดด้าน เกมส์ จึงเป็นตลาดที่น่าจับตามองและน่าเล่นเป็นอย่างยิ่งค่ะ</span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: "Angsana New";" lang="TH">สู้ๆ นะคะ </span></p> <p class="MsoNormal"><o:p> </o:p></p> <p class="MsoNormal">Apple_lin</p><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-3599074402061697296?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com3tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-63644283318370022772008-10-05T07:49:00.000-07:002008-10-05T07:51:38.797-07:00Easy Create Landing Page<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";" lang="TH">สวัสดีค่ะ</span><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";"><o:p></o:p></span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";" lang="TH">เปิ้ลเชื่อว่า ใครที่กำลังทำ </span><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";">Google AdSense <span lang="TH">อยู่ต้องมีการทำ </span>Affiliate <span lang="TH">อยู่ด้วยแน่ๆ วันนี้ เปิ้ลมีเว็บไซต์ เว็บหนึงจะแนะนำให้ทราบค่ะ เพราะเว็บไซต์นี้ จะสอนให้เราทำหน้า </span>Landing page <span lang="TH">ได้อย่างมีสิทธิภาพ และสามารถทำหน้า </span>landing page <span lang="TH">ให้ได้ดีในเวลาเพียงแค่ </span>7 <span lang="TH">วันค่ะ</span><o:p></o:p></span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";" lang="TH">คนที่ทำ </span><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";">Affiliate Marketing <span lang="TH">คงจะทราบกันดีอยู่แล้วนะคะ ว่า การสร้างหน้าขายสินค้า (</span>Landing Page)<span lang="TH"> มีความจำเป็นอย่างมากที่จะช่วยให้ผู้ซื้อของเรา เลือกที่จะซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าของเราได้ เพราะการมีหน้าขายสินค้าที่ดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ </span>^__^<o:p></o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style=""><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";" lang="TH">โดยในเว็บไซต์นี้ จะสอนการทำหน้า </span><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";">landing page <span lang="TH">ได้อย่างง่ายๆ และรวดเร็ว ลองไปสมัครกันดูนะคะ ที่</span> <o:p></o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style=""><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";"><a href="http://www.ilearn.in.th/minicourse" target="_blank" title="learn to create landing page">www.ilearn.in.th/minicourse</a> <o:p></o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style=""><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";">Successadsense.com<o:p></o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style=""><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";" lang="TH">ขอความสำเร็จอยู่คู่คุณ</span><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";"> <o:p></o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style=""><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";"><o:p> </o:p></span></p> <p class="MsoNormal" style=""><span style="font-size: 16pt; font-family: "Browallia New";">apple_lin<o:p></o:p></span></p><div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-6364428331837002277?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0tag:blogger.com,1999:blog-32402167.post-77477369769724898502008-09-29T22:46:00.000-07:002008-09-29T22:58:31.024-07:00AdSense Good Newsสวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ทุกคน<br /><br />โอ้... ในที่สุด วันนี้ที่รอคอยของเพื่อน ก็มาถึงแล้วค่ะ.... วันนี้ วันที่ google adsense ของเรา สนับสนุนภาษาไทยเรียบร้อยแล้วค่ะ....<br /><br />เราสามารถนำ google adsense ของเราติดในเว็บภาษาไทยของเราได้แล้วนะคะ<br /><br />แต่ขอนิดนะคะ... ทำเว็บดีๆ มีคนเข้าเยอะๆๆ รายได้เราจาก Google adsense ก็จะดีไปด้วยค่ะ แล้ว adsense จะได้เป็นแหล่งรายได้ของคนไทยไปอีกนานๆ ค่ะ<br /><br />adsense support thai!<br /><a href="https://www.google.com/adsense/support/bin/answer.py?answer=9727&hl=th_TH">https://www.google.com/adsense/support/bin/answer.py?answer=9727&hl=th_TH</a><br /><br /><br />ขอบคุณรายได้ที่กำลังจะเข้ามา ^___^<br /><br />apple_lin<div class="blogger-post-footer"><img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/32402167-7747736976972489850?l=goople-adsense.com'/></div>Goople so cute (apple_lin)http://www.blogger.com/profile/09962963974692660609noreply@blogger.com0