tag:blogger.com,1999:blog-14963971282804942402008-07-13T15:43:08.624-07:00SIAM FREEDOM FIGHTsecretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comBlogger106125tag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-11883032210264841602008-07-13T05:50:00.000-07:002008-07-13T05:59:23.583-07:00อธิปไตยต้องเป็นของประชาชนเท่านั้นunknown writer :<br /><br />แผ่นดินนี้จะต้องเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน<br /><u><strong>หลักการ</strong></u><br />เราไม่ยอมรับการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549<br />เราไม่ยอมรับ “ตัวหนังสือ” “องค์กร” “บุคคล” อันมาจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549<br />เราไม่ยอมรับระบอบอมาตยาธิปไตย ที่อำนาจเป็นของอภิสิทธิ์ชน คนกลุ่มน้อย<br /><br />เราไม่ยอมรับกระบวนการบิดเบือนความยุติธรรม เราไม่ยอมรับการวินิจฉัยข้อกฎหมายที่<br />มองข้ามตัวบทกฎหมาย มองข้ามพยานหลักฐานตามความเป็นจริง และ ”เลือกที่จะเชื่อ”<br />ฝ่ายหนึ่ง แต่ ”เลือกที่จะไม่เชื่อ” อีกฝ่ายหนึ่ง โดยมองข้ามตัวบทกฎหมาย พยานหลักฐาน<br />เสียทั้งหมด – นี่ไม่ใช่ความยุติธรรม ..<br /><br />และเมื่อบ้านเมืองปราศจากซึ่งความยุติธรรมเสียแล้ว <br />ประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศก็มีสิทธิอันชอบธรรม ที่จะลุกขึ้นมาแก้ไข เปลี่ยนแปลง<br />ทวงคืน และขจัดความชั่วร้ายให้สิ้นซากไปจากผืนแผ่นดินไทย - ด้วยวิธีการใดก็ตาม <br /><br /><strong>ข้อเรียกร้อง : หมวดการบริหารบ้านเมือง</strong><br /><br />อำนาจอธิปไตยจะต้องเป็นของปวงชนชาวไทยโดยสมบูรณ์<br /><br />อำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ จะต้องแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด<br />และต้องไม่เข้ามาก้าวก่ายการทำงานของกันและกัน โดยเฉพาะตุลาการ<br />จะต้องไม่เข้ามาวุ่นวายการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารในทุกกรณี<br /><br />องค์กรอิสระ หรือองค์กรส่วนเกินทั้งหลายจะต้องไม่ก้าวก่ายการทำงาน<br />ของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร องค์การอิสระใดที่ซํ้าซ้อนไม่จำเป็น<br />ต้องยุบทิ้งเสียทั้งหมด เช่นศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น<br /><br />หัวหน้าฝ่ายบริหาร คือนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง<br />ฝ่ายนิติบัญญัติ คือสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดต้องมาจากการเลือกตั้ง<br /><br />เมื่อประกาศยุบสภาแล้ว วุฒิสภาต้องหมดวาระตามลงไปด้วย <br />และทำการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด หรือให้ยกเลิกวุฒิสภาเสียเลยก็ได้<br /><br />ประชาชนทั่วไปจะต้องมีสิทธิในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ<br />บริหาร ตุลาการ อย่างใกล้ชิด ละเอียดถี่ถ้วนทุกขั้นตอน ยกเว้นกรณีความ<br />มั่นคงอันเกี่ยวกับการก่อการร้าย หรือความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติ<br />ภารกิจที่มอบหมาย<br /><br />คำพิพากษาของศาลต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมายและพยานหลักฐานเท่านั้น <br />ความเชื่อหรือความรู้สึกส่วนตัวไม่สามารถนำมาเป็นเกณฑ์การตัดสินได้<br /><br />คำพิพากษาใดที่มีข้อน่าสงสัย อธิบดีศาลนั้นๆต้องมีสิทธิ์เรียกกลับมาตรวจสอบ <br />และเปลี่ยนแปลงให้เกิดประโยชน์ต่อความยุติธรรม<br /><br />ผู้พิพากษาสมควรมีอายุระหว่าง 35 - 60 ปีเท่านั้น <br />ต้องผ่านประสบการณ์ชีวิต บ่มเพาะคุณธรรม และปราศจากอคติ <br />ต้องผ่านการทำงานในฐานะอัยการหรือทนายความในระยะเวลาพอสมควร <br />อย่างน้อยไม่ควรตํ่ากว่า 5 ปี ต้องผ่านการทำคดีในจำนวนที่ควรกำหนดไว้ <br />ต้องเข้าใจภาษาไทยตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานอย่างถ่องแท้ และ<br />ต้องไม่มีการสร้างคำศัพท์ใหม่ในความหมายที่แตกต่างไปจากความเข้าใจของ<br />ประชาชนทั่วไป<br /><br />ให้ยกเลิกคำว่า "การปกครอง" และเปลี่ยนมาใช้คำว่า "การบริหาร"<br />เพราะประชาชนไม่ใช่ทาส ไม่ใช่เด็กในปกครอง<br />แต่เป็นเจ้าของประเทศ เป็นผู้เสียภาษีเลี้ยงดูข้าราชการ <br />ผู้ใดทำงานให้รัฐ และรับเงินจากรัฐ ย่อมเป็นลูกจ้างของประชาชน<br /><br />รัฐจะต้องไม่ออกกฎหมายที่คุกคามหรือริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้ง<br />ทางการเมือง สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา<br /><br /><strong>ข้อเรียกร้อง : หมวดสื่อมวลชน</strong><br /><br />สื่อมวลชนต้องมีเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูล แต่ต้องเป็นไปอย่างเสมอภาค<br /><br />ประชาชนทั่วไปมีสิทธิตรวจสอบการทำงานของสื่อมวลชนทุกแขนง โดยเฉพาะ<br />สื่อที่นำเสนอข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารบ้านเมืองหรือบันเทิง<br /><br />ในฐานะที่สื่อมวลชนมีบทบาทอิทธิพลต่อสังคมอย่างสูง จึงให้ยกระดับสื่อมวลชน<br />เทียบเท่าฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ แต่ต้องถูกตรวจสอบ และลงโทษใน<br />กฎเกณฑ์เดียวกันกับฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ<br /><br />สื่อมวลชนที่เผยแพร่ลัทธิ-แนวคิด ด้วยวัตถุประสงค์ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย <br />หรือเผยแพร่แนวคิดเพื่อลดทอนอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย หรือเผยแพร่<br />แนวคิดในเชิงดูถูกเหยียดหยามประชาชนเจ้าของอธิปไตย (เช่น คนไทยโง่เป็นควาย)<br />ให้ถือว่ามีความผิดข้อหากบฏ และมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต<br /><br />สื่อมวลชนต้องมีสิทธิในการเลือกข้าง แต่ต้องมีในปริมาณเท่าเทียมกัน คือ<br />ถ้าฝ่ายหนึ่งมีสถานีโทรทัศน์ 2 สถานี อีกฝ่ายก็ต้องมี 2 สถานีเช่นกัน และ<br />ให้สื่อมวลชนที่เลือกข้าง..ประกาศให้ชัดเจนว่าอยู่ข้างใด <br /><br />สื่อมวลชนที่ประกาศว่า"เป็นกลาง"แต่หากปรากฏว่าไม่เป็นกลาง ไม่ว่ากรณี<br />ใดก็ตาม รัฐจะต้องยุติการดำเนินกิจการนั้นทันที และสื่อมวลชนรายนั้นต้อง<br />ถูกลงโทษทางอาญาด้วย<br /><br />ผู้จัดจำหน่ายสื่อ เช่นสายส่ง ร้านค้า จะต้องรับสื่อทุกประเภทที่ถูกต้องตาม<br />กฎหมาย..เพื่อจัดจำหน่ายอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีข้ออ้างใดๆ และจะ<br />ต้องจัดวางสื่อทุกชนิด ที่อยู่หน้าร้านอย่างเสมอภาคกันด้วย เช่น ถ้าวางแผง<br />หนังสือผู้จัดการหนึ่งฉบับ ต้องวางประชาทรรศ์หนึ่งฉบับคู่กัน ถ้าวางผู้จัดการ<br />และมติชน ต้องวางสื่อคู่ตรงข้ามอีกสองฉบับคู่กัน ในลักษณะเดียวกัน<br /><br />รัฐย่อม"ไม่มีสิทธิ์"จำกัดข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม<br />ไม่มีการเซ็นเซอร์ หรือขัดขวางการเผยแพร่จัดจำหน่ายหรือถ่ายทอดสัญญาณ <br /><br />สื่อทุกชนิดต้องระบุเกณฑ์อายุของผู้สามารถเข้าถึงสื่อชนิดนั้นๆได้ เช่น<br />สำหรับทุกวัย สำหรับผู้มีอายุไม่ตํ่ากว่า 18 ปี เป็นต้น ผู้จัดจำหน่ายสื่อทุกแขนง<br />จะต้องยึดถือปฏิบัติตามเกณฑ์อายุที่กำหนดไว้ด้วยเช่นกัน<br /><br /><br /><strong>ข้อเรียกร้อง : หมวดประชาชน</strong><br /><br />ระบอบประชาธิปไตยคืออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย<br /><br />ประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบความเป็นไป<br />ของบ้านเมือง สังคม ชุมชนของตนเอง <br /><br />ประชาชนต้องเป็น"เจ้านาย"ของตนเองเท่านั้น<br /><br />ประชาชนต้องรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัว และ/หรือสังคมของตน<br />ประชาชนต้องเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น..อย่างเสมอภาค<br />ประชาชนต้องไม่โยนภาระของตนเอง และ/หรือครอบครัวตนเอง ให้เป็น<br />ภาระของสังคม เพราะนั่นคือการล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น<br /><br />การโทษสังคม เช่นคำพูดว่า"เพราะสังคมเลว เพราะสังคมเสื่อมทราม" คือ<br />การโทษผู้อื่นและไม่รับผิดชอบต่อตนเอง - คือการล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น<br /><br />ประชาชนมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ<br />ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ และสื่อมวลชน<br /><br /><strong>ข้อเรียกร้อง : หมวดพิเศษ</strong><br /><br />ให้ตั้งศาลประชาชนเพื่อพิจารณาคดีกลุ่มคณะบุคคลที่ยังคงดำเนินการ<br />สืบทอดเจตนาของคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เช่นองค์กรอิสระ<br />ต่างๆ หรือวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร<br /><br />ให้พิจารณาลงโทษประหารชีวิตหัวหน้าคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549<br />รวมทั้งผู้บงการอยู่เบื้องหลัง หากพิสูจน์ได้ และ/หรือ หัวหน้าคณะรัฐประหาร<br />ซัดทอดบุคคลอื่นเป็นผู้บงการ หากรับฟังได้..มีหลักฐานเพียงพอ ก็ให้ประหาร<br />ชีวิตเฉพาะผู้บงการเบื้องหลังเท่านั้น และอาจละเว้นโทษประหารหัวหน้าคณะฯ<br />ยกเว้นแต่ผู้บงการได้เสียชีวิตไปแล้วระหว่างดำเนินคดี ก็ให้ประหารชีวิตหัวหน้า<br />คณะรัฐประหารคนเดิมโดยมิต้องละเว้นโทษ แม้จะรับสารภาพ<br /><br />ให้ยกเลิกกฎหมายทุกฉบับที่ออกมาหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549<br />ยกเว้นแต่กฎหมายใดที่เป็นคุณต่อบ้านเมือง ก็ให้คงไว้<br /><br />ให้คณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้นมาหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เช่น<br />สนช. คตส. กกต. ปปช. หรือกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจต่างๆ รวมทั้งคณะ<br />รัฐมนตรีที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร เป็นต้น ต้องคืนเงินเดือน เบี้ยเลี้ยงทั้งหมด<br />ให้แก่รัฐ..ในทันที แต่ให้หักเงินภาษีที่จ่ายแก่รัฐไปแล้วอออกไปได้ <br /><br />หากไม่สามารถคืนเงินทั้งหมดได้ภายในระยะเวลากำหนด<br />ก็ให้ยึดทรัพย์ แล้วจำคุกเป็นการทดแทน (2000 บาท ต่อโทษจำคุก 1 ปี)<br /><br />ให้ทุกจังหวัดมีกองกำลังประชาชน-ป้องกันตนเอง โดยฝึกอาวุธต่อสู้ในเมือง<br />และอาวุธทำลายยานเกราะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาอธิปไตยของชาติ<br />ในยามคับขัน หรือถูกรุกรานจากข้าศึกศัตรู โดยเป็นกองกำลังอาสาสมัครและ<br />ให้อยู่ภายในพื้นที่ของตนเองเท่านั้น กองกำลังป้องกันตนเองนี้ให้ขึ้นกับกำนัน<br />ผู้ใหญ่บ้าน หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ และอาจรับคำสั่งจากผู้ว่าฯ<br />ประจำจังหวัดนั้นๆเป็นบางกรณี เฉพาะเมื่อมีคำขอมาจากนายกรัฐมนตรี<br /><br />กองกำลังประชาชน-ป้องกันตนเองต้องประกอบด้วยประชาชนในพื้นที่นั้นๆ<br />โดยไม่แบ่งแยกเพศ และมีอายุตั้งแต่ 16 - 80 ปี<br /><br />กองกำลังประชาชน-ป้องกันตนเองจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ<br />ไม่มีสภาพเป็นทหารประจำการ ไม่มียศตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น ยกเว้นสายงาน<br />บังคับบัญชาภายในหน่วยของตนเองsecretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-468167987438616942008-07-11T15:24:00.000-07:002008-07-11T15:33:13.198-07:00ปฏิวัติไม่ใช่รัฐประหารSIAM Freedom Fight<br /><br />การปฏิวัติไม่ใช่รัฐประหาร และรัฐประหารไม่ใช่การปฏิวัติ<br /><br /><strong>ปฏิวัติ (revolution)</strong> คือการเปลี่ยนแปลงชนิดขุดรากถอนโคน<br />ในแบบที่ฐานอำนจของชนชั้นหนึ่ง..เปลี่ยนไปสู่อีกชนชั้นหนึ่ง และที่<br />สำคัญที่สุด คือประชากรส่วนใหญ่ของสังคมต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับ<br />การปฏิวัตินั้นด้วย<br /><br /><strong>ปฏิรูป (reformation)</strong> คือการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม ในบางส่วน<br />เล็กๆน้อยและไม่กระทบโครงสร้างหลักๆของสังคมมากมายนัก<br /><br /><strong>รัฐประหาร (coup d'etat)</strong> คือการปล้น – ปล้นเพื่ออำนาจวาสนาของ<br />กลุ่มคณะตนเอง และไม่จำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น<br /><br />นับแต่ผู้คนในภูมิภาคนี้รวมตัวกันเป็นอาณาจักร <br />ที่เรียกว่าประเทศไทยในปัจจุบัน สิ่งที่ใกล้เคียงกับ"การปฏิวัติ"มากที่สุด<br />เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว คือในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ซึ่งการ<br />ปฏิวัติในครั้งนั้น..มาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เสร็จสิ้น ยังไม่บรรลุตามเจตนา<br /><br />แต่สำหรับการปฏิรูป - เกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน<br />ไม่ว่าจะเป็นในสมัยรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 ..และครั้งล่าสุดคือรัฐบาล<br />ภายใต้การนำของดร.ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย ในกรอบ<br />ของรัฐธรรมนูญปี 2540<br /><br />ส่วนการรัฐประหาร..หรือการปล้น เกิดขึ้นซํ้าแล้วซํ้าเล่าไม่จบสิ้น<br /><br />ในรอบ 700 กว่าปีที่ผ่านมา..มีรัฐประหารนับครั้งไม่ถ้วน <br />ล่าสุดคือการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นการปล้นครั้งใหญ่<br />และชั่วช้าสามานย์ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย กลไกของคณะโจร<br />ปล้นบ้านเมือง คือสิ่งที่บางคนเรียกว่า "รัฐธรรมนูญ 2550"<br /><br />การปล้นครั้งใหญ่เมื่อ 19 กันยายน 2549<br />ส่งผลให้กลไกการบริหารบ้านเมืองล่มสลาย ไม่มีอะไรเหลือให้เชื่อถือ<br />ไม่มีอะไรเหลือให้ศรัทธา ..ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความยุติธรรม<br /><br />เพราะ"สิ่งที่บางคนเรียกว่ารัฐธรรมนูญ 2550"<br />ก็คือเครื่องมือสืบทอดอำนาจของคณะโจรปล้นบ้านเมือง 19 กันยายน<br />ความสมดุลของอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ได้ถูกทำลายไปจน<br />สิ้นซากในกรอบรัฐธรรมนูญ 50 วันนี้อำนาจอธิปไตยตกอยู่ในมือของ<br />ฝ่ายตุลาการเพียงฝ่ายเดียว<br /><br />แล้วประชาชนอยู่ตรงไหน ?? เราจะต้องยอมก้มหัวรับความ"อยุติธรรม"<br />แบบนี้ไปชั่วลูกชั่วหลานอย่างนั้นหรือ?? พวกเรา..ประชาชนไทยเกิดมา<br />เป็นคนที่มีจุดยืนบนส้นตีน หรือว่าเกิดมาเป็นหนอนที่ต้องคลานอยู่บนพื้น<br />หรือว่าเกิดเป็นสัตว์ที่ต้องเดินสี่ตีนไปตลอดชีวิต ?? <br /><br />ไม่มีความเสมอภาคที่เกิดจากการนิ่งเฉยต่อความ"อยุติธรรม"<br />ไม่มีเสรีภาพที่ได้มาด้วยการกราบไหว้วิงวอน ไม่มีภาดรภาพในสังคมที่<br />เหลื่อมลํ้ากดขี่..และดูถูกประชาชน อยากมีชีวิตที่ดี อยากมีเศรษฐกิจที่<br />ยั่งยืน อยากมีเสรีภาพเยี่ยงอารยชน ..มีเพียงต้องต่อสู้ให้ได้มาเท่านั้น<br /><br />รัฐประหารไม่ใช่ทางออก เพราะรัฐประหารคือการปล้น<br />ปล้นมาแล้วก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นแม้แต่น้อย อารยประเทศอื่นๆ<br />ก็จะพากันรังเกียจ ..และฉกฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบ<br /><br />ปฏิรูป..ภายใต้กติกาโจร – เป็นเรื่องเพ้อฝัน มีแต่คนปัญญาอ่อนที่คิด<br />ว่าสามารถทำได้ เหตุการณ์ปัจจุบัน (2551) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแค่นี้<br />รัฐบาลก็โดนกลไกอมาตยาธิปไตยยำเสียเละเทะเพียงใด อีกไม่นานก็คง<br />ละลายไปหมดทั้งคณะรัฐมนตรี..<br /><br />ทางเลือกทางเดียวที่จะปกป้องระบอบประชาธิปไตยไว้ได้<br />นั่นคือ – การลุกฮือของประชาชนทั่วประเทศอย่างพร้อมกัน<br /><br />การปฏิวัติของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน<br />ย่อมไม่ใช่การรัฐประหาร ..มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงsecretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-63588585912355769122008-07-09T12:15:00.000-07:002008-07-09T12:30:14.628-07:00.<img src="http://farm4.static.flickr.com/3141/2652881311_f790573516.jpg"/><br/><br />บทความเก่า..ที่ยังเข้ากับสถานการณ์วันนี้ <a href="http://siamfreedom.blogspot.com/2008/04/blog-post_03.html">การล่มสลายอย่างสมบูรณ์</a><br /><img src="http://farm4.static.flickr.com/3027/2400614675_606d721a1d.jpg"/><br/>secretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-70271324853578641512008-06-28T12:29:00.000-07:002008-07-04T14:47:25.835-07:00ปัญหาใหญ่..อยู่นอกรัฐสภา (1-2)SIAM Freedom Fight<br /><br /><strong>01</strong><br />การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยฝ่ายค้านและวุฒิสมาชิก<br />เป็นเวลาสี่วันติดต่อกัน แสดงให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลจากการเลือกตั้งของ<br />เราชุดนี้สามารถดูแลตัวเองได้ดีในระบบรัฐสภา เป็นเรื่องที่ประชาชนฝ่าย<br />ประชาธิปไตยสบายใจได้ ไม่ต้องเป็นห่วงกันมากมายนัก<br /><br /><strong>ปัญหาใหญ่นั้น..อยู่นอกรัฐสภา<br />คืออำนาจชั่วร้ายที่มองไม่เห็น ซึ่งบงการผ่านกลไกฉ้อฉล</strong> เช่น<br />สื่อมวลชนกระแสหลัก กระบวนการยุติธรรม (เน้นไปที่ศาลปกครอง ศาล<br />รัฐธรรมนูญ) นักวิชาการมหาวิทยาลัยกลุ่มใหญ่ <br /><br />เริ่มตั้งแต่<strong>กระบวนการยุติธรรม</strong> ..ที่อย่างไรยังคงเป็นที่น่าสงสัยในเรื่อง<br />ของ"ความยุติธรรม"อย่างที่สุด มีคำถามในใจประชาชนจำนวนมากว่า<br />"ความยุติธรรม" ในระบบของไทย เคยมีอยู่จริงหรือไม่ ? คำถามเริ่มเกิด<br />ขึ้นหนาหูเมื่อเห็นการทำงานของ คตส. กกต. ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้พิพากษา <br /><br />เห็นวิธีการพิจารณาคดีความแบบตุลาการรัฐธรรมนูญของ คมช.<br />มีการใช้กฎหมายลงโทษย้อนหลัง เป็นที่เย้ยหยันของอารยประเทศ<br />เลือกฟังหลักฐานของฝ่ายหนึ่ง แต่เลือกที่จะไม่ฟังของอีกฝ่ายหนึ่ง<br /><br />คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้พิพากษาจากศาลต่างๆและพากันได้ดิบได้ดีจาก<br />วิธีการทำงานดังที่ประชาชนมองชัดว่า - นั่นไม่ใช่ความยุติธรรม<br /><br />ชวนให้เกิดคำถามต่อไปอีกว่า..<br /><strong>ในเมื่อคนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้พิพากษาจากศาลต่างๆ</strong> <br />แล้วที่ผ่านมาตลอดชีวิต ทุกคดีที่มีคนติดคุก มีคนถูกประหารชีวิต <br />มีคนถูกตัดสินให้แพ้คดีความ - แล้วทุกคดีที่ผ่านมานั้น<br />เราได้รับความยุติธรรมจริงหรือ ในเมื่อกระบวนการ-บุคลากรที่เรา<br />เห็นในเวลาสองปีที่ผ่านมาเป็นเช่นนี้ <br /><br />ตกลงแล้ว ความยุติธรรมในสายตาของชนชั้นหนึ่งนั้น<br />แตกต่างจากความยุติธรรมในสายตาของประชาชน ใช่หรือไม่ ??<br />แล้วเราต้องทนยอมรับสิ่งที่คิดว่า"ไม่ใช่ความยุติธรรม"ว่าเป็นความ<br />ยุติธรรมไปอีกนานแค่ไหน <br /><br />หากจะบอกว่าในกระบวนการยุติธรรมมีการแบ่งออกเป็นสองขั้ว ??<br />แล้วเราจะเลือกได้อย่างไรว่าจะให้ขั้วไหนมาตัดสินคดีความของเรา<br />หากเป็นเช่นนั้น ชีวิตของเราก็เหมือนแค่การแทงหวย อย่างนั้นหรือ<br /><br /><strong>หากบอกว่าต้องยึดตัวบทกฎหมายเป็นสำคัญ</strong><br />แล้วการก่อรัฐประหาร ที่มีโทษเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา<br />มาตรา 113 ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต เมื่อประชาชนร่วมกันฟ้องร้อง<br />ศาลกลับบอกว่าเมื่อยึดอำนาจได้แล้วก็ได้อำนาจรัฐตามไปด้วย ดังนั้น<br />ประกาศของคณะกบฏก็ให้ถือเป็นกฎหมายได้ อ้าว..ตรรกะอะไรเนี่ย<br /><br />คือทหารลากรถถัง เอาปืนมาจ่อหัวประชาชน แล้วฉีกรัฐธรรมนูญเนี่ย<br />สามารถทำได้ จะเขียนกฎบ้าบออะไรก็สามารถทำได้หมด แต่รัฐบาล<br />ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนกลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ซํ้า<br />ยังต้องมาเดินตามกฎหมายที่เขียนโดยคณะรัฐประหารอีกหรือ<br /><br />อะไรกันวะ ..???<br /><strong>ตกลงแล้ว ความยุติธรรมสำหรับชนชั้นหนึ่งนั้น<br />แตกต่างจากความยุติธรรมสำหรับประชาชน ใช่หรือไม่ ??</strong><br /><br />นี่ไม่ใช่ความเสมอภาค นี่ไม่ใช่ความยุติธรรม<br />เราจะต้องทนกับระบอบเช่นนี้ไปอีกนานเท่าใด<br /><br /><strong>02</strong><br /><br />SIAM Freedom Fight<br /><br />รัฐธรรมนูญ 2550 อยู่บนแนวคิดตุลาการรัฐประหาร<br />นั่นคือ ทำลายความสมดุลของอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และโยน<br />อำนาจเบ็ดเสร็จไปไว้ที่ตุลาการ ซึ่งไม่เคยมาจากการเลือกตั้งและยัง<br />เป็นชนชั้นพิเศษ ที่ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ <br /><br />จะว่าไปแล้ว รัฐธรรมนูญปี 2540 ก็มีส่วนก่อให้เกิดปัญหาต่อเนื่อง<br /><br />เริ่มจากกระบวนการอลเวงภิวัฒน์ คือมีศาลอะไรต่อมิอะไรเกิดขึ้น<br />มามากมาย เช่นศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ เจตนาอาจเป็น<br />ไปอย่างสุจริต แต่ผลที่ได้คืออำนาจก้าวก่ายกันไปมา ในที่สุดก็กลาย<br />เป็นก้าวก่ายฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติจนเสียความสมดุล ..เป็นการ<br />ก่อปัญหาใหม่ๆมากกว่าที่จะแก้ปัญหาเดิมๆ นอกจากนั้น รัฐธรรมนูญ<br />ปี 2540 ยังให้อำนาจตุลาการมากจนเกินเหตุ คือในอดีต - เวลาที่<br />พิพากษาคดีความ..แล้วมีอาการไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น อธิบดีศาล<br />นั้นๆสามารถเรียกคดีมาตรวจสอบได้ แต่รัฐธรรมนูญ 40 ด้วยเจตนา<br />ดีอีกเช่นกัน ต้องการให้ตุลาการเป็นอิสระเต็มที่ ก็ตัดอำนาจของศาล<br />ด้วยกันเอง-ในการตรวจสอบกันเองตรงนี้ออกไป.. <br /><br />ปล่อยเสือเข้าป่า ยื่นปืนให้ทหาร ซื้อระเบิดให้ผู้ก่อการร้าย<br />การกระทำเหล่านี้เกิดผลอย่างไรก็คงไม่ต้องอธิบาย <br /><br />จากองค์กรในมุมมืด ไม่มีใครตรวจสอบได้ วิจารณ์ก็ไม่ได้ <br />ยิ่งกลายเป็นองค์กรที่แม้แต่คนข้างในก็ทำอะไรกันไม่ได้เสียด้วย<br /><br />มาถึงกรณีเทปบันทึกเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ของผู้พิพากษาสองคน<br />ที่คุณจักรภพ เพ็ญแขนำมาแฉกลางสนามหลวง จนกลายเป็นคดีความ<br />เมื่อฟังแล้ว..ที่จริงสาระว่าพลเอกเปรมอยู่เบื้องหลังหรือไม่ยังไม่สำคัญ<br />เท่ากับว่า นี่เป็นการสนทนาปรึกษาของผู้พิพากษาที่จะเอา กกต.ชุดเก่า<br />เข้าคุก ทั้งที่ยังไม่มีข้อหาอะไรเกิดขึ้นเลยด้วยซํ้า !!! น่าตกใจ<br /><br />คนที่ยังไม่มีความผิด เขาก็อุตส่าห์ปั้นข้อหาให้ผิด แล้วตัดสินให้เข้าคุก<br /><br />แล้วเหยื่อรายนั้นเป็นใคร ??<br />นั่นคือกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นข้าราชการนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่<br />เคยมีผลงานคุณงามความดีมามาก มีชื่อเสียงเรื่องซื่อสัตย์สุจริตอีกด้วย<br />เพียงแค่ไม่ทำตามประสงค์ของชนชั้นอำนาจกลุ่มหนึ่ง ถึงกับโดนกระทำ<br />เสียขนาดนี้ แล้วประชาชนธรรมดาอย่างเราท่าน จะเหลืออะไร ??<br /><br />แล้วทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่ตรวจสอบไม่ได้ วิจารณ์ก็ไม่ได้<br />ทำได้อย่างเดียวคือ ก่นด่าสาปแช่งกันในที่ลับตา<br /><br /><strong>ตกลงแล้ว ความยุติธรรมสำหรับชนชั้นหนึ่งนั้น<br />แตกต่างจากความยุติธรรมสำหรับประชาชน ใช่หรือไม่ ??</strong><br /><br />เพื่อให้สถานการณ์บ้านเมืองยํ่าแย่หนักลงไป ตุลาการโดดลงมาเล่น<br />การเมืองกันเป็นขบวนการ อย่างที่เราเห็นกันนับแต่ปี 2549 ไม่มีอะไร<br />เหลืออีกแล้ววันนี้ บางทีการตัดสินข้อพิพาทด้วยการยกพวกตีกัน แบบ<br />นักเรียนช่างกล น่าจะได้ความยุติธรรมมากกว่ากระบวนการในปัจจุบัน<br /><br />ก็ให้รู้ไว้ว่ามีคนคิดแบบนี้มากขึ้นทุกวัน<br /><br />การฟื้นฟูประชาธิปไตย แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รักษาประเทศชาติไว้ให้<br />คงอยู่นานเท่านานนั้น หากจะให้บรรลุผลสำเร็จได้ตลอดไป จำเป็นต้อง<br />มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการยุติธรรม..ให้แน่ใจได้ว่ายุติธรรม มีความ<br />เสมอภาคอย่างแท้จริง <br /><br />ไม่มีความเสมอภาค..ก็ไม่มีเสรีภาพ ไม่มีภาดรภาพ ไม่มีสันติภาพ<br /><br />ความเสมอภาคจะเกิดขึ้นได้นั้น ต้องมีความยุติธรรมขึ้นมาก่อน<br />และประชาชนจะแน่ใจว่ามีความยุติธรรมเกิดขึ้นจริง ต่อเมื่อกระบวนการ<br />ยุติธรรมจะต้องตรวจสอบได้ ทุกเรื่อง ทุกขั้นตอน<br /><br />หลายปีมาแล้ว อาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียรเคยกล่าวว่า<br />ระบบตุลาการจำเป็นต้องรีบปรับปรุงตัวเอง ก่อนที่คนอื่นจะมาปรับให้<br /><br />ในวันที่ท่านอาจารย์ธานินทร์พูดนั้น ยังไม่มีกระบวนการภาคประชาชน<br />ยังไม่มีสงครามประชาชน ยังไม่มีการปฏิวัติโดยประชาชนเพื่อประชาชน<br />ยังไม่มีแนวคิดเรื่องศาลประชาชน ยังไม่มีประชาชนที่ยอมตายเพื่อต่อสู้<br />ขับไล่คณะรัฐประหาร<br /><br />แต่วันนี้..ประชาชนที่เลิกงมงายไสยศาตร์ <br />เลิกพึ่งผีสางเทวดามีจำนวนมากขึ้น ..นาทีต่อนาทีsecretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-43349924749989062762008-06-26T22:47:00.000-07:002008-06-26T22:50:54.438-07:00เสียงรัฐบาลยังเหนียวแน่นNEWS : SIAM Freedom Fight<br />(27 มิถุนายน 2551)<br />หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี<br />เป็นเวลาติดต่อกันสี่วันเต็มๆ เมื่อเช้าวันนี้ได้มีการลงคะแนนของสมาชิก<br />สภาผู้แทนราษฎร โดยมีการปรึกษาโต้แย้งกันร่วมหนึ่งชั่วโมง ถึงวิธีการ<br />ลงคะแนน – ว่าจะลับหรือเปิดเผย ที่สุดทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็สามารถ<br />ตกลงกันได้ด้วยดี ..โดยลงคะแนนแบบเปิดเผย <br /><br />ผลออกมาปรากฏว่า นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวชได้รับการไว้วางใจ<br />ด้วยคะแนน 280 เสียง ซึ่งการออกเสียงครั้งนี้ ประธานสภาฯ รองประธาน<br /> รวมทั้งรัฐมนตรีทั้งคณะต่างไม่ร่วมลงคะแนน เพื่อแสดงความเป็นกลาง<br />และเป็นมารยาท (ส่วนนายกฯ - รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่มีสิทธิ์ออกเสียง<br />อยู่แล้วตามกฎหมาย) รัฐมนตรีที่เหลือทั้งหมดได้คะแนนลดหลั่นเพียงแค่<br />หนึ่งเสียง คือระหว่าง 278 – 279 เป็นสัญญาณว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังคง<br />เหนียวแน่นดีอยู่ในวันนี้ ..ก็จบไปอีกยกหนึ่งสำหรับอาทิตย์นี้secretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-34201104386126201682008-06-26T18:50:00.000-07:002008-06-26T18:52:50.529-07:00ปัญหานักเรียนถูกลวนลามจากม๊อบพันธมิตรฯ(มิถุนายน 2551) สถานการณ์ม๊อบพันธมิตรฯเริ่มเหมือนกับ<br />ม๊อบสมัชชาคนจนในอดีต คือถูกตากเค็ม นอนดมนํ้าเน่าจากคลอง<br />ผดุงกรุงเกษมแบบไม่มีกำหนด..และไม่มีใครสนใจ<br /><br />เวลาคนกรุงเทพ..หรือพวกปฏิกิริยาชนชั้นกลางมองม๊อบพันธมิตรฯ<br />มักจะมองไปที่เพื่อนฝูงตนเอง ที่แวะเวียนไปร่วม เป็นระยะเวลาสั้นๆ<br />ก็มักจะคิดว่าม๊อบนี้มันมีแต่คนแบบตัวเอง มองหลังเวทีก็นักการเมือง<br />พรรคประชาธิปัตย์ทั้งนั้น มองไปอีกทางก็กองทัพผีดิบพลีชีพของกลุ่ม<br />คลั่งศาสนาสันติอโศก พวกปฏิกิริยาชนชั้นกลางเหล่านี้จึงรู้สึกอบอุ่น<br />เพราะมองเห็นได้เพียงเท่านั้น <br /><br /><strong>ในความเป็นจริง..</strong><br />ม๊อบพันธมิตรฯยังมีกองกำลังติดอาวุธของตนเอง ที่เรียกว่า"การ์ด"<br />ซึ่งต้องมีค่าจ้าง มีการเลี้ยงดูกันในระดับดีพอสมควรแก่ฐานะ และที่<br />สำคัญ..อย่าลืมว่าชนชั้นที่ใช้กำลังต่อสู้เป็นอาชีพ ย่อมมีความนึกคิด<br />ที่แตกต่างไปจากคนในสังคมเมือง พูดง่ายๆคือ..โจรก็คือโจร<br /><br />การเอาโจรห้าร้อย..มานอนตากแดดตากยุงเป็นเวลานาน<br />ในสถานการณ์ตึงเครียด มันต้องใช้พลังใจกันพอสมควร แล้วผู้ชาย<br />เมื่อยามเหนื่อยล้าจากงาน - ผู้ชายที่ยังมีอวัยวะเพศที่ใช้งานได้นั้น<br />มีวิธีผ่อนคลายกันอย่างไร ?? แล้วลองคิดดูว่าการที่ม๊อบพันธมิตรฯ<br />ปักหลักอยู่ข้างวิทยาลัยพานิชย์พระนคร ข้ามถนนมาก็ราชวินิตมัธยม <br /><br /><strong>นักรบศรีวิชัยที่กำลังเหนื่อยล้ากับนักศึกษาสาวในเครื่องแบบ !!</strong><br /><br />เอาไปเป็นพล็อตหนังโป๊ญี่ปุ่นดีๆได้หลายเรื่องทีเดียว <strong>วันนี้มันยังแค่<br />แซวเล่น แล้วมีลวนลามบ้างนิดหน่อย</strong> <br />แต่อีกไม่นาน..หากมันยังปักหลักกันอยู่ตรงนั้น <br />เราก็คงได้ข่าวข่มขืนนักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบอย่างแน่นอน <br />เตรียมกลับมาซื้อหนังสือพิมพ์ไทยรัฐกันอีกครั้งได้เลย<br /><br />อย่าลืมว่าคราวนี้มันไม่ได้อยู่ในรั้วลวดหนามเหมือนที่สะพานมัฆวานฯ<br />มันเดินเพ่นพ่านไปทั่ว - เข้าไปขี้ไปเยี่ยวในโรงเรียน..<br /><br />แล้วหากในเร็ววัน..มีการข่มขืนเกิดขึ้น จะโทษตำรวจก็ไม่ได้<br />เพราะไม่มีทางที่จะดูแลได้ทั่วถึง ใครจะกล้า ? ในเมื่อม๊อบพันธมิตรฯ<br />เขามีสิทธิเหนือประชาชนธรรมดา ตำรวจไปยุ่มย่ามกับเขาไม่ได้หรอก<br />เดี๋ยวเขาไปฟ้องศาลปกครอง ตำรวจก็จะซวยไปด้วย<br /><br />จะโทษรัฐบาลก็ไม่ได้อีก<br />เพราะทั้งสื่อมวลชน นักวิชาการก็เรียกร้องให้เอาใจเหล่าม๊อบพันธมิตร<br />ของพวกมัน – ใครจะกล้า? เมื่ออยากอยู่ตรงนั้นก็ต้องตามใจ<br />รัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 ก็ไม่ได้มีอำนาจบริหารจัดการอะไร<br />ได้สักเท่าไหร่ จะถูกถอดถอนวันไหนก็ง่ายดาย ..ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ<br /><br />นายสนธิ ลิ้มทองกุลก็ประกาศปาวๆอยู่ว่าม๊อบนี้ใครหนุนหลัง <br /><br />หากลูกสาวใครจะโดนข่มขืนแถวๆนั้น <br />ก็ถือเสียว่าได้เขยเป็นนักรบชนเผ่า – ทีละเจ็ดแปดคนsecretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-39027766116578175682008-06-24T12:57:00.000-07:002008-06-24T13:02:36.348-07:0024 มิถุนายน<a href="http://bp2.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SGFSKsZNb3I/AAAAAAAAACc/-hZWXLkCnhY/s1600-h/june24-1.jpg"><img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5215540187140812658" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://bp2.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SGFSKsZNb3I/AAAAAAAAACc/-hZWXLkCnhY/s400/june24-1.jpg" border="0" /></a><br />วีระ มุสิกพงษ์<br /><a href="http://bp3.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SGFSK4R9aXI/AAAAAAAAACk/4ClhvdYeF2s/s1600-h/june24-2.jpg"><img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5215540190331627890" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://bp3.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SGFSK4R9aXI/AAAAAAAAACk/4ClhvdYeF2s/s400/june24-2.jpg" border="0" /></a><br />ประชาชนท้องสนามหลวง<br /><a href="http://bp2.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SGFSLAMfekI/AAAAAAAAACs/hK7Idusr7vo/s1600-h/june24-3.jpg"><img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5215540192456178242" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://bp2.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SGFSLAMfekI/AAAAAAAAACs/hK7Idusr7vo/s400/june24-3.jpg" border="0" /></a><br />เวที นปช.secretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-11124853151767650142008-06-22T08:20:00.000-07:002008-06-22T08:24:59.959-07:00อ้าว !! เราชนะอีกแล้วหรือนี่article : SIAM Freedom Fight<br /><br />เหตุการณ์ 20 มิถุนายน 2551 <br />สถานการณ์ที่ดูเหมือนน่าตื่นเต้นและอาจเป็นจุดพลิกผันทางประวัติศาสตร์<br />การเมืองของประเทศ – ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง แค่พระอาทิตย์ตกดิน เหตุการณ์<br />ทั้งหมดก็กลายเป็นแค่เรื่องหยุมหยิม ปลีกย่อยไร้สาระอย่างน่าประหลาดใจ<br /><br /><strong>ตรงนี้เป็นบทเรียนเล็กๆ</strong> คือพวกเรา – ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยอยู่ในการ<br />ต่อสู้ขับไล่เผด็จการชนชั้นอมาตยาธิปไตยมาเป็นเวลาเกือบสองปี ซึ่งก็เหมือน<br />กับศึกสงครามอื่นๆ อาจต่างกันที่เรายังไม่ต้องหยิบอาวุธสังหารออกไปฆ่าฟัน<br />ใครให้ตายคามือเท่านั้น แต่บรรยากาศในช่วงสองปีมานี้ ก็คือสงครามนั่นเอง<br /><br /><strong>มุมมองของคนที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้นานวันเข้า ย่อมแตกต่างออกไปจาก<br />คนที่ไม่ได้เข้าร่วมขบวนการกันมาแต่ดั้งเดิม</strong> พวกเราหลายคนมองว่าศัตรูก็คือ<br />ศัตรู และที่ผ่านมา..ศัตรูไม่เคยมีความเมตตา ไม่เคยมีใจเอื้ออาทรต่อประชาชน<br />ดังนั้นพวกเราหลายคนจึงมองศัตรูด้วยสายตาแบบเดียวกัน คือถ้าเห็นมันตาย<br />อยู่ตรงหน้า เราก็คงจุดบุหรี่สูบ..นั่งดูด้วยความสบายใจ แล้วอาจถ่ายรูปเก็บไว้<br /><br />แล้วที่เป็นได้ถึงขนาดนี้ ก็เพราะตลอดชีวิตของพวกเราหลายคน ดำรงอยู่อย่าง<br />ประนีประนอม หลีกเลี่ยงความขัดแย้งรุนแรง ให้อภัยคนที่ไม่ควรให้อภัย ขอโทษ<br />ในสิ่งที่เราไม่มีความผิด เสียสละในขณะที่อีกฝ่ายไม่เคยยอมเสียอะไรเลย เรา<br />ต้องบอกรักในสิ่งที่เราไม่เคยรัก ..แต่ต้องยอมเพื่อความสงบของสังคมส่วนรวม<br /><br />แล้วอีกฝ่ายหนึ่งเคยทำอะไรให้พวกเราซึ่งเป็นประชาชนบ้าง สิ่งที่อีกฝ่ายมอบให้<br />ประชาชนคือการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ..ฉีกรัฐธรรมนูญประชาชนทิ้ง<br />ใช้กำลังทางทหาร ข่มขู่ไล่ล่า กลั่นแกล้งนักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชน อีก<br />ทั้งยังรังแกประชาชนพี่น้องของเราในภาคเหนือ อีสาน <br /><br />สิ่งที่อีกฝ่ายมอบให้คือกระบวนการฉ้อฉล เช่นกระบวนตุลาการรัฐประหาร ..<br />ศาลปกครองที่ยินดีคุ้มครอง ASTV ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพวกพ้องตน ..แต่<br />เลือกเมินเฉยกับ ITV ที่ถูกกล่าวหาว่าอาจจะยืนอยู่ข้างฝ่ายพวกเราประชาชน <br /><br />บันทึกความเลวของศัตรู ยังยาวอีกหลายพันหน้ากระดาษ<br />ดังนั้นการที่อาจจะได้เห็นศัตรูถูกตัดหัวเสียบประจานบนถนนราชดำเนินก็อาจ<br />ช่วยให้อีกหลายคนนอนหลับฝันดีในคืนนั้น เพราะอีกหลายคนมองว่าศัตรูไม่ใช่<br />คนไทยด้วยกันอีกต่อไป <strong>อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของประชาคมโลก</strong> นี่ก็ยังเป็น<br />แค่ความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆ ในหมู่คนไทยด้วยกันเองอยู่ดี หากมีการปะทะนอง<br />เลือด มันก็เป็นการปะทะนองเลือดคนไทยด้วยกัน..ในมุมมองประชาคมโลก<br /><br />เรื่องแบบนี้ ทุกคนทุกฝ่าย..มองถูกหมด ไม่มีใครคิดผิด แค่ต่างมุมมองเท่านั้น<br /><br />และเมื่อคนจำนวนมากมาย - มองเห็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งของเรา ต้องยอม<br />ถอยให้อมาตยาข้าศึก ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเหตุการณ์ 20 มิถุนายน ที่ยอม<br />ถอยถึงขนาด ให้พวกพันธมิตรฯสามารถปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลอย่างง่ายดาย<br />ปราศจากการต่อต้าน – <br /><br /><strong>ภาพเก่าๆเมื่อครั้งรัฐประหาร 19 กันยายน จึงผุดขึ้นมาในใจ</strong><br />เดือดปุดๆ และพร้อมใจกันด่าทอนายกฯสมัครอย่างรุนแรงเป็นเวลาหลายชั่วโมง<br />จนเมื่อพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว จึงค่อยตั้งสติขึ้นมาได้ใหม่ เริ่มมองสถานการณ์<br />ด้วยเหตุผลหลากหลายมิติ ..พวกเราที่ยืนด่านายกฯสมัคร (ของพวกเรา) ก็ไม่ผิด<br />ที่จะด่า ไม่ผิดที่จะโกรธ ไม่ผิดที่จะหวาดระแวง <br /><br /><strong>และไม่ใช่การแสดงออกซึ่งอารมณ์อันปราศจากเหตุผล</strong> – <br /><br />ตรงกันข้าม วินาทีนั้นได้สะท้อนความรู้สึกนึกคิดแท้จริงของแต่ละคนออกมา <br />เป็นวินาทีที่จริงใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ วินาทีที่ทำให้พวกเราได้มองเห็นมิติที่ลึก<br />ลงไปในใจของผู้คนฝ่ายประชาธิปไตย นั่นเป็นสัญญาณที่ดี จากวินาทีนั้น เรารู้<br />ว่าพวกเราส่วนใหญ่ไม่ได้ต่อสู้อย่างงมงาย ไม่ได้ไว้ใจคนอย่างไม่แยกแยะ และ<br />ทุกคนรู้ว่า “เหตุแห่งทุกข์” ของแผ่นดินอยู่ตรงไหน ตรงนี้คงไม่ขออธิบาย<br /><br /><strong>แต่ที่น่าตื่นเต้นก็คือพวกเราตั้งสติกันได้เร็วมาก เพียงแค่ข้ามคืน <br />เกือบทุกคนก็เข้าใจเรื่องราวในเวอร์ชั่นเดียวกันหมด</strong><br /><br />มวลชนฝ่ายประชาธิปไตย..ที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชน <br />สนับสนุนอย่างมีเป้าหมายชัดเจน ไม่ใช่การเฮตามกันไปอย่างงมงาย <br /><br />ตัวอย่างที่ดีคือ 20 มิถุนายน แค่นายกฯทำไม่ถูกใจ ก็โดนประชาชนฝ่ายของ<br />ตนเอง ด่าซะเกือบเสียผู้เสียคน แต่เมื่อประชาชนนั่งดู..จนแน่ใจว่านายกฯไม่<br />ได้คิดหักหลัง แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ มวลชนก็สามารถกลับลำ<br />ได้ในพริบตาเช่นกัน – มวลชนประเภทนี้น่ากลัว เพราะคิดเองได้ มีเป้าหมายที่<br />ชัดเจน ปรับตัวตามยุทธศาสตร์การเมืองก็รวดเร็ว ปากจัด..และรวมกันได้เป็น<br />กลุ่มก้อนโดยไม่ต้องอาศัยแกนนำที่มีบารมีมากมาย อยู่กระจัดกระจายทั้งใน<br />เมืองนอกเมือง ทั้งชนชั้นกลางที่มีการศึกษาสูง ทั้งชนชั้นแรงงาน เกือบจะเป็น<br />เซลอิสระที่สมบูรณ์อยู่แล้ว (แต่ยังไปไม่ถึงขั้นนั้นในตอนนี้) <br /><br /><strong>นี่แหละคือลักษณะ<br />ของคำว่า “ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”</strong> <br /><br />มาถึงนาทีนี้ ( 22 มิถุนายน)<br />ไม่สำคัญว่าพันธมิตรฯจะยึดทำเนียบหรือไม่ ไม่สำคัญด้วยว่าจะยึดไว้กี่เดือนกี่ปี <br />ไม่สำคัญว่าพันธมิตรฯจะเผาตึกทำเนียบทิ้งด้วยหรือไม่..นั่นเป็นเรื่องภายในของ<br />กลุ่มพันธมิตรฯ และกฎหมายบ้านเมืองก็มีอยู่แล้ว - คดีอาญาก็คือคดีอาญา<br /><br />ไม่สำคัญว่าม๊อบพันธมิตรฯจะมีเป็นแสนเป็นล้าน หรือแค่สองหมื่นห้าพันคน <br />ตามที่หน่วยราชการประเมินจากแผนที่ทางอากาศ<br /><br />ไม่สำคัญเลยว่าการสมยอมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปล่อยให้ม๊อบพันธมิตรฯ<br />สามารถเดินผ่านด่านไปได้อย่างโจ่งแจ้ง ง่ายดาย จะเป็นแผนล่อแกนนำออก<br />จากที่มั่นสะพานมัฆวานฯ เพื่อให้มาสุมกันอยู่ในทำเลที่ป้องกันตัวเองได้ยาก<br />ลำบากกว่าเดิม ในสถานการณ์ที่ม๊อบสามารถสร้างความเสียหายเป็นรูปธรรม<br />แก่อาคารราชการ เพื่อเป็นเหตุสู่การล้อมปราบจับกุม<br /><br />เพราะอย่างน้อยตอนนี้ กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลดูดีมากในสายตาต่างประเทศ<br />กลายเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่เคารพสิทธิของประชาชนที่เห็นแตกต่าง เป็น<br />รัฐบาลที่ไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน แล้วยังมีความอดทนสูงอย่างน่าชื่นชม<br />นั่น !! เหตุการณ์มันกลายเป็นอย่างนั้นไปเสียฉิบ – เวรกรรมของพันธมาร<br /><br />ส่วนภายในประเทศ ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย (หลังจากด่านายกฯสมัครจน<br />สะใจแล้ว) ก็หันมาบอกว่าเราเข้าใจรัฐบาลดี สนับสนุนเต็มที่ ยินดีที่ไม่ใช้ความ<br />รุนแรงกับกบฏพันธมิตรฯ เพราะประชาชนเข้าใจดีว่าใครหนุนหลังพันธมิตรฯ ..ก็<br />เข้าใจว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจไปทำอะไรพวกมันได้<br /><br />เหตุการณ์ 20 มิถุนายน <br /><strong>จึงกลายเป็นแค่เรื่องขำๆ สำหรับประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย</strong><br />การลงทุนลงแรงมากมายมหาศาลของกลุ่มพันธมิตรฯ ดูเหมือนจะไม่ได้อะไร<br />เป็นชิ้นเป็นอัน หรืออาจจะได้..ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับฝ่ายเราอยู่ดี เพราะเรา<br />ยังไม่ได้เสียอะไร - ตรงกันข้าม มีแต่ได้กับได้เท่านั้นsecretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-44596529410928234602008-06-20T07:28:00.001-07:002008-06-20T07:30:47.726-07:00.<a href="http://www.flickr.com/photos/norporkor/2400614675/" title="return 1997 constitution to the people by sEcret documents, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3027/2400614675_606d721a1d.jpg" width="500" height="188" alt="return 1997 constitution to the people" /></a><br /><br /><a href="http://www.flickr.com/photos/norporkor/2392734258/" title="return 1997Constitution to the People by sEcret documents, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2326/2392734258_55c0172ab9.jpg" width="500" height="99" alt="return 1997Constitution to the People" /></a><br /><br /><a href="http://www.flickr.com/photos/norporkor/2392734960/" title="return 1997Constitution to the People by sEcret documents, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3276/2392734960_e43e45fd3f.jpg" width="500" height="301" alt="return 1997Constitution to the People" /></a><br /><br /><a href="http://www.flickr.com/photos/norporkor/2392735686/" title="return 1997Constitution to the People by sEcret documents, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3262/2392735686_8556e830a4.jpg" width="500" height="274" alt="return 1997Constitution to the People" /></a>secretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-53559053507438759732008-06-19T14:57:00.000-07:002008-06-19T15:19:21.934-07:00อีกวันที่ต้องบันทึกเป็นประวัติศาสตร์<a href="http://bp0.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SFrWlgl-jyI/AAAAAAAAACM/JKZMVi3EfsY/s1600-h/june19-2008+wasabi.jpg"><img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5213715458527498018" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://bp0.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SFrWlgl-jyI/AAAAAAAAACM/JKZMVi3EfsY/s400/june19-2008+wasabi.jpg" border="0" /></a><br />การเคลื่อนกำลังของประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย<br /><a href="http://bp1.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SFrWmDG9DZI/AAAAAAAAACU/v4EDLucQYuE/s1600-h/june19-08-wasabi.jpg"><img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5213715467792616850" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://bp1.blogger.com/_kxS0CZRXULo/SFrWmDG9DZI/AAAAAAAAACU/v4EDLucQYuE/s400/june19-08-wasabi.jpg" border="0" /></a><br />Photographs by WASABI : New Sky Thailand<br /><br />article : SIAM Freedom Fight<br /><strong>19 มิถุนายน 2551</strong> <br />หลังการชุมนุมยืดเยื้อเป็นเวลาประมาณกว่า 20 วันของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เชิงสะพาน<br />มัฆวานฯ ยังไม่สามารถบรรลุผลใดตามวัตถุประสงค์ อีกทั้งผู้บงการเบื้องหลังรายสำคัญ<br />ก็เริ่มตีตัวออกห่างเพื่อเอาตัวรอด (ชั่วคราว) <strong>แกนนำพันธมิตรฯจึงต้องมองหาทางออก<br />จากสถานการณ์ครั้งนี้</strong> เพราะลำพังการโกหกพกลมจากสื่อกระแสหลัก เช่นมติชน เนชั่น<br />เดลินิวส์ ไทยรัฐ ผู้จัดการ ฯลฯ การออกมาเห่าหอนของนักวิชาการ ควายอาวุโส หรือพวก<br />แนวร่วมปฏิกิริยา ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ของกลุ่มแกนนำดีขึ้นมาสักเท่าใด ..และยิ่ง<br />เมื่อปรากฏว่าฝ่ายรัฐบาลได้ย้อนรอย ปล่อยให้ม๊อบยืดเยื้อไปเรื่อยๆ เพื่อประจานใครบาง<br />คน หรือเพื่อเปิดโปงความเกี่ยวข้องของคนบางกลุ่ม..กับการมีส่วนร่วมในการรัฐประหาร<br />เมื่อ 19 กันยายน 2549 ให้ประชาคมโลกได้รับรู้ ซ้ำร้ายการโอ้อวด แอบอ้าง ตอบโต้ของ<br />แกนนำพันธมิตรฯกลับกลายเป็นการแฉเบื้องหลังผู้บงการของตนเอง ดูเหมือนว่าในภาวะ<br />เช่นนี้ พันธมิตรฯต้องเลือกดำเนินการแตกหัก เพื่อให้หลุดออกจากสถานการณ์ ..และนั่น<br />คือการประกาศจะเคลื่อนขบวนไปยึดทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เกิดเป็นเหตุรุนแรงนองเลือด<br /><br />อย่างไรก็ตาม การข่มขู่ว่าจะนองเลือดนั้น สามารถใช้ได้กับคนที่กลัวการนองเลือด<br />แต่สำหรับฝ่ายประชาชน – ประชาธิปไตยที่เคยยืนหยัดต่อสู้กับคณะรัฐประหารเป็นเวลา<br />นานกว่าหนึ่งปี บังเอิญว่าประชาชนในฝ่ายนี้จำนวนมาก “ไม่กลัวการนองเลือด” อีกทั้ง<br />ฝ่ายรัฐบาลพลเรือนในเวลานี้ ก็มีความชอบธรรมเพียงพอที่จะใช้กำลังสลายการชุมนุม<br />ในกรณีที่มีการใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ..<strong>ทางด้านผู้สนับสนุนม๊อบคนสำคัญ<br />บางคนเริ่มไม่สนุกกับการถูกพวกเดียวกันเองเปิดโปง</strong> และอาจจะกำลังต้องการกำจัด<br />แกนนำปากมากบางคน..ให้ตายไปจากโลกนี้ <br /><br />สถานการณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯยิ่งพะรุงพะรังมากขึ้น <br /><u>เมื่อมีมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยเคลื่อนกำลังเข้ามาประชิด ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 19 มิถุนายน</u><br />และคราวนี้ไม่ใช่กลุ่มฝูงชนกระจัดกระจายเหมือนเมื่อครั้ง 25 พฤษภาคม แต่เป็นมวลชนที่มี<br />กลุ่มแกนนำ ซ้ำยังเป็นแกนนำระดับแม่ทัพ เช่นนายแพทย์เหวง โตจิราการ เป็นต้น ..จู่ๆในช่วง<br />หัวค่ำ ขณะฝ่ายพันธมิตรฯกำลังฮึกเหิมเตรียมเคลื่อนพล ก็ปรากฏมีมวลชนฝ่ายประชาธิปไตย<br />เกินกว่าห้าพันคนเข้าประชิดที่แยก จปร. บนถนนราชดำเนิน ห่างจากเขตแดนม๊อบพันธมิตรฯ<br />เพียงห้าร้อยเมตร มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยได้ตั้งแถวขบวน มีการ์ดคุ้มกันภัยมาอย่างดี มีการ<br />ตั้งเต๊นเพื่อกันฝน และเตรียมปักหลักปราศรัย ชุมนุมยืดเยื้ออยู่บนถนนราชดำเนินเช่นกัน<br /><br />เรียกว่าตั้งเวทีหันหน้าชนกัน ตั้งลำโพงเข้าหากัน..และยืนด่ากันไปตลอดทั้งคืน<br /><br />ทางฝั่งมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยนั้น ยิ่งดึกยิ่งมีคนเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ นอกจากนั้นยังมีข่าวว่า<br />หากกลุ่มพันธมิตรฯเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะมีแนวร่วมประชาชนต่อต้านพันธมิตรฯ<br />อีกหลายกลุ่ม ซึ่งอาจกระจายกำลังไปตามที่ต่างๆเพื่อกดดันแกนนำพันธมิตรฯ เช่นไปที่หน้า<br />บ้านพระอาทิตย์ สำนักงานใหญ่ของสื่อในเครือผู้จัดการ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์จะเป็นเช่นใด<br />ต้องติดตามในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าsecretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-17106083438491564242008-06-19T14:54:00.000-07:002008-06-19T14:57:12.783-07:00กระชากหน้ากากราษฎรอาวุโสคอลัมน์ เลือกคบไม่เลือกข้าง จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ วันสุข <br />ปีที่ 9 ฉบับที่ 2265 ประจำวัน ศุกร์ ที่ 11 เมษายน 2008<br /><br /><strong>ศักดินาวิชาการ</strong><br /><u>บทความ : กาหลิบ</u><br /><br />วันนี้จะขออุทิศเนื้อที่ของคอลัมน์นี้ <br />แด่คุณ<strong>ธีรยุทธ บุญมี และศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี</strong> โดยเฉพาะ <br />เพราะความพยายามครอบงำความคิดของสังคม โดยบุคคลทั้งสองโดยใช้ “วิชาการ” <br />เป็นเครื่องมือ ชักจะมากเกินไปเสียแล้ว ความจริงคนอื่นๆ ก็มีครับ แต่ขอวิสัชนาไปตาม<br />ความแสบ คนทั้งสองกำลังผลัดกันแสดงความเห็น คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญกัน<br />อย่างเมามัน ชนิดลืมไปเลยว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ยกร่างขึ้นมาในยุคเผด็จการ ในขณะที่<br />รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดในประวัติศาสตร์ กลับถูกฉีกทิ้งไปอย่างหน้าตาเฉย<br /><br />สถานการณ์อย่างนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่มีเซลล์สมองประชาธิปไตยอยู่บ้าง ก็ต้องออกมา<br />ต่อต้านการฉีกรัฐธรรมนูญนั้นก่อน ไม่ใช่นั่งเลือก ระหว่างเผด็จการชนิดถือปืนเขามาขู่<br />บังคับคนอื่น กับผู้นำทางการเมืองคนที่ตัวไม่ชอบ <br /><br />เพราะการรัฐประหาร คือความสุดโต่งอย่างที่ชาวประชาธิปไตยยอมรับไม่ได้ <br />เป็นอนันตริยกรรมของระบอบประชาธิปไตย ว่าอย่างนั้นเถิด เหตุผลใดๆ ก็ตามที่ยกขึ้น<br />มาอ้างว่า ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเหตุผลคลาสสิกที่พูดต่อๆ กันราวผีเจาะปาก<br />ว่า สมาชิกพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย เสนอแก้ไข<br />รัฐธรรมนูญเพื่อ “ผลประโยชน์ส่วนตัว” ย่อมฟังไม่ขึ้นทั้งนั้น โจรมันเข้ามาฆ่าพ่อฆ่าแม่<br />จนดับดิ้นไปแล้ว ยังมีหน้ามาบอกให้ใจเย็นๆ ลองฟังเหตุผลของมันดูก่อนอีกหรือ <br /><br />รัฐธรรมนูญเป็นแม่บทของระบอบประชาธิปไตย เพราะได้รวมเอาวิถีชีวิต จิตใจ <br />กระบวนการขั้นตอน วิธีปฏิบัติ ระบบ ระบอบ ฯลฯ ของทุกอย่างที่เป็นประชาธิปไตย<br />เอาไว้หมด เขาจึงถือกันในระดับสากลว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ขนาดประเทศที่ไม่ค่อย<br />รู้จักอะไร อย่างสหรัฐอเมริกาและคนอเมริกัน ก็ยังถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นของศักดิ์สิทธิ์และ<br />มีฤทธิ์เดชมาก เมื่อมีคนย่องตอดเข้ามาแล้วเอาปืนจี้ กระชากรัฐธรรมนูญไปจากมือเรา <br />แล้วฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตา จะให้นั่งรอต่อไป เพื่อการถกเถียงอภิปรายอีกหรือ <br />คนที่กระทำการเช่นนั้นควรถูกประหารชีวิตด้วยซ้ำไป <br /><br /><strong>เราจึงเข้าใจได้ยากยิ่ง เมื่อคนที่แสดงตัวเป็นนักวิชาการ อย่างคุณธีรยุทธ และหมอประเวศ <br />มาพูดประหนึ่งว่า การฉีกรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องธรรมดา และคนที่กำลังเคลื่อนไหวเพื่อทำให้<br />รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยดุจเดิม ดูจะเป็นคนผิดหรือคนไม่ดี</strong> <br /><br />ถ้าคนทั้งสองที่ว่ามานี้ เป็นปัญญาชนชั้นเลิศ คิดอะไรไม่มีผิด <br />คนส่วนใหญ่ในประเทศที่เขาไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ ก็คงจะเป็นคนเพี้ยน <br /><br />แต่ถ้ามติมหาชนผิดไม่ได้ เพราะเป็นสาระอันแท้จริงของระบอบประชาธิปไตยแล้วละก็ <br />คุณธีรยุทธ กับหมอประเวศ ก็คงเป็นพวกไม่เต็ม หรือไม่ ก็ขาดวุฒิภาวะทางประชาธิปไตย<br />โดยสิ้นเชิง ควรจะย้ายไปอยู่สถาบันเท่ๆ ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการโน่น<br /><br />คุณธีรยุทธนั้น เป็นผู้นำนักศึกษาที่โด่งดังมาจากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ บินสูงมา<br />ตลอดชีวิต และบัดนี้ ก็ทำท่าว่าจะหาสนามบินร่อนลงไม่ได้ จากภูมิปัญญาปลาวาฬที่เคย<br />ลุ่มลึก บัดนี้กลายเป็นคนตีฝีปากไปวันๆ มีความใกล้ชิดอย่างยิ่งกับครอบครัวของคุณเกษม <br />จาติกวณิช หรือ “ซูเปอร์เค” ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยเล่นบทบาทเชื่อมฟ้าประสานดิน เหมือนกับคุณ<br />อานันท์ ปันยารชุน เดี๋ยวนี้ เพราะเขาต้อง “จีบ” ให้อยู่ข้างเดียวกับระบอบอำมาตยาธิปไตย<br />ไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะเป็นอันตรายต่อเขา <br /><br />ส่วนหมอประเวศ เป็นผู้อาวุโสในวงการพัฒนาที่มิใช่รัฐ และเป็นนักเรียนทุนอานันทมหิดล <br />แสดงความเห็นอย่างน่ารับฟังมาโดยตลอด จนกระทั่งมายืนอยู่ข้างเดียวกับคนที่ยึดบ้านยึดเมือง <br />แล้วเอาสติปัญญาที่มี ไปปรนเปรอเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับเขา คนไทยไม่น้อยเขาก็เลิก<br />ฟังหมอประเวศ อย่าถลำลึกไปถึงขนาดบอกว่า การฆ่าคุณทักษิณไม่ผิด หากทำให้ประเทศดีขึ้น <br />ก็อาจทำให้คนจำนวนหนึ่ง เขาอยากจะหันกลับมาฆ่าคนพูดแทนก็ได้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า <br />ความเห็นที่ชอบธรรม ต้องมาจากภูมิหลังที่ไม่น่ารังเกียจด้วย <br /><br /><strong>ใครคิดจะเชื่อคุณธีรยุทธ กับหมอประเวศ ก็ลองใคร่ครวญดูเถิดครับว่า <br />ที่แท้แล้วเขาสนับสนุนใคร และปกป้องใคร ไม่ใช่ประชาชนแน่</strong>secretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-32333666697516317352008-06-14T11:26:00.000-07:002008-06-14T11:33:02.772-07:00ว่าด้วยอารยะขัดขืนarticle : SIAM Freedom Fight<br /><br />การบ่มเพาะทางวัฒนธรรมของอมาตยาสามานย์อยู่บนพื้นฐานการบิดเบือน<br /><br />จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า<br />ทำไมจริยธรรมของสื่อมวลชนกระแสหลักจึงชั่วช้าสามานย์ตามไปด้วย <br />ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาจึงไม่น่าเคารพเชื่อถือ จึงไม่ต้องนึก<br />แปลกใจอีกต่อไปว่าทำไมอาจารย์มหาวิทยาลัยในเมืองไทยวันนี้ ส่วนใหญ่มีสติปัญญาใน<br />ระนาบที่ไม่แตกต่างจากนักศึกษาที่ขายบริการทางเพศ<br /><br />แม้แต่ถ้อยคำภาษาพื้นๆ ยังถูกบิดเบือนด้วยสื่อมวลชน – ระบบการศึกษาในระบอบอมาตยาฯ<br />จนผิดเพี้ยนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นคำว่า “เผด็จการรัฐสภา” ซึ่งไม่มีความหมายในความเป็นจริง <br />หรือการตั้งชื่อขบวนการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย – <br />องค์กรที่ใช้ชื่อว่า คณะรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย แต่กลับส่งเสริมสนับสนุนเผด็จการทหาร ..<br />บิดเบือนคำว่า ”รัฐประหาร” เป็นการปฏิวัติ หรือปฏิรูป มั่วได้ถึงขนาดนี้ ไม่ต้องไปโทษใครที่ไหน <br />พวกอมาตยาฯนี่แหละที่พาให้ภาษาไทยวิบัติ <br /><br />ล่าสุด มีการนำคำว่า <u>“อารยะขัดขืน”</u> มาใช้กันเกร่อ และไม่ตรงกับความหมายแท้จริง<br /><br />“อารายะขัดขืน” เป็นแนวคิดตะวันตก มาจากคำว่า civil disobedience เป็นแนวการต่อสู้<br />แบบสันติวิธี ซึ่งก็คือแนวทางที่นายแพทย์ เหวง โตจิราการ และเหล่าพลพรรค นปก. นำเสนอ<br />ในช่วงการต่อสู้ขับไล่คณะรัฐประหาร (ปี พ.ศ.2550) คือยึดหลักไม่โกรธ ไม่ตอบโต้ ไม่รุนแรง<br />วิธีการเช่นนี้จะพบเห็นมากในช่วงทศวรรษของปี ค.ศ. 1970 ในโลกตะวันตก เช่นการปักหลัก<br />ประท้วงโดยไม่ยอมขยับไปไหน หรือการที่อาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษา<br />หัวหน้าคณะในศาลฎีกา และแกนนำ นปก. ประท้วงกระบวนการฉ้อฉลที่ท่านเห็นว่าเป็นไป<br />อย่างปราศจากหลักการ-ความยุติธรรม อาจารย์มานิตย์ปฏิเสธที่จะลุกจากเก้าอี้ และกล่าวว่า<br />หากต้องการนำท่านไปกักขัง ก็ต้องยกไปทั้งเก้าอี้ เพราะท่านจะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งพวก<br />กบฏ คมช. -- ที่สุด ตำรวจก็ต้องยกท่านไปทั้งเก้าอี้ ขณะที่ท่านนั่งอยู่อย่างภาคภูมิ มิได้กลัว<br />เกรงต่ออำนาจของพวกกบฏ นั่นเป็นตัวอย่างอารยะขัดขืนของแท้<br /><br />อารยะขัดขืนยังมีอีกหลากหลายวิธี ตราบที่อยู่ในแนวคิดไม่ตอบโต้ ไม่รุนแรง ..<br />และแน่นอนว่าต้องไม่ทำลายทรัพย์สินผู้อื่นด้วย <br /><br />อย่างไรก็ตาม คนส่วนมากจะนิยมการประท้วงแบบญี่ปุ่น เกาหลี <br />ซึ่งส่วนมากออกแนว “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” คือมึงตีกู กูตีมึง มึงเอาโล่เอากระบองออกมา <br />กูก็หาอาวุธแบบเดียวกันมาสู้ – นั่นไม่ใช่อารยะขัดขืน ..แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร สามารถ<br />ทำได้ ..ส่วนการต่อสู้ที่เริ่มต้นด้วยอารยะขัดขืน แล้วจบลงด้วยการยกพวกตีกันอย่างรุนแรงก็<br />มีให้เห็นบ่อยครั้ง ถือเป็นธรรมชาติธรรมดาของมนุษย์ การไม่โกรธ ไม่ตอบโต้เป็นอุดมคติ..<br />มีไว้ยับยั้งความรุนแรงที่อยู่ในจิตใจคนเราเท่านั้น ถ้าไม่ยั้งกันไว้..ก็จะบานปลายจนควบคุม<br />ไม่ได้ ..สรุปคือถ้าตีกัน ก็ยกพวกตีกันได้ อาจผิดกฎหมายแต่ไม่ผิดกติกาสงคราม <br /><br />เพียงแค่รับรู้ไว้เท่านั้นว่า <strong>วินาทีที่ตอบโต้ วินาทีที่รุนแรง - ย่อมไม่ใช่อารยะขัดขืนอีกต่อไป</strong><br /><br />การฉีกบัตรเลือกตั้ง นี่ก็ไม่ใช่อารยะขัดขืน..เพราะทำลายทรัพย์สิน และออกแนวละครสัตว์ <br />การฉีกบัตรเลือกตั้งจึงน่าจะเป็น “ละครสัตว์ขัดขืน” เพื่อเรียกร้องความสนใจจากสื่อมวลชน<br />แต่วิธีนี้..พวกปฏิกิริยาชนชั้นกลางในเมืองจะนิยมชมชอบมากเป็นพิเศษ เพราะสนุกสนาน<br />เข้าใจง่าย และเป็นลักษณะครึ่งบกครึ่งน้ำ คือรุนแรงนิดๆ แต่ไม่เลือดสาด อารยะนิดๆ คือไม่<br />ได้ทำลายอะไรเสียหายมากนัก เน้นลีลาเล็กน้อย แล้วเสร็จถึงจุดสุดยอดอย่างรวดเร็ว <br /><br />การชุมนุมของพันธมิตรฯในปี 2548 – 49 นั้นไม่ใช่อารยะขัดขืนอย่างแน่นอน<br />และการนำเอาเศรษฐกิจของชาติที่กำลังไปด้วยดีมาเป็นตัวประกันต่อรอง ทำให้การชุมนุมใน<br />ครั้งนั้นเข้าข่าย “อนารยะข่มขืน” ยิ่งเมื่อนำสู่การรัฐประหารในปี 49 ยิ่งเพิ่มระดับการต่อสู้ของ<br />พวกมันไปสู่ “อนารยะข่มขืนหมู่” <br /><br /><strong>อารยะขัดขืนของแท้และมีพลังเป็นอย่างไร ให้ดูประชาชนในภาคอีสานเป็นตัวอย่าง</strong><br /><br />หลังรัฐประหารในปี 49 ..ประชาชนภาคอีสานแสดงอาการไม่ยินดียินร้าย มึนตึงต่อโฆษณา<br />ของฝ่ายรัฐประหาร ไม่ต่อต้านไม่ตอบโต้..แต่ไม่ร่วมมือ จนกลายเป็น”สงครามแห่งความเงียบ”<br />ตลอดเวลาหนึ่งปีกว่าๆ ซึ่งพวก คมช. เรียกว่า “คลื่นใต้น้ำ” นั่นคือมันมองไม่เห็น ไม่รู้ว่าใครคิด<br />อะไรกับพวกมัน เพียงแค่สัมผัสได้ว่ามีคนจำนวนมากต่อต้านและเกลียดชัง แต่หันไปทางไหน<br />ก็เจอแค่ความเงียบงัน จนกระทั่งผลประชามติออกมาเมื่อ 19 สิงหาคม 2550 ว่าประชาชนเกือบ<br />ทั้งหมดในภาคเหนือ อีสานเขาไม่เอากับพวกเผด็จการทหาร ผลการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม<br />ปีเดียวกัน..ยิ่งตอกย้ำให้ฝ่ายอมาตยาฯรับรู้ว่าสงครามยังไม่สิ้นสุด ประชาชนยังคงปักหลักสู้..<br />นี่คืออารยะขัดขืนของแท้ ..แล้วยังเป็นการต่อสู้ในวงกว้าง การต่อสู้ทางการเมืองระดับชาติ ใน<br />แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทย เป็นครั้งแรกที่ประชาชนเกินกว่าสิบล้านคน<br />เข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืนอย่างพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย การต่อสู้ระหว่างอำนาจสมมุติ<br />ที่ผูกขาดโดยชนกลุ่มน้อยในกรุงเทพ กับ อำนาจแท้จริงของประชาชนเจ้าของประเทศ..<br /><br /><strong>กระบวนการอารยะขัดขืนนั้น..ต้องมีเป้าหมายแห่งความเป็นอารยะ</strong><br />เป้าหมายแห่งความเป็นอารยะในศตวรรษปัจจุบัน <strong>คือระบอบประชาธิปไตย</strong><br />คือสังคมที่เคารพในสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคของประชาชน คือสังคมที่ทุกคนรับผิดชอบ<br />ต่อชีวิตและการกระทำของตน<br /><br />ระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องของประชาชนที่เชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตยเท่านั้น<br />ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะแอบอ้างสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยเพื่อการล้มล้างระบอบ<br />ประชาธิปไตย แล้วสถาปนาระบอบอื่น เช่นอมาตยาธิปไตยขึ้นมาแทน <br /><br />คนที่เป็นโจรกบฏ สื่อมวลชนปล้นชาติ แมงดาข่าว นักวิชาการโสเภณี กระหรี่ไฮโซไม่มีสิทธิ์<br />แอบอ้างคำว่า”อารยะขัดขืน” เพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่ใช่อารยชนของศตวรรษปัจจุบัน แค่<br />วิญญาณที่ชั่วร้ายจากอดีต ผีที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิด ผีที่ยังยึดมั่นถือมั่นว่า “คนต่างจังหวัดตั้ง<br />รัฐบาล คนกรุงเทพล้มรัฐบาล” – คนที่มีแนวคิดสามานย์เช่นนี้ย่อมไม่ใช่อารยะ และไม่มีสิทธิ์<br />แอบอ้างคำว่า “อารยะขัดขืน”secretMAIhttp://www.blogger.com/profile/11151173166871594941noreply@blogger.comtag:blogger.com,1999:blog-1496397128280494240.post-28566859355236145992008-06-11T08:03:00.000-07:002008-06-11T08:10:28.679-07:00DSI ชงคดีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกาทุจริตบัตรเลือกตั้ง<a href="http://www.prachatouch.com/home.php">ข่าวจากประชาทรรศน์</a><br /><a href="http://www.prachatouch.com/content.php?id=5774">news article from Prachatouch</a><br /><br />DSI ชงคดี คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ทุจริตบัตรเลือกตั้งเป็นคดีพิเศษ <br />11 มิ.ย. 2008 - <br /><u>“ดีเอสไอ” นำคดีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ส่อฮั้วจัดจ้าง และคดีทุจริตบัตรเลือกตั้งของ <br />กกต. เข้าสู่ กคพ.ที่มีนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2551</u><br /><br />นายธาริต เพ็งดิษฐ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า <br />ในวันที่ 16 มิถุนายน 2551 เวลา 14.00 น. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะ<br />ประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) จะเป็นประธานการประชุมบอร์ด กคพ. เพื่อติดตาม<br />ความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษและรับคดีเข้าเป็นคดีพิเศษ ซึ่งดีเอสไอจะนำคดีที่<br />ได้สืบสวนเบื้องต้น แต่มีปัญหาข้อติดขัดในประเด็นอำนาจสอบสวน จึงจำเป็นต้องนำเข้าสู่การ<br />หารือของบอร์ด กคพ. เพื่อขอให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษ โดยในการประชุมบอร์ดกคพ.ครั้งนี้ <br />ดีเอสไอจะเสนอให้รับคดีฉ้อโกงภาษีและคดีของสำนักคดีการเงินการธนาคารเป็นคดีพิเศษ<br />ประมาณ 10 คดี รวมถึง<strong>คดีการฮั้วประมูลการพิมพ์บัตรเลือกตั้งของคณะกรรมการ<br />การเลือกตั้ง (กกต.)</strong> และ<strong>คดีที่มีผู้กล่าวโทษร้องทุกข์ให้ตรวจสอบความ<br />ไม่โปร่งใสในการจัดอบรมของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)</strong> ซึ่งดีเอสไอจะ<br />เสนอขอให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีปัญหาโต้แย้งเรื่องอำนาจสอบสวนในคดีที่มีวงเงินการ<br />จัดซื้อจัดจ้างไม่ถึง 100 ล้านบาท <br />ทำให้ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาไม่ส่งเอกสารหลักฐานให้ดีเอสไอตรวจสอบ<br /> <br />สำหรับการรับโอนคดีพิเศษ ต้องใช้มติด้วยเสียง 2 ใน 3 จากคณะกรรมการคดีพิเศษ 21 คน <br />ซึ่งกรรมการโดยตำแหน่ง 12 คน ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการ<br />กระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัด<br />กระทรวงพาณิชย์ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานกฤษฎีกา <br />เจ้ากรมพระธรรมนูญ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกสภาทนายความ และ กรรมการ<br />ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 9 ตำแหน่ง อาทิ นายโสภณ รัตนากร อดีตประธานศาลฎีกา